SCB-KBANK ระวังครึ่งหลัง กลยุทธ์เล่นแบงก์รับปันผล

#SCB #KBANK #ทันหุ้น – 2 ผู้นำแบงก์ SCB-KBANK ยังไม่ไว้วางใจครึ่งปีหลัง SCB รับระวังสินเชื่อ เน้นบริหารการเงิน SCB แต่ล่าสุดปล่อยสินเชื่อ ปตท. 6.8 หมื่นล้านบาท ด้าน KBANK ศก.ไทยขยายตัวแต่สู้ปัจจัยเสี่ยงยาก กูรูชี้งบแบงก์งวดครึ่งปีแรกดีกว่าคาด 5-10% บริหารความมั่งคั่งแรง คุณภาพสินเชื่อจัดการได้ ส่วนครึ่งปีหลังห่วง NIM ต้นทุน และการตั้งสำรอง วางกลยุทธ์รับปันผล
นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เปิดเผยหลัง รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 11,117 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.0% QoQ แต่ลดลง 13.1% YoY โดยระบุแม้เศรษฐกิจไทยยังเผชิญการฟื้นตัวที่ไม่ทั่วถึงและหนี้ครัวเรือนสูง แต่ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งสามารถสร้างการเติบโตของกลุ่ม ซึ่งการนำเทคโนโลยี AI มาพัฒนาการให้คำแนะนำด้านการลงทุนและการบริหารพอร์ตแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งช่วยผลักดันรายได้ค่าธรรมเนียมให้เติบโตต่อเนื่อง สำหรับคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ลดลงเหลือ 3.17% ขณะที่ Coverage Ratio อยู่ที่ 158.6%
@SCB เดินหน้าธนาคารไร้สาขา
โดยในช่วงครึ่งหลังของปี บริษัทจะยังเน้นการเติบโตอย่างระมัดระวัง ผ่านการปล่อยสินเชื่อคุณภาพสูง การขยายธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง การบริหารคุณภาพสินทรัพย์เชิงรุก และการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้วย AI เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยขาลงและเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน รวมถึงการเดินหน้าพัฒนา BankX หรือธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) โดยเตรียมนำ AI มาใช้ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการให้บริการลูกค้า ล่าสุด ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB ได้ สนับสนุนสินเชื่อแก่ กลุ่ม ปตท. ในวงเงินรวมกว่า 68,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 1. วงเงินสินเชื่อระยะยาว จำนวน 17,376 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัท แทงค์ อินฟรา จำกัด และ 2. วงเงินสินเชื่อระยะสั้นจำนวน 51,000 ล้านบาท เพื่อรองรับภารกิจดูแลความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ
บริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า กำไรไตรมาส 2 ของ SCB สูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยและตลาดคาด 6% โดย NIM ไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 3.04% สูงกว่าที่คาดไว้ที่ 2.93% มีปัจจัยหนุนจากกำไรจากการขายเงินลงทุน และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่วนแนวโน้มกำไรไตรมาส 3/2569 ของ SCB ฝ่ายวิจัยบัวหลวง คาดว่าจะอ่อนตัวลง YoY และทรงตัว QoQ เนื่องจากมีแรงกดดันจากแนวโน้ม NIM ที่ปรับลดลง ประเมินว่า SCB น่าจะยังสามารถจ่ายเงินปันผลในระดับสูงที่ราว 6.5% จึงยังแนะนำ “ถือ” เพื่อรับปันผล ให้ราคาเป้าหมายที่ 145 บาท
@ KBANK มองศก.ไทยดีขึ้น
ด้าน นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK รายงานกำไรสุทธิงวดไตรมาส 2/2569 ที่ 1.32 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% YoY แต่ลดลง 10% QoQ โดยประเมินในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2569 การใช้จ่ายในประเทศจะได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจของภาครัฐ แต่ไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนภาพรวมทั้งปี 2569 ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะชะลอลงจากปีก่อน เนื่องจากยังเผชิญความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ สถานการณ์เอลนีโญ ข้อจำกัดด้านการเบิกจ่ายและประสิทธิผลของการใช้จ่ายภาครัฐ ดังนั้นธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวังผ่านการเดินหน้ายุทธศาสตร์ 3+1 และ Productivity ควบคู่กับการยกระดับกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” สำหรับ NPL อยู่ที่ระดับ 3.18% ซึ่งยังคงต้องติดตามคุณภาพสินทรัพย์อย่างระมัดระวังใกล้ชิด ส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) เพิ่มขึ้นอยู่ที่ระดับ 173.90%
@ วางกลยุทธ์หุ้นแบงก์
นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ทันหุ้น” ว่า ภาพรวมกำไรสุทธิธนาคารพาณิชย์ดีกว่าประมาณการ กลุ่มธนาคารกลาง - เล็กรายงานผลการดำเนินงานดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ประมาณ 6-7% ส่วนใหญ่มาจาก รายได้ค่าธรรมเนียม Management และ ค่าธรรมเนียมหน่วยลงทุน ซึ่งธนาคารที่เน้นธุรกิจด้านนี้จะได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน อาทิ KKP
ส่วนกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ แม้สินเชื่อธุรกิจ จะเติบโตดีกว่าคาด แต่เป็นสินเชื่อที่ให้อัตราผลตอบแทนไม่สูงมาก ขณะที่ NIM มีแนวโน้มทรงตัว แม้บางแห่งเริ่มฟื้นตัวจากการบริหารต้นทุนเงินฝากได้ดีขึ้น ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมยังเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยขับเคลื่อนผลประกอบการ
ยังคงให้น้ำหนักการลงทุน "เท่ากับตลาด" (Neutral) โดยมองว่าผลประกอบการ ครึ่งปีหลังมีแนวโน้มอ่อนตัวกว่าครึ่งปีแรก จากแรงกดดันของค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาส 4/2569 รวมถึงความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
โดยกลุ่มธนาคารยังถูกมองเป็น หุ้น Defensive ที่เหมาะสำหรับช่วงตลาดผันผวน จากฐานกำไรที่แข็งแกร่งและอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง โดยธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่งยังให้ Dividend Yield มากกว่า 5% ในเชิงกลยุทธ์ จึงนักวิเคราะห์ให้น้ำหนัก “เป็นกลาง” สำหรับกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ แนะ “ทยอยสะสม” เมื่อราคาย่อตัว อาทิ SCB
ขณะที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดกลางและขนาดเล็ก มีศักยภาพการเติบโตมากกว่าหนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจตลาดทุน, ธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ได้เปรียบด้านโครงสร้างต้นทุน เพราะภาระการลงทุนด้านเทคโนโลยีน้อยกว่าธนาคารขนาดใหญ่เลือก KKP เป็น Top Pick ของกลุ่ม จากความโดดเด่นของธุรกิจตลาดทุนและรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโต ขณะที่ราคาหุ้นยังมีอัพไซด์และให้ผลตอบแทนเงินปันผลในระดับน่าสนใจ
ขณะที่ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เห็น Scope for Upside สำหรับกำไรปี 2569 ของ KBANK ราว 5-10% ทำให้อยู่ระหว่างทบทวนปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 และยังแนะนำ 'ซื้อ'
“สำหรับกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ยังคงให้น้ำหนัก KBANK หลังผลประกอบการดีกว่าคาดและมีโอกาสถูกปรับเพิ่มประมาณการกำไร ส่วน KKP ยังเป็น Top Pick จากการเติบโตของธุรกิจตลาดทุนและธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง พร้อมอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 6%”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
