ต่างชาติลงทุนไทย 2 เดือนแรกพุ่ง 6.4 หมื่นล้าน โต 83%

การลงทุนจากต่างชาติในประเทศไทยช่วงต้นปี 2569 ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ มีการอนุญาตให้ชาวต่างชาติประกอบธุรกิจในไทยรวม 243 ราย คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 64,429 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า การลงทุนดังกล่าวดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยแบ่งเป็นการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ 47 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจ 196 ราย ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุน การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รวมถึงสิทธิภายใต้สนธิสัญญาระหว่างประเทศ
หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 จำนวนธุรกิจต่างชาติที่ได้รับอนุญาตเพิ่มขึ้น 62 ราย หรือราว 34% ขณะที่มูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 29,152 ล้านบาท หรือขยายตัว 83% นอกจากนี้ การลงทุนจากต่างชาติยังส่งผลต่อการจ้างงาน โดยมีการจ้างแรงงานไทยรวม 2,638 คน เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปีก่อน
5 ประเทศลงทุนไทยสูงสุด
ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า นักลงทุนจาก 5 ประเทศยังคงเป็นกำลังหลักของการลงทุนในไทย ได้แก่
- สหรัฐอเมริกา 48 ราย คิดเป็น 20% ของธุรกิจต่างชาติ ลงทุน 1,265 ล้านบาท
- จีน 42 ราย คิดเป็น 17% ลงทุน 11,796 ล้านบาท
- ญี่ปุ่น 41 ราย คิดเป็น 17% ลงทุน 18,886 ล้านบาท
- สิงคโปร์ 27 ราย คิดเป็น 11% ลงทุน 17,218 ล้านบาท
- ฮ่องกง 20 ราย คิดเป็น 8% ลงทุน 5,338 ล้านบาท
BOI ช่องทางหลักของเงินลงทุน
การลงทุนจำนวนมากเข้ามาผ่านการส่งเสริมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งมีถึง 110 ราย คิดเป็น 45% ของจำนวนธุรกิจทั้งหมด และมีมูลค่าเงินลงทุน 36,313 ล้านบาท หรือประมาณ 56% ของเงินลงทุนรวมทั้งหมด
ประเภทกิจการที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทาง BOI ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น
- ธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้าในอุตสาหกรรมโลหะ พลาสติก เครื่องจักร และชิ้นส่วนยานยนต์
- ธุรกิจบริการระดับภูมิภาค เช่น ศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศและสำนักงานสนับสนุนการลงทุน
- รวมถึงธุรกิจด้านเทคโนโลยี เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มดิจิทัล
การลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด และอุตสาหกรรมอาหาร
EEC ยังคงเป็นพื้นที่ดึงดูดการลงทุน
พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ยังคงเป็นจุดหมายสำคัญของนักลงทุนต่างชาติ ในช่วงสองเดือนแรกของปีมีนักลงทุนต่างชาติ 81 รายเลือกลงทุนในพื้นที่ดังกล่าว คิดเป็น 33% ของนักลงทุนทั้งหมด เพิ่มขึ้น 42% จากปีก่อน
มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC อยู่ที่ 29,826 ล้านบาท คิดเป็นเกือบครึ่งของเงินลงทุนต่างชาติทั้งหมดในช่วงเวลาเดียวกัน โดยนักลงทุนหลักมาจากจีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์
ธุรกิจที่เข้ามาลงทุนในพื้นที่นี้ครอบคลุมหลายสาขา เช่น การทดสอบและวิเคราะห์คุณภาพยางล้อรถยนต์ ธุรกิจรับจ้างผลิตชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีมัลติมีเดีย
การลงทุนเดือนกุมภาพันธ์ยังขยายตัวต่อเนื่อง
เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มีการอนุญาตให้ต่างชาติประกอบธุรกิจในไทย 130 ราย มูลค่าการลงทุนรวม 30,650 ล้านบาท โดยนักลงทุนหลักยังคงเป็นสหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น
นอกจากเม็ดเงินลงทุนแล้ว การเข้ามาของนักลงทุนต่างชาติยังนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีใหม่เข้ามาในประเทศ เช่น เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยงานนอกชายฝั่ง การทดสอบระบบอาณัติสัญญาณ และเทคนิคการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการยกระดับทักษะแรงงานไทยและพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
