รีเซต

สัญญาณอันตรายจากขั้วโลก! ดาวเทียมเผย "มูลเพนกวิน" กำลังบอกว่าโลกไม่เหมือนเดิม

สัญญาณอันตรายจากขั้วโลก! ดาวเทียมเผย "มูลเพนกวิน" กำลังบอกว่าโลกไม่เหมือนเดิม
TNN ช่อง16
20 กรกฎาคม 2569 ( 12:30 )
12

“แอนตาร์กติกา” ดินแดนที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งและอยู่ห่างไกลจากผู้คน อาจดูเป็นสถานที่ที่แทบไม่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ แต่ในความเป็นจริง พื้นที่แห่งนี้กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และหนึ่งในหลักฐานล่าสุดกลับไม่ได้มาจากการวัดอุณหภูมิหรือการละลายของธารน้ำแข็ง หากแต่มาจากสิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึง นั่นคือ "สีของมูลเพนกวิน"

ทีมนักวิจัยจากสหรัฐอเมริกาได้พัฒนาแนวทางใหม่ในการติดตามผลกระทบของภาวะโลกร้อน ด้วยการใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียม Landsat ขององค์การนาซา วิเคราะห์สีและคุณสมบัติการสะท้อนแสงของมูลเพนกวินอาเดลี (Adélie Penguin) ที่กระจายอยู่ทั่วทวีปแอนตาร์กติกา เพื่อตรวจสอบว่าพวกมันกินอาหารชนิดใดในแต่ละพื้นที่และแต่ละช่วงเวลา ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สามารถศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างอาหารของเพนกวิน ระบบนิเวศ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ในระดับทั้งทวีปและต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี

เพนกวินอาเดลีมีอาหารหลักอยู่สองชนิด ได้แก่ ปลาซิลเวอร์ฟิชแอนตาร์กติก ซึ่งให้พลังงานและสารอาหารสูง และ คริลล์ สัตว์ทะเลขนาดเล็กคล้ายกุ้งที่มีคุณค่าทางอาหารต่ำกว่า ความน่าสนใจคือ อาหารที่แตกต่างกันทำให้สีของมูลเพนกวินแตกต่างกันด้วย นักวิทยาศาสตร์จึงสามารถใช้ภาพจากอวกาศวิเคราะห์องค์ประกอบของอาหารได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินทางไปเก็บตัวอย่างจากอาณานิคมเพนกวินนับร้อยแห่งที่กระจายอยู่ทั่วทวีปน้ำแข็ง

ผลการศึกษาข้อมูลระหว่างปี 1984–2013 พบความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่าง ปริมาณน้ำแข็งทะเลกับอาหารของเพนกวิน ในพื้นที่ที่ยังมีน้ำแข็งทะเลอุดมสมบูรณ์ เพนกวินจะกินปลาเป็นอาหารหลัก แต่เมื่อปริมาณน้ำแข็งลดลงจากภาวะโลกร้อน จำนวนปลาก็ลดลงตามไปด้วย ทำให้เพนกวินต้องหันไปพึ่งพาคริลล์มากขึ้น

แม้คริลล์จะเป็นอาหารสำคัญของระบบนิเวศแอนตาร์กติกา แต่ก็มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำกว่าปลา โดยเฉพาะสำหรับลูกเพนกวิน งานวิจัยพบว่า ลูกเพนกวินที่ได้รับอาหารเป็นปลาจะเติบโตได้ดีกว่า มีขนาดตัวใหญ่กว่า และมีโอกาสรอดชีวิตสูงกว่า ขณะที่อาณานิคมเพนกวินที่ต้องพึ่งพาคริลล์เป็นหลัก มีแนวโน้มประชากรลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนว่าการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อาหารกำลังส่งผลกระทบต่อการอยู่รอดของสายพันธุ์นี้โดยตรง

นักวิทยาศาสตร์ยังเตือนว่า หลังจากช่วงเวลาที่ศึกษาสิ้นสุดลงในปี 2013 แอนตาร์กติกาต้องเผชิญกับการลดลงของน้ำแข็งทะเลอย่างรุนแรงและทำสถิติต่ำที่สุดหลายปีติดต่อกัน หากแนวโน้มดังกล่าวยังดำเนินต่อไป เพนกวินอาเดลีในพื้นที่กว้างขึ้นอาจต้องพึ่งพาคริลล์เป็นอาหารหลักมากกว่าเดิม และอาจทำให้ประชากรของพวกมันลดลงในระยะยาว

งานวิจัยครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นบทบาทสำคัญของเทคโนโลยีดาวเทียมในการอนุรักษ์ธรรมชาติ เพราะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของสัตว์ป่าและระบบนิเวศในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากอย่างแอนตาร์กติกา โดยไม่รบกวนสัตว์และไม่ต้องลงพื้นที่ซ้ำ ๆ นับเป็นอีกตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีอวกาศมาใช้เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ท้ายที่สุด สิ่งที่ดูเหมือนไม่มีความสำคัญอย่าง "มูลเพนกวิน" กลับกลายเป็นดัชนีชี้วัดสุขภาพของมหาสมุทรและระบบนิเวศขั้วโลกได้อย่างน่าทึ่ง เพราะทุกการเปลี่ยนแปลงของสีที่มองเห็นจากอวกาศ ล้วนสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอาหาร น้ำแข็งทะเล และผลกระทบจากภาวะโลกร้อนที่กำลังเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ และเมื่อเพนกวินต้องเปลี่ยนอาหารเพื่อความอยู่รอด นั่นอาจหมายความว่า ระบบนิเวศของโลกกำลังเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่เราคิด

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง