รีเซต

งงทั้งประเทศ! “เอลนีโญ” ควรแล้ง แต่ไทยกลับน้ำท่วม เพราะอะไร?”

งงทั้งประเทศ!  “เอลนีโญ” ควรแล้ง  แต่ไทยกลับน้ำท่วม เพราะอะไร?”
TNN ช่อง16
7 ตุลาคม 2569 ( 10:00 )
6

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับอากาศสุดขั้ว! ปี 2026 ไทยน้ำท่วมหนัก แต่อินโดนีเซียแล้งจัด ไฟป่ารุนแรง เพราะอะไร?

 

ปี 2026 สถานการณ์สภาพอากาศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกิดความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยประเทศไทยต้องเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ขณะที่อินโดนีเซียกลับเผชิญภัยแล้งและไฟป่ารุนแรง แม้อยู่ในช่วงที่ปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) กำลังก่อตัวและทวีความรุนแรงขึ้น คำถามสำคัญคือ เหตุใดประเทศที่อยู่ในภูมิภาคเดียวกันจึงเผชิญสภาพอากาศที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว?

 

1. กลไกหลักของเอลนีโญ ทำไมอินโดนีเซียจึงแล้งและเกิดไฟป่า?

โดยทั่วไป ปรากฏการณ์เอลนีโญจะทำให้กระแสลมค้าบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกอ่อนกำลังลง ส่งผลให้มวลน้ำอุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกเคลื่อนตัวไปทางฝั่งตะวันออก หรือบริเวณใกล้ทวีปอเมริกาใต้


เมื่อมวลน้ำอุ่นเคลื่อนออกจากบริเวณอินโดนีเซีย อากาศเหนือประเทศอินโดนีเซียและมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตกจะเกิดการจมตัว หรือที่เรียกว่า Sinking Air ทำให้บรรยากาศมีความชื้นน้อยลง การก่อตัวของเมฆและฝนจึงลดลง ส่งผลให้อินโดนีเซียต้องเผชิญกับสภาพอากาศแห้งแล้งที่รุนแรงและยาวนานกว่าปกติ


ความแห้งแล้งยังทำให้ระดับน้ำในพื้นที่ป่าพรุ (Peatlands) ลดลง พืชพรรณและอินทรียวัตถุแห้งกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี เมื่อมีการเผาพื้นที่เพื่อทำการเกษตร ไฟจึงสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็ว และพัฒนาเป็นไฟป่าขนาดใหญ่ที่ควบคุมได้ยาก


2. แล้วทำไมประเทศไทยยังมีฝนตกหนักในปี 2026?

ตามสถิติที่ผ่านมา เอลนีโญมักส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนลดลงและมีแนวโน้มเกิดภาวะแห้งแล้ง แต่ในปี 2026 ประเทศไทยกลับยังเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมในช่วงฤดูมรสุม เนื่องจากยังมีปัจจัยอื่นเข้ามาแทรกแซงอิทธิพลของเอลนีโญ

 

2.1 ช่วงเปลี่ยนผ่านของสภาพภูมิอากาศ (Transition Phase)

ในช่วงต้นปี 2026 โลกเพิ่งเปลี่ยนผ่านจากสภาวะลานีญา ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้มีฝนสะสมมาก ขณะที่เอลนีโญเพิ่งเริ่มก่อตัวอย่างเป็นทางการในช่วงกลางปี

ดังนั้น เมื่อเข้าสู่ฤดูมรสุมในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ระบบลมมรสุมประจำปีของประเทศไทยยังคงทำงานตามฤดูกาลและสามารถนำความชื้นเข้ามา ทำให้เกิดฝนตกหนักในบางช่วง ก่อนที่อิทธิพลของความแห้งแล้งจากเอลนีโญจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปี 2027

 

2.2 ภาวะโลกร้อนเพิ่มความรุนแรงของฝน หรือ “ระเบิดฝน” (Rain Bombs)

อีกปัจจัยสำคัญคือภาวะโลกร้อน ซึ่งทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น และบรรยากาศสามารถกักเก็บไอน้ำและความชื้นได้มากขึ้น แม้ภาพรวมของเอลนีโญจะมีแนวโน้มทำให้ปริมาณฝนลดลง แต่เมื่อมีมรสุมหรือพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้ามา ความชื้นจำนวนมากที่สะสมอยู่ในบรรยากาศสามารถกลั่นตัวและตกลงมาอย่างรวดเร็วในพื้นที่เฉพาะ ทำให้เกิดฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ หรือที่เรียกว่า Erratic Rainfall และ Rain Bombs

ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในระยะเวลาอันสั้นสามารถทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำได้ แม้ภาพรวมของฤดูกาลจะไม่ได้มีฝนมากกว่าปกติก็ตาม

 

2.3 อิทธิพลจากมหาสมุทรอินเดีย (Indian Ocean Dipole: IOD)

สภาพอากาศของประเทศไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับมหาสมุทรแปซิฟิกและปรากฏการณ์เอลนีโญเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับอิทธิพลจากความแปรปรวนของอุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรอินเดีย หรือ Indian Ocean Dipole (IOD) หากบริเวณมหาสมุทรอินเดียและฝั่งทะเลอันดามันมีอุณหภูมิและความชื้นอยู่ในระดับที่เหมาะสม ก็สามารถเอื้อต่อการก่อตัวและเคลื่อนตัวของกลุ่มเมฆฝนเข้าสู่ประเทศไทยได้ ส่งผลให้ไทยยังมีโอกาสเกิดฝนตกหนักในบางช่วง แม้จะอยู่ภายใต้อิทธิพลของเอลนีโญก็ตาม


ไทย “น้ำท่วม” แต่อินโดนีเซีย “แล้ง” ไม่ได้ขัดแย้งกัน

ดังนั้น การที่ประเทศไทยเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วม ขณะที่อินโดนีเซียกลับเผชิญภัยแล้งและไฟป่า จึงไม่ได้หมายความว่าเอลนีโญไม่มีผล แต่สะท้อนให้เห็นว่า เอลนีโญเป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยที่กำหนดสภาพอากาศ ช่วงเปลี่ยนผ่านของลานีญาสู่เอลนีโญ ระบบมรสุม ความชื้นจากมหาสมุทรอินเดีย รวมถึงอิทธิพลจากภาวะโลกร้อน ล้วนสามารถเข้ามาเสริม หรือหักล้างอิทธิพลของเอลนีโญในแต่ละพื้นที่ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ในปีเดียวกัน ประเทศหนึ่งอาจเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วม ขณะที่อีกประเทศหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลกันกลับต้องเผชิญภัยแล้งและไฟป่ารุนแรงได้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง