รีเซต

“เอลนีโญ” ปี 2026 จ่อแรงสุดในรอบกว่า 70 ปี ป่วนสภาพอากาศทั่วโลก!

“เอลนีโญ” ปี 2026 จ่อแรงสุดในรอบกว่า 70 ปี ป่วนสภาพอากาศทั่วโลก!
TNN ช่อง16
14 กันยายน 2569 ( 11:00 )

ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น อาจกลายเป็นหนึ่งในเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูล โดยเริ่มส่งผลต่อรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลกแล้ว ทั้งยังมีแนวโน้มยืดเยื้อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว

รายงานของ AccuWeather ระบุว่า นักอุตุนิยมวิทยาประเมินด้วยความเชื่อมั่นสูงว่า สภาวะ “ซูเปอร์เอลนีโญ” จะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของฤดูพายุเฮอริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติก และมีโอกาสที่เอลนีโญปี 2026–2027 จะรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1950

ข้อมูลของ NOAA ระบุว่า ค่าคาดการณ์เฉลี่ยของดัชนี RONI สำหรับเอลนีโญครั้งนี้อยู่ที่ 2.66 หากเกิดขึ้นตามคาด จะสูงกว่าสถิติเดิมที่ 2.40 ในช่วงปี 1982–1983 และอาจแซงหน้าเหตุการณ์เอลนีโญรุนแรงในปี 1902–1903, 1997 และ 2015–2016

ความรุนแรงของเอลนีโญเกิดจากอุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกใกล้เส้นศูนย์สูตรสูงกว่าค่าเฉลี่ยเป็นเวลานาน ส่งผลให้รูปแบบกระแสลมและเส้นทางพายุเปลี่ยนแปลง และกระทบต่ออุณหภูมิและปริมาณฝนในหลายภูมิภาคทั่วโลก

หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดคือ ฤดูพายุเฮอริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติก เนื่องจากเอลนีโญทำให้ลมเฉือนในบรรยากาศชั้นบนรุนแรงขึ้น ส่งผลให้พายุหมุนเขตร้อนก่อตัวและทวีกำลังได้ยากขึ้น โดย AccuWeather ปรับลดประมาณการฤดูพายุปีนี้ เหลือพายุที่ได้รับการตั้งชื่อ 8–11 ลูก เฮอริเคน 3–4 ลูก และเฮอริเคนระดับรุนแรง 1–2 ลูก

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า แม้จำนวนพายุอาจลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงจะลดลงทั้งหมด เพราะอุณหภูมิน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งที่สูงผิดปกติ อาจเอื้อให้พายุบางลูกก่อตัวหรือทวีกำลังอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าใกล้แผ่นดิน

ขณะเดียวกัน ผลกระทบของเอลนีโญเริ่มปรากฏในหลายพื้นที่ โดยบางส่วนของชิลีและอาร์เจนตินามีฝนตกมากกว่าค่าเฉลี่ย ส่วนสหรัฐฯ คาดว่าเอลนีโญจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดสภาพอากาศช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว โดยอาจทำให้พื้นที่ทางตอนใต้มีฝนมากขึ้น ขณะที่พื้นที่ทางตอนเหนือมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ย และบางพื้นที่ทางตะวันตกยังต้องเฝ้าระวังภัยแล้งและไฟป่า

นักอุตุนิยมวิทยาระบุว่า หากเอลนีโญรุนแรงต่อเนื่องเข้าสู่ฤดูหนาว อาจส่งผลให้กระแสลมเจ็ตสตรีมเปลี่ยนตำแหน่งและเพิ่มโอกาสเกิดพายุในบางพื้นที่ ขณะเดียวกันยังมีคลื่นความร้อนในทะเลหลายบริเวณของมหาสมุทรแปซิฟิกที่อาจเข้ามาเสริมและเปลี่ยนแปลงเส้นทางพายุอีกด้วย

ทั้งนี้ AccuWeather ระบุว่า ประเด็นสำคัญอาจไม่ใช่การที่เอลนีโญครั้งนี้จะทำลายสถิติหรือไม่ แต่คือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจริงต่อสภาพอากาศและประชาชนในแต่ละภูมิภาค ซึ่งยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อเนื่องไปจนถึงปี 2027

ข่าวที่เกี่ยวข้อง