‘ไทย’บูมต่างชาติแห่ลงทุน 2บริษัทจีนสนใจเข้าIPO

#คลัง #ตลท.#ต่างชาติ #ทันหุ้น – “เอกนิติ” ชี้ไทยเนื้อหอม ต่างชาติสนใจย้ายฐานมาลงทุนจำนวนมาก-ฟันด์โฟลว์ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยระดับ 7 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งจากปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน-รักษาวินัยการเงินการคลัง เผย 2 บริษัทจีน สนใจเข้าโครงการ BOI To IPO “ธุรกิจส่งข้อมูลด้วยแสง ขยายลงทุนในไทย 5 หมื่นล้านบาท -ธุรกิจยานยนต์สมัยใหม่” เกณฑ์ TISA เสร็จกันยายนนี้ ด้านตลท.ชี้ SET เป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในโลก “เฟทโก้” ชี้กองทุนสนใจต่างชาติสนใจลงทุนไทยจำนวนมาก
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รมว.คลัง) เปิดเผยว่า กระแสเงินทุนโลกพร้อมที่จะย้ายฐานเข้ามาลงทุนในประเทศไทย หลังจากที่ประเทศไทยมีการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐาน และรักษาวินัยการเงินและการคลัง โดยเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ที่ไหลเข้ามาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (21 ก.ค.) 7 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ และการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานพื้นฐานที่สำคัญในครั้งนี้ คือพลังงานสะอาด โดยปลดล็อก Direct PPA ให้ทุกอุตสาหกรรมไม่ใช่เฉพาะกับดาต้าเซ็นเตอร์ และไม่มีจำกัดโควตา ดึงดูดการลงทุนสมัยใหม่เข้ามา
@2 บริษัทจีนสน IPO
ทั้งนี้จากที่ได้เดินทางไปประเทศจีน ซึ่งได้พบบริษัทจีน ที่จะเข้ามาขยายการลงทุนในการส่งข้อมูลด้วยแสง ในการผลิตเครื่อง Optical Transceiver มูลค่าการลงทุน 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งบริษัทดังกล่าวต้องการระดมทุนด้วย จึงอาจเป็นเป้าหมายแรกในการเข้ามาระดมทุนในโครงการ BOI To IPO จึงได้แจ้งกับทางเลขาธิการ BOI ให้มีการหารือกับทางตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้กระบวนการเข้าจดทะเบียนได้เร็ว (Fast Pass) โดยตอนนี้มีบริษัทสนใจ 2 บริษัท คือบริษัท Optical Transceiver และอุตสาหกรรมรถยนต์สมัยใหม่
“จากที่ไปเจอบริษัทจีน ให้ความสนใจที่จะมาขยายการลงทุนในไทย เขามาลงทุนทำการส่งข้อมูลด้วยแสง ซึ่งการส่งข้อมูลที่ใช้ AI นั้นมีการประมวลผลต้องเร็ว ซึ่งเครื่องที่เขาทำคือเครื่อง Optical Transceiver ใช้เงินลงทุน 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเขาต้องการระดมทุนด้วย ผมบอกอาจเป็นเป้าหมายแรกในการเข้าโครงการ BOI To IPO จึงต้องมีกระบวนการหรือขั้นตอนในการเข้าจดทะเบียนให้เร็ว”
ส่วนโครงการ TISA ขณะนี้ทางกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการศึกษาเพิ่มเติมหลังมีข้อสังเกตเรื่องเกณฑ์ต่างๆ เข้ามา ทำให้ต้องศึกษาอย่างรอบคอบ ซึ่งจะดำเนินการให้เสร็จภายในปีงบประมาณ 2569 คือ ภายในเดือนกันยายนนี้ โดยโครงการ TISA เป็นการลงทุนเพื่อการออมระยะยาว เพื่อสร้างความมั่นคงในยามเกษียณ ซึ่งจะให้สิทธิประโยชน์เท่าเทียมกัน และจูงใจคนตัวเล็กเข้ามาออมในโครงการนี้
@SET รีเทิร์นเด่น
นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ฟันด์โฟลว์ที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทยจำนวนมากในช่วงนี้ มีหลายปัจจัยบวกรวมๆ กัน เช่น ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยน่าเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด เงินลงทุนตรงต่างประเทศผ่าน BOI เข้ามามากขึ้น การเดินหน้าโครงการ Thailand FastPass เพื่อกระตุ้นทำให้เกิดการลงทุนจริงได้เร็วขึ้น เสถียรภาพการเงินและการคลัง งบประมาณปี 2570 ใกล้จะผ่าน เดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจไทย ทำให้เศรษฐกิจไทยมีศักยภาพการเติบโตดีในอนาคต
ดังนั้นจึงทำให้ทำให้ตลาดหุ้นไทยเป็นที่สนใจลงทุนของนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น เมื่อนักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้อสุทธิก็หนุนนักลงทุนไทยมั่นใจเข้ามาลงทุนมากขึ้น ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยเป็นหนึ่งในดัชนีที่ให้ผลตอบแทนการลงทุนที่ดีที่สุดในโลกในวันนี้ โดยเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่เข้ามาซื้อสุทธิในตอนนี้เป็นกองทุนระยะยาวมากขึ้น
@หุ้นไทยไปต่อ
นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) กล่าวว่า ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น และมีนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาซื้อไม่ทันรอบนี้ที่ดัชนีปรับตัวขึ้นแตะระดับ 1,650 จุด ยังรอจังหวะที่เข้ามาลงทุน จากประเทศไทยมีพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่นักลงทุนสามารถคาดหวังได้ชัดเจนขึ้น
โดยเฉพาะโอกาสจากการย้ายฐานการผลิต ของโลกมาลงทุนในประเทศไทย โดยนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนนั้นก็เริ่มมีกองทุนระยะยาวเข้ามาซื้อสุทธิมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันยอดซื้อสุทธิเดือนนี้แตะ 4.35 หมื่นล้านบาท ทำให้ตั้งแต่ต้นปีถึง 21 กรกฎาคม มียอดซื้อสุทธิสะสมประมาณ 7 หมื่นล้านบาทแล้ว
ทั้งนี้แม้ดัชนีตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมา ยังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อได้ หากสถานการณ์ต่างๆ ยังอยู่ในทิศทางที่ดีเหมือนกับปัจจุบัน เพราะหากดู P/E ที่ไม่นับรวม DELTA ยังอยู่เพียง 13 เท่า ซึ่งถือว่ายังต่ำ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
