"BMW" ทรุด! กำไรร่วง-พิษภาษี ตัดราคาดุในจีน

บริษัทผู้ผลิตรถยนต์หรูจากเยอรมนี BMW (บีเอ็มดับเบิลยู) เปิดเผยแนวโน้มธุรกิจปีนี้ว่า กำไรก่อนหักภาษีของกลุ่มมีแนวโน้มปรับตัวลดลงในระดับปานกลาง ขณะที่ยอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกคาดว่าจะทรงตัว หลังต้องเผชิญแรงกดดันจากกำแพงภาษีการค้า และการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดจีน
โอลิเวอร์ ซิปเซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบีเอ็มดับเบิลยู ระบุว่า บริษัทกำลังเดินหน้ากลยุทธ์ปรับโครงสร้างไลน์อัปผลิตภัณฑ์ และเร่งลดต้นทุน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน แต่ยอมรับว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ความเสี่ยงสำคัญมาจากมาตรการภาษีนำเข้า โดยเฉพาะภาษีนำเข้ารถยนต์ของสหรัฐ และภาษีของสหภาพยุโรปที่เรียกเก็บกับรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในจีน ซึ่งกระทบต่อรถแบรนด์ มินิ ในเครือของบีเอ็มดับเบิลยู
บริษัทคาดว่ามาตรการภาษีดังกล่าวจะทำให้อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี ในธุรกิจยานยนต์ ลดลงราวร้อยละ 1.25 ในปี 2026 โดยคาดว่าอัตรากำไรจะอยู่ในช่วงร้อยละ 4–6 ลดลงจากร้อยละ 5.3 ในปี 2025 และ ร้อยละ 6.3 ในปี 2024
ก่อนหน้านี้ บีเอ็มดับเบิลยูรายงานว่ากำไรก่อนหักภาษีของกลุ่มในปี 2025 ลดลงร้อยละ 6.7 เหลือ 10,200 ล้านยูโร หรือประมาณ 11,780 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มจะลดลงต่ออีกร้อยละ 5–9.9 ในปี 2026
ด้านยอดขาย บริษัทคาดว่ายอดส่งมอบรถยนต์ทั่วโลกในปีนี้จะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปีที่ยอดขายในตลาดสำคัญอย่างจีนลดลงอย่างมาก
ปีที่ผ่านมา ยอดขายของบีเอ็มดับเบิลยูในจีนหดตัวถึงร้อยละ 12.5 ขณะที่ฝ่ายบริหารประเมินว่าในปี 2026 ตลาดจีนอาจทำได้เพียงระดับใกล้เคียงกับปีก่อน พร้อมเตือนว่าการแข่งขันในตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของโลกยังคงรุนแรง
สถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้กระทบเฉพาะบีเอ็มดับเบิลยูเท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่ายรถยุโรปรายใหญ่อย่าง โฟล์กสวาเกน และ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งต่างเผชิญแรงกดดันจากผู้ผลิตรถยนต์จีนที่เร่งพัฒนาเทคโนโลยีและทำราคาที่แข่งขันได้มากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
