ไกลสุดขอบโลก ก็ใช้พลังสะอาด! “บ้านที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก” ขออยู่แบบกรีน!

บ้านพักล่าสัตว์กลางเกาะห่างไกลนอกชายฝั่งทางใต้ของไอซ์แลนด์ ซึ่งถูกขนานนามบนโลกออนไลน์ว่า “บ้านที่โดดเดี่ยวที่สุดในโลก” กำลังเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังติดตั้งระบบแบตเตอรี่ที่ชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์เป็นครั้งแรก ช่วยลดการพึ่งพาแก๊สโพรเพนและเครื่องปั่นไฟที่ใช้น้ำมัน ซึ่งที่ผ่านมาเป็นแหล่งพลังงานหลักของบ้านหลังนี้มานานหลายสิบปี
บ้านหลังนี้เป็นสถานที่พักของสมาชิกนักล่าของสมาคมที่ล่านกพัฟฟิน สำหรับบ้านพักแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะ เอลลิดาเอย์ (Elliðaey) หนึ่งในหมู่เกาะเวสต์แมน ทางชายฝั่งตอนใต้ของไอซ์แลนด์ ถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ห่างไกลที่สุดของประเทศ เกาะมีพื้นที่ประมาณ 110 เอเคอร์ หรือใกล้เคียงกับขนาดของนครรัฐวาติกัน และมีบ้านพักล่าสัตว์เพียงหลังเดียว ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี 1953 โดยการเข้าถึงเกาะเอลลิดาเอย์ หรือ Elliðaey นั้นต้องเดินทางด้วยเรือ และไม่มีบันไดเพื่อขึ้นไป โดยผู้คนต้องปีนผาขึ้นไปด้านบน
การเดินทางมายังเกาะทำได้ด้วยเรือเท่านั้น และต้องอาศัยสภาพอากาศที่ทะเลสงบ โดยส่วนใหญ่สามารถเดินทางได้ในช่วงฤดูร้อน เนื่องจากพื้นที่โดยรอบมีสภาพแวดล้อมที่รุนแรงและเข้าถึงได้ยาก หมู่เกาะเวสต์แมนยังเป็นหนึ่งในแหล่งทำรังขนาดใหญ่ที่สุดของนกพัฟฟินแอตแลนติก โดยเฉพาะเกาะเอลลิดาเอย์ ซึ่งคาดว่ามีนกพัฟฟินที่เข้ามาผสมพันธุ์อยู่หลายหมื่นคู่ ทำให้เกาะแห่งนี้มีความสำคัญต่อระบบนิเวศและเป็นแหล่งธรรมชาติที่โดดเด่นของไอซ์แลนด์
ล่าสุด สมาชิกสมาคมเกาะเอลลิดาเอย์ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านพัก ได้ลงมติให้ติดตั้งระบบแบตเตอรี่สำหรับบ้านขนาด 5 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) รุ่น EcoFlow TITAN พร้อมแผงโซลาร์เซลล์ 2 แผง เพื่อเปลี่ยนจากการพึ่งพาน้ำมันและถังแก๊สโพรเพน
ที่ผ่านมา การนำเชื้อเพลิงและถังแก๊สขึ้นมายังบ้านพักเป็นเรื่องยากมาก เพราะต้องใช้ระบบกว้านยกสิ่งของจากเรือขึ้นไปตามหน้าผาหินที่สูงและชัน
Ragnar Thor Johannsson ประธานสมาคมเกาะเอลลิดาเอย์ ซึ่งเคยทำงานเป็นชาวประมงเรือลากอวน เป็นผู้ผลักดันโครงการเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน โดยระบุว่า ตลอดช่วง 60-70 ปีที่ผ่านมา บ้านหลังนี้ต้องพึ่งพาน้ำมันและแก๊สโพรเพนในการดำเนินงาน แต่การขนส่งเชื้อเพลิงมายังเกาะเป็นเรื่องยากอย่างมาก และยังไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การติดตั้งระบบพลังงานครั้งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน ทีมงานต้องใช้ระบบกว้านของเกาะยกแบตเตอรี่และอุปกรณ์ต่าง ๆ จากเรือที่ลอยอยู่บริเวณชายฝั่งขึ้นไปบนหน้าผาหิน
ล่าสุด สมาชิกสมาคมเกาะเอลลิดาเอย์ ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านพัก ได้ลงมติให้ติดตั้งระบบแบตเตอรี่สำหรับบ้านขนาด 5 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) รุ่น EcoFlow TITAN พร้อมแผงโซลาร์เซลล์ 2 แผง เพื่อเปลี่ยนจากการพึ่งพาน้ำมันและถังแก๊สโพรเพน
ที่ผ่านมา การนำเชื้อเพลิงและถังแก๊สขึ้นมายังบ้านพักเป็นเรื่องยากมาก เพราะต้องใช้ระบบกว้านยกสิ่งของจากเรือขึ้นไปตามหน้าผาหินที่สูงและชัน
Ragnar Thor Johannsson ประธานสมาคมเกาะเอลลิดาเอย์ ซึ่งเคยทำงานเป็นชาวประมงเรือลากอวน เป็นผู้ผลักดันโครงการเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียน โดยระบุว่า ตลอดช่วง 60-70 ปีที่ผ่านมา บ้านหลังนี้ต้องพึ่งพาน้ำมันและแก๊สโพรเพนในการดำเนินงาน แต่การขนส่งเชื้อเพลิงมายังเกาะเป็นเรื่องยากอย่างมาก และยังไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การติดตั้งระบบพลังงานครั้งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน ทีมงานต้องใช้ระบบกว้านของเกาะยกแบตเตอรี่และอุปกรณ์ต่าง ๆ จากเรือที่ลอยอยู่บริเวณชายฝั่งขึ้นไปบนหน้าผาหิน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
