"หัวเว่ย" สวนสหรัฐ เมินคว่ำบาตร ผลิตชิป 1.4 นาโนเมตร

หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ของจีน ประกาศความก้าวหน้าครั้งสำคัญด้านการออกแบบชิป โดยระบุว่า ชิประดับไฮเอนด์ของบริษัทจะสามารถมีความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์เทียบเท่าเทคโนโลยีการผลิตระดับ 1.4 นาโนเมตรได้ภายใน 5 ปีข้างหน้า
ความเคลื่อนไหวนี้ถูกจับตาอย่างมาก เพราะเทคโนโลยีระดับ 1.4 นาโนเมตร คาดว่าจะใกล้เคียงกับแนวหน้าของอุตสาหกรรมผลิตชิปขั้นสูงของโลกในช่วงปลายทศวรรษนี้ แม้หัวเว่ยจะยังไม่ได้เปิดเผยข้อมูลทดสอบประสิทธิภาพจากหน่วยงานอิสระก็ตาม
ปัจจุบัน จีนยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญจากมาตรการควบคุมของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการเข้าถึงเครื่องจักรลิโธกราฟีขั้นสูง และเทคโนโลยีสำคัญในห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์ ทำให้การไล่ตามผู้ผลิตชิประดับโลกด้วยวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมเป็นเรื่องยาก
ขณะที่ทีเอสเอ็มซีของไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปขั้นสูงรายใหญ่ที่สุดของโลก ใช้เทคโนโลยีระดับ 2 นาโนเมตร และมีแผนเดินหน้าสู่กระบวนการผลิต 1.4 นาโนเมตรในปี 2571 หัวเว่ยจึงเลือกเสนอแนวทางใหม่ ที่ไม่ได้พึ่งพาเพียงการย่อขนาดทรานซิสเตอร์ให้เล็กลง
หัวเว่ยเปิดตัวหลักการที่เรียกว่า Tau Scaling Law หรือแนวคิดการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยการลดเวลาการเคลื่อนที่ของสัญญาณและข้อมูลภายในชิปและระบบประมวลผล หากทำได้สำเร็จ แนวทางนี้อาจช่วยให้หัวเว่ยยกระดับประสิทธิภาพและความหนาแน่นของชิปได้ แม้จีนยังถูกจำกัดการเข้าถึงเครื่องมือผลิตชิปขั้นสูง
บริษัทยังระบุว่า ชิป Kirin รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวภายในปีนี้ จะเป็นกลุ่มแรกที่ใช้สถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้องชื่อว่า LogicFolding ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดระยะทางการเดินสายภายในชิป และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอย่างมีนัยสำคัญ
ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา หัวเว่ยระบุว่าได้ออกแบบและผลิตชิปจำนวน 381 รุ่น โดยใช้แนวคิด Tau Scaling Law ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่สมาร์ตโฟน ไปจนถึงระบบประมวลผล AI
ความเคลื่อนไหวนี้มีนัยสำคัญทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ เพราะชิปขั้นสูงกลายเป็นหัวใจของการพัฒนา AI และเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยเฉพาะในจีน ที่ความต้องการชิป Ascend ของหัวเว่ยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังบริษัทเทคโนโลยีจีนหลายรายมองหาทางเลือกแทนชิป AI จากอินวิเดีย ซึ่งถูกจำกัดการส่งออกไปยังจีน
หัวเว่ยเคยถูกสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำทางการค้าในปี 2562 ทำให้เข้าถึงเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ ได้ยากขึ้น แต่บริษัทกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้งในปี 2566 หลังเปิดตัวสมาร์ตโฟน Mate 60 ที่รองรับ 5G และใช้ชิปที่ผลิตโดยเอสเอ็มไอซีของจีนด้วยเทคโนโลยี 7 นาโนเมตร
สำหรับจีน นี่ไม่ใช่เพียงข่าวเทคโนโลยี แต่คือสัญญาณของการแข่งขันรอบใหม่ในอุตสาหกรรมชิปโลก ที่หัวเว่ยกำลังพยายามพิสูจน์ว่า แม้ถูกปิดกั้นเครื่องมือสำคัญจากตะวันตก แต่ยังสามารถหาทางลัดใหม่ เพื่อขยับเข้าใกล้แนวหน้าของเซมิคอนดักเตอร์โลกได้อีกครั้ง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
