รีเซต

เตือนฝนตกหนัก 6-9 ส.ค. เสี่ยงท่วมหลายจว. แม้ปีนี้ฝนน้อยจากเอลนีโญ

เตือนฝนตกหนัก 6-9 ส.ค. เสี่ยงท่วมหลายจว. แม้ปีนี้ฝนน้อยจากเอลนีโญ
TNN ช่อง16
6 สิงหาคม 2569 ( 08:06 )

แม้ประเทศไทยกำลังเผชิญอิทธิพลของ ปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งทำให้ปริมาณฝนโดยรวมต่ำกว่าค่าเฉลี่ย แต่ในระยะสั้นกลับต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักจากอิทธิพลของร่องมรสุม โดยเฉพาะช่วงวันที่ 6-9 สิงหาคม 2569 ที่หลายพื้นที่มีความเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

ขณะเดียวกัน สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ยืนยันว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศยังอยู่ในเกณฑ์เพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค แต่ขอให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเกษตรกรนอกเขตชลประทาน ใช้น้ำอย่างประหยัดและเตรียมรับมือฤดูแล้งที่อาจยาวนานกว่าปกติ

ฝนตกหนักหลายพื้นที่ 6-9 ส.ค. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน

จากการประเมินสถานการณ์เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 6 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยยังมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่งผลให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งอันดามัน มีโอกาสเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง

ปริมาณฝนสูงสุดที่ตรวจวัดได้ในแต่ละภูมิภาค ได้แก่

  • ภาคเหนือ : จังหวัดน่าน 88 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดนครพนม 103 มิลลิเมตร
  • ภาคกลาง : จังหวัดสระบุรี 63 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี 140 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันตก : จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 58 มิลลิเมตร
  • ภาคใต้ : จังหวัดนราธิวาส 73 มิลลิเมตร

สทนช. คาดการณ์ว่าในช่วงวันที่ 7-9 สิงหาคม ปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นอีก โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

เตือน 27 จังหวัด เสี่ยงน้ำท่วม-น้ำป่าไหลหลาก

สทนช. ออกประกาศเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ ระหว่างวันที่ 6-9 สิงหาคม ครอบคลุม 27 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร ตาก สุโขทัย เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด กาญจนบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ พังงา กระบี่ และภูเก็ต

พื้นที่เสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังเป็นประจำ พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่ลาดเชิงเขา และพื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักสะสมจนเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

ปริมาณน้ำในเขื่อนยังเพียงพอ ภาพรวมอยู่ที่ 57%

แม้หลายพื้นที่จะมีฝนตกหนักเป็นระยะ แต่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ โดยมีน้ำรวมคิดเป็น 57% ของความจุเก็บกัก หรือประมาณ 45,888 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่น้ำใช้การได้อยู่ที่ 38% หรือ 21,767 ล้านลูกบาศก์เมตร

เมื่อแยกตามภูมิภาค พบว่า

  • ภาคตะวันตก มีน้ำมากที่สุด 67%
  • ภาคใต้ 62%
  • ภาคเหนือ 53%
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 47%
  • ภาคตะวันออก 45%
  • ภาคกลาง 28%

ส่วน 3 เขื่อนหลักในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ยังมีน้ำเพียงพอ ได้แก่

  • เขื่อนบางพระ 43%
  • เขื่อนหนองปลาไหล 52%
  • เขื่อนประแสร์ 63%

เอลนีโญกดฝนทั้งปี เสี่ยงหน้าแล้งยาวถึงเมษายน 2570

นายไพทูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปี 2569 ประเทศไทยยังได้รับอิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลให้ปริมาณฝนเฉลี่ยทั้งประเทศต่ำกว่าปกติประมาณ 10-15%

นอกจากนี้ ช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม ยังมีโอกาสเกิดภาวะ ซูเปอร์เอลนีโญ ซึ่งอาจทำให้หลายพื้นที่มีฝนน้อยกว่าปกติ ขณะเดียวกัน แนวโน้มเส้นทางพายุเขตร้อนในปีนี้คาดว่าจะเคลื่อนตัวไปยังจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น มากกว่าจะเข้าสู่ประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมของปริมาณฝนจะลดลง แต่ร่องมรสุมยังสามารถก่อให้เกิดฝนตกหนักเฉพาะพื้นที่ได้ โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงบางจังหวัดในภาคตะวันออกและภาคใต้ ซึ่งยังคงต้องเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและดินถล่มอย่างต่อเนื่อง

รัฐสั่งทุกหน่วยเตรียมรับมืออุทกภัย พร้อมแนะเกษตรกรใช้น้ำอย่างประหยัด

รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมรับมือทั้งอุทกภัยและภัยแล้ง ทั้งการจัดเตรียมกำลังพล เครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ และระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อประชาชน

สทนช. ยังขอความร่วมมือเกษตรกร โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขตชลประทาน วางแผนเพาะปลูกให้เหมาะสม ใช้น้ำอย่างคุ้มค่า และสำรองน้ำไว้ใช้ เนื่องจากคาดว่าฤดูแล้งปีนี้อาจยาวนานตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ไปจนถึงเดือนเมษายน 2570 จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างรอบคอบตั้งแต่ขณะนี้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง