รีเซต

น้ำเหนือลด! ปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เร่งฟื้นฟูพื้นที่ลุ่มต่ำ-เฝ้าระวังฝนภาคใต้

น้ำเหนือลด! ปรับลดระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา เร่งฟื้นฟูพื้นที่ลุ่มต่ำ-เฝ้าระวังฝนภาคใต้
TNN ช่อง16
26 ตุลาคม 2569 ( 15:17 )

นายสันติ  เต็มเอี่ยม ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน(ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) ผู้ช่วยอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะทำงานติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 

พร้อมถ่ายทอดการประชุมผ่านระบบ VDO Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1–17 และสำนักเครื่องจักรกล ณ ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน สามเสน เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดและวางแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่ 

นายสันติ  เต็มเอี่ยม ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน(ด้านจัดสรรน้ำและบำรุงรักษา) ผู้ช่วยอธิบดีกรมชลประทาน   เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณฝนทางตอนบนเริ่มลดลง ทำให้สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่มีแนวโน้มคลี่คลาย จึงได้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง 

ตามข้อสั่งการของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในอนาคต พร้อมเตรียมรับมือสถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด

สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำ

สำหรับสถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2569 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 64,239 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 84 ของความจุอ่างฯรวมกัน ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 12,443 ล้านลูกบาศก์เมตร 

ขณะที่อ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 

ด้านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำ 18,933 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 76 ของความจุอ่างฯ ยังรองรับน้ำได้อีกประมาณ 5,849 ล้านลูกบาศก์เมตร   ภาพรวมปริมาณน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้ 

สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ในส่วนของสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา หลังปริมาณน้ำทางตอนบนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง  วันนี้(26 ต.ค.69) ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท จะทยอยปรับลดการระบายน้ำจากอัตรา 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือในอัตรา 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  และเร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ลุ่มต่ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ช่วยให้เกษตรกรสามารถเตรียมแปลงเพาะปลูกข้าวนาปรังได้โดยเร็ว   

ทั้งนี้ การปรับแผนระบายน้ำจะพิจารณาจากปริมาณน้ำทางตอนบน ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลัก และศักยภาพการระบายน้ำของพื้นที่ตอนล่างร่วมกัน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสมและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ให้มากที่สุด  คาดว่าจะสามารถลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเหลือในอัตรา 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที  ได้ภายในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ 


เฝ้าระวังฝนตกสะสม 26 –28 ตุลาคม 69

อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 26 –28 ตุลาคม 69 ภาคใต้ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ  

ขณะที่ประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 26–27 ตุลาคม ยังมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ จึงได้กำชับหน่วยงานในพื้นที่ให้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบความพร้อมของระบบชลประทานและเส้นทางระบายน้ำ 

รวมถึงเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เครื่องจักรกล และเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงานทันที เน้นย้ำให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

อนึ่ง กรมชลประทาน จะเดินหน้าบริหารจัดการน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยให้ความสำคัญทั้งการดูแลความปลอดภัยของประชาชน การฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม และการสำรองน้ำต้นทุนสำหรับการใช้น้ำในระยะต่อไป จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด 

หากประสบปัญหาน้ำท่วมหรือต้องการความช่วยเหลือด้านน้ำ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้านหรือโทร.สายด่วนกรมชลประทาน 1460 รวมทั้งช่องทางออนไลน์ของกรมชลประทาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ประสานความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง