UTPดีมานด์กระดาษโตดี ตลาดอี-คอมเมิร์ซรองรับ

UTPดีมานด์กระดาษโตดี ตลาดอี-คอมเมิร์ซรองรับ
ทันหุ้น
3 มีนาคม 2564 ( 10:09 )
126
UTPดีมานด์กระดาษโตดี ตลาดอี-คอมเมิร์ซรองรับ

ทันหุ้น-UTP ดีมานด์กระดาษพุ่ง ตลาดอี-คอมเมิร์ซหนุน โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร เดินหน้ากำลังการผลิต จากปัจจุบันเดินเครื่อง 80% จัดเงินปันผลปี 2563ที่ 0.80 บาท ฟากโบรกมองปี2564กำไรโต 7% มาร์จิ้นปรับตัวขึ้น พร้อมการลดการใช้พลาสติกดันยอด เคาะราคา 18.70 บาท


นายมงคล มังกรกนก กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูไนเต็ด เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UTP เปิดเผยว่าแนวโน้มความต้องการของกระดาษคราฟท์สำหรับทำผิวกล่อง และกระดาษคราฟท์สำหรับทำลอนลูกฟูก ดีต่อเนื่อง สอดคคล้องไปกับการเติบโตของช่องทางอีคอมเมิร์ซ (E-commerce) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องใช้กล่องกระดาษ อย่างในอุตสาหกรรมอาหาร ที่ปัจจุบันการสั่งอาหารเดลิเวอรีแพร่หลายอย่างมาก เข้ามามีบทบาทกับชีวิตประจำวัน รวมไปถึงการสั่งสินค้าออนไลน์ผ่านแอพพิเคชั่นทุกชนิดด้วย ปัจจัยดังกล่าวทำให้ผลประกอบการปีที่ผ่านมาของบริษัทเติบโตได้ในระดับที่ดี และคามว่าปี 2564 ผลการดำเนินงานจะดีต่อเนื่อง ส่วนราคาวัตถุดิบกระดาษปรับตัวสูงขึ้น อาจจะส่งผลกระทบต่อบริษัทบ้าง แต่บริษัทก็มีการปรับขึ้นราคาขายให้สอดคล้องกับราคาต้นทุนสินค้า


ปรับปรุงผลิตรับออเดอร์


ปัจจุบันบริษัทเดินเครื่องกำลังการผลิตอยู่ที่ 2 หมื่นตันต่อเดือน หรือคิดเป็นอัตราการใช้กำลังการผลิตราว 70-80% โดยปีนี้บริษัทจะมีการปรับปรุงสายการผลิตให้สามารถผลิตได้มากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่อยู่ในระดับสูง ส่วนการขยายฐานลูกค้าใหม่อาจจะยังไม่ได้มีมากนัก เพราะปัจจุบันกำลังการผลิตของบริษัทยังไม่เพียงพอต่อควมต้องการของลูกค้าเดิมที่มีอยู่ ส่วนการจะเพิ่มกำลังการผลิตใหม่นั้นอาจจะยังไม่ได้เห็นในระยะนี้เพราะการจะเพิ่มกำลังการผลิตใหม่นั้นจะต้องมีขั้นตอนการขออนุญาตจำนวนมากดั้งนั้น ในระยะนี้ บริษัทจะมีเพียงปรับปรุงสายการผลิตไปก่อน


ขณะเดียวกันมีมติจ่ายเงินปันผลสำหรับปี 2563  ในอัตรา 0.80 บาทต่อหุ้น เป็นจำนวนเงิน 520 ล้านบาท บริษัทได้มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแล้วเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2563 ในอัตรา 0.41 บาทต่อหุ้น คณะกรรมการจึงมีมติที่จะจ่ายเงินปันผลอีกในอัตรา 0.39 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) 8 มีนาคม 2564และกำหนดจ่ายวันที่ 27 พฤษภาคม 2564


ปี2564-65กำไรโตต่อเนื่อง


บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส ( ประเทศไทย ) จำกัด ระบุถึง UTPว่า กำไรสุทธิ ไตรมาส 4/2563 เท่ากับ 237 ล้านบาท เติบโต 11.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน , แต่ลดลง 1.1% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็นไปตามคาด โดยการเติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน  มาจากรายได้เพิ่มขึ้น เติบโต 23%, เติบโต 2% จากไตรมาสก่อนหน้า สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 961 ล้านบาท เพราะอุปสงค์ในประเทศสูง และราคาขายเพิ่มขึ้น (คาดการณ์ไว้ที่ 15.1 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่ง เติบโต 11% จากช่วงเดียวกันปีก่อน , เติบโต 5% จากไตรมาสก่อนหน้า


และ 2) GPM แข็งแกร่งที่29.5% แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ไตรมาส 4/2562 27.3%, ไตรมาส 3/2563 : 30.5%) สำหรับปี2563 มีกำไรสุทธิ 1.01 พันล้านบาท(เติบโต 17% จากปีก่อน ) นอกจากนี้ยังประกาศจ่ายปันผลงวด ครึ่งปีหลัง 2563 เท่ากับ 0.39 บาทต่อ หุ้น ขึ้น XD วันที่ 8 มีนาคม 2564 (ปันผลทั้งปี 2563 เท่ากับ 0.80 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราการจ่ายปันผล 51% ของกำไรสุทธิ)


คาดกำไรสุทธิปี 2564-2565 จะเติบโต 7% และ 10% หนุนโดยการผลิตในระดับสูง, หาลูกค้าใหม่ และขยายการส่งออก, GPM เพิ่มเป็น 33.5-34.5% จากการเพิ่มสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูง, ราคาวัตถุดิบต่ำ และการเติบโตของ E-commerce โดยเฉพาะในกลุ่มอาหาร และลดการใช้พลาสติกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  ประเมินราคาพื้นฐาน 18.70 บาท


อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก https://qrgo.page.link/QJKT7
LINE@ คลิ๊ก https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิ๊ก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิ๊ก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิ๊ก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิ๊ก https://twitter.com/thunhoon1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง