"จีน" เจรจา "อิหร่าน" ขอเปิดทางเรือขนส่งพลังงานผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” หลังสงครามตะวันออกกลางป่วนเส้นทางน้ำมันโลก

"จีน" เจรจา "อิหร่าน" ขอเปิดทางเรือขนส่งพลังงานผ่าน “ช่องแคบฮอร์มุซ” หลังสงครามตะวันออกกลางป่วนเส้นทางน้ำมันโลก
จีนเร่งหารืออิหร่าน ขอให้รับประกันความปลอดภัยเรือบรรทุกน้ำมันและ LNG ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หลังเส้นทางพลังงานสำคัญของโลกเผชิญภาวะชะงักงันจากสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งกว่า 15% และมีเรือราว 300 ลำติดค้างในพื้นที่
จีนกำลังอยู่ระหว่างการหารือกับอิหร่าน เพื่อให้เรือบรรทุกน้ำมันดิบและเรือขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน
รายงานจากสื่อระหว่างประเทศระบุว่า จีนซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอิหร่าน และต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นสัดส่วนประมาณ 45% ของการนำเข้าทั้งหมด ได้แสดงความไม่พอใจต่อการที่อิหร่านสกัดกั้นการเดินเรือในเส้นทางดังกล่าว พร้อมกดดันให้เปิดทางให้เรือพลังงานสามารถผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัย
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เนื่องจากเป็นจุดผ่านของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติจำนวนมาก หากเกิดการปิดเส้นทางหรือการสกัดกั้น จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศในเอเชียที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลาง
ข้อมูลการติดตามการเดินเรือพบว่า เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งชื่อ “ไอรอน เมเดน” (Iron Maiden) สามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ในช่วงเวลากลางคืน หลังจากมีการปรับสัญญาณแสดงเจ้าของเรือเป็นบริษัทจีน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า จำเป็นต้องมีเรือจำนวนมากเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดพลังงานโลก
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากบริษัทติดตามการเดินเรืออย่าง Vortexa และ Kpler ระบุว่า ปัจจุบันมีเรือบรรทุกน้ำมันประมาณ 300 ลำติดค้างอยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากการเดินเรือทั้งขาเข้าและขาออกเผชิญภาวะชะงักงันจากสถานการณ์ความไม่ปลอดภัยในพื้นที่
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลอิหร่านประกาศว่าจะไม่อนุญาตให้เรือที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ อิสราเอล รวมถึงประเทศยุโรปและชาติพันธมิตรเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ดังกล่าวไม่ได้กล่าวถึงจีน ทำให้หลายฝ่ายมองว่า จีนอาจยังสามารถใช้ความสัมพันธ์ทางการทูตเพื่อเจรจาให้เรือพลังงานเดินทางผ่านได้
สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางได้ดำเนินเข้าสู่วันที่ 6 แล้ว ส่งผลให้เส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกแห่งนี้แทบหยุดชะงัก และสร้างความกังวลต่อการขาดแคลนอุปทานพลังงานในหลายประเทศ
นับตั้งแต่เกิดการสู้รบ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วมากกว่า 15% จากความกังวลต่อการหยุดชะงักของการผลิตและการขนส่งพลังงาน หลังมีรายงานว่าอิหร่านได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงเรือที่พยายามเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งยังยืดเยื้อ และการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่สามารถกลับสู่ภาวะปกติได้ในเร็ววัน อาจส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกเผชิญแรงกดดันด้านราคา และเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
