SCGD เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.155 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 4 ส.ค. 2569

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #SCGD เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.155 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 4 ส.ค. 2569
บริษัท เอสซีจี เดคคอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGD รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้จากการขาย 5,370 ล้านบาท ลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) และลดลง 3% จากไตรมาสก่อน (QoQ) ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 5,473 ล้านบาท ลดลง 7% YoY และลดลง 4% QoQ สะท้อนความต้องการในตลาดประเทศไทยที่ยังชะลอตัว แม้ได้รับแรงหนุนจากยอดขายในเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซียที่เติบโตขึ้น
ผลประกอบการตามงบการเงิน บริษัทขาดทุนสุทธิ 287 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 223 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2568 และกำไรสุทธิ 241 ล้านบาทในไตรมาสแรกของปี 2569 ขณะที่ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นขาดทุน 282 ล้านบาท เทียบกับกำไร 222 ล้านบาทในปีก่อน และกำไร 247 ล้านบาทในไตรมาสก่อน เนื่องจากรับรู้ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ (Non-recurring Expenses) จำนวน 690 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากโครงการรวมศูนย์สายการผลิต (Plant Consolidation)
อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว ผลการดำเนินงานปกติยังปรับตัวดี โดยบริษัทมีกำไรสุทธิ 263 ล้านบาท ลดลงเพียง 1% YoY แต่เพิ่มขึ้น 16% QoQ ขณะที่กำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 268 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY และ 16% QoQ ส่วน Adjusted EBITDA อยู่ที่ 805 ล้านบาท ลดลง 6% YoY แต่เพิ่มขึ้น 6% QoQ สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและการรักษาความสามารถในการทำกำไร
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขาย 10,922 ล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 11,152 ล้านบาท ลดลง 7% YoY ส่วนผลประกอบการตามงบการเงินขาดทุนสุทธิ 46 ล้านบาท จากกำไรสุทธิ 441 ล้านบาทในช่วงเดียวกันปีก่อน และขาดทุนส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 35 ล้านบาท จากกำไร 439 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากรายการพิเศษดังกล่าว
หากตัดผลกระทบจากรายการพิเศษออก บริษัทมีกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 489 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน ขณะที่กำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY และ Adjusted EBITDA อยู่ที่ 1,566 ล้านบาท ลดลง 6% YoY
ด้านอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นเป็น 29.8% จาก 28.3% ในปีก่อน และ 26.4% ในไตรมาสแรก จากการปรับปรุงกระบวนการผลิต การบริหารต้นทุน และการปรับราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุนพลังงาน ขณะที่ EBITDA on Sales (Adjusted) เพิ่มเป็น 15.0% จาก 14.8% ในปีก่อน และ 13.7% ในไตรมาสก่อน ส่วนอัตรากำไรสุทธิ (Adjusted) อยู่ที่ 4.8% และอัตรากำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4.9%
ในด้านฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 37,270 ล้านบาท เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 9,218 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 25% ของสินทรัพย์รวม มีหนี้สินรวม 17,563 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 19,707 ล้านบาท อัตราหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 1.4 เท่า และอัตราหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.2 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง
คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 ในอัตรา 0.155 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินรวม 256 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายปันผล 60% ของกำไรสุทธิที่ไม่รวมรายการพิเศษ โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 4 สิงหาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้น (Record Date) วันที่ 5 สิงหาคม 2569 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 19 สิงหาคม 2569
ฝ่ายบริหารระบุว่า ธุรกิจในเวียดนามยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยยอดขายในประเทศเวียดนามเพิ่มขึ้น 3% YoY และ 10% QoQ จากความต้องการกระเบื้องเกลซพอร์ซเลนที่แข็งแกร่งและการส่งออกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่โครงการ Plant Consolidation ในประเทศไทยจะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ประมาณ 16-20% เมื่อแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2570 และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
