NETBAY ปลดล็อก จ่อฟื้นครึ่งปีหลัง โบรกอัพเป้า 18 บ.

#NETBAY #ทันหุ้น - NETBAY ปลดล็อกปมคดีใหญ่ 425 ล้านบาท ศาลปกครองกลาง “ยกฟ้อง” คดีที่ 2 หนุน Overhang คลี่คลาย ปลุกความเชื่อมั่นนักลงทุน จับตาผลงานไตรมาส 2/2569 ฟื้นคาดกำไรแตะ 40 ล้านบาท ดันผลงานครึ่งปีหลังคืนฟอร์ม โบรกอัพราคาเป้าหมายสู่ 18 บาท พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ”
บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน) ระบุถึง บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) หรือ NETBAY ว่า บริษัทได้รายงานความคืบหน้าของคดีที่ 2 มูลค่าประมาณ 425 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมช่วงระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2024 – 25 เมษายน 2025 โดยศาลปกครองกลางมีคำพิพากษา “ยกฟ้อง” เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2026
ศาลมีคำวินิจฉัยโดยมีใจความสำคัญว่า บริษัทและกรมศุลกากรมีนิติสัมพันธ์ต่อกันตามสัญญาข้อตกลงร่วมกันพัฒนาระบบการให้บริการ ตั้งแต่ปี 2007 เป็นต้นมา และสิ้นสุดในวันที่ 25 เมษายน 2025 การใช้บริการ NSW ของบริษัทนั้นอาศัยสิทธิดังกล่าว และเกิดขึ้นก่อนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2026 อันเป็นวันที่อย่างเร็วที่สุดที่ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิประกอบการ และเป็นวันที่ผู้ฟ้องคดีอาจเรียกเก็บเงินค่าบริการจากผู้ใช้บริการระบบ NSW ระบบใหม่จากบริษัทได้ อีกทั้งบริษัทและผู้ฟ้องคดีไม่มีการทำนิติกรรมระหว่างกัน และไม่มีนิติสัมพันธ์ในลักษณะสัญญาต่อกัน
@ลด Overhang
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวยังไม่ถือเป็นที่สิ้นสุดตามกระบวนการทางกฎหมาย เนื่องจากคู่ความยังคงมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลที่สูงขึ้นภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ส่งผลให้ผลของคดียังมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้ และความไม่แน่นอนดังกล่าวยังคงเป็นปัจจัยที่ตลาดติดตามอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม มองว่าความคืบหน้าของคดีที่ 2 จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดแรงกดดันต่อ Sentiment การลงทุนได้ในระยะถัดไป เนื่องจากข้อพิพาททั้ง 2 คดีมีประเด็นข้อกฎหมายและลักษณะของสัญญาที่ใกล้เคียงกัน โดยแตกต่างกันหลักๆ เพียงช่วงเวลาของการเรียกเก็บค่าบริการ
@เพิ่มความเชื่อมั่น
ต่อไปเริ่มให้ความสำคัญกับผลประกอบการ ความชัดเจนของคดีที่ 2 จะมีผลต่อมุมมองของตลาด เนื่องจากผลการพิจารณาคดีออกมาในทิศทางที่ดีเมื่อเทียบกับคดีแรก และเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อบริษัท รวมถึงผลประกอบการในช่วงไตรมาส 2 ที่เราเชื่อว่าจะฟื้นตัวจากไตรมาส 1
คาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 40 ล้านบาท (-47% YoY, +19% QoQ) จากรายได้ที่ทยอยฟื้นตัวขึ้นในเชิง QoQ แต่ยังคงปรับตัวลดลง YoY ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) คาดว่าจะทรงตัวที่ 63% จากไตรมาส 1/2026 ซึ่งลดลงจาก 72% ในไตรมาส 2/2025
@แนวโน้มกำไรฟื้น
ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรสุทธิในปี 2026–2028 ที่ 197 ล้านบาท 223 ล้านบาท และ 255 ล้านบาท ตามลำดับ โดยกำไรสุทธิปี 2026 ลดลงจากรายได้ที่ปรับตัวลดลงในช่วงไตรมาส 1/2026 อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผลประกอบการจะทยอยฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี จากการฟื้นตัวของฐานรายได้ประจำ ควบคู่กับการรับรู้รายได้จากงาน Project ที่มีอยู่ในมือ
ปัจจุบัน บริษัทมีมูลค่างานที่เตรียมส่งมอบประมาณ 45 ล้านบาท ซึ่งได้ทยอยรับรู้รายได้แล้วประมาณ 14 ล้านบาทในช่วงไตรมาส 1/2026 ขณะที่งานที่เหลืออีกประมาณ 30 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยส่งมอบและรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 2/2026–ไตรมาส 3/2026
ฝ่ายวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 18.00 บาท เพิ่มขึ้นจาก 12.50 บาท อ้างอิง PER ปี 2027 ที่ 16 เท่า การปรับเพิ่มราคาเป้าหมายในครั้งนี้เกิดจากการยกเลิกสมมติฐานกรณีแย่ที่สุด หลังความคืบหน้าของคดีที่ 2
เชื่อว่าหลังจากความไม่แน่นอนด้านคดีความทยอยคลี่คลาย นักลงทุนจะกลับมาให้น้ำหนักกับปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจมากขึ้น โดยบริษัทมีแนวโน้มฟื้นตัวจากทั้งการกลับมาของรายได้ประจำและการรับรู้รายได้จากงาน Project ส่งผลให้ผลประกอบการมีแนวโน้มทยอยฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี และกลับเข้าสู่ระดับปกติในปี 2027
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
