รีเซต

“ซูเปอร์เอลนีโญ” คืออะไร? ทำไมถึงกระทบสภาพอากาศทั่วโลก?

“ซูเปอร์เอลนีโญ” คืออะไร?  ทำไมถึงกระทบสภาพอากาศทั่วโลก?
TNN ช่อง16
27 เมษายน 2569 ( 10:30 )

นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกกำลังจับตาสัญญาณการก่อตัวของ “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño) ที่อาจเกิดขึ้นภายในปีนี้ ซึ่งอาจส่งผลให้อุณหภูมิโลกพุ่งสูง ทำลายสถิติความร้อนครั้งใหม่ และเร่งให้โลกเข้าใกล้จุดวิกฤตด้านสภาพภูมิอากาศมากยิ่งขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หากซูเปอร์เอลนีโญเกิดขึ้นจริง อาจทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกทะลุระดับ 1.5 องศาเซลเซียสเหนือยุคก่อนอุตสาหกรรมอีกครั้ง ซึ่งถือเป็น “เส้นแดง” สำคัญที่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า หากโลกข้ามจุดนี้อย่างถาวร จะนำไปสู่ผลกระทบรุนแรงทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง น้ำท่วม และระบบนิเวศล่มสลายในหลายภูมิภาค

บางแบบจำลองยังชี้ว่า ความผิดปกติของอุณหภูมิอาจพุ่งเกิน 2 องศาเซลเซียสเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การบันทึก ซึ่งสร้างความกังวลอย่างมากในวงการวิทยาศาสตร์

“เอลนีโญ” คือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนอุ่นขึ้นผิดปกติ โดยมักเกิดทุก 2–7 ปี และกินเวลาประมาณ 9–12 เดือน ส่งผลกระทบต่อรูปแบบฝน อุณหภูมิ และภัยพิบัติทางธรรมชาติทั่วโลก

ปัจจุบัน โลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากภาวะลานีญาเข้าสู่ภาวะเป็นกลาง และมีแนวโน้มสูงที่จะพัฒนาไปสู่เอลนีโญในเร็ว ๆ นี้ ศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศของสหรัฐฯ และสถาบันวิจัยภูมิอากาศแห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบียประเมินว่า มีโอกาสถึง 70% ที่เอลนีโญจะก่อตัวภายในเดือนมิถุนายน และเพิ่มเป็น 94% ที่จะคงอยู่ต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาอังกฤษ (Met Office) ระบุว่า มีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นว่า เหตุการณ์ครั้งนี้อาจอยู่ในระดับรุนแรงที่สุดของศตวรรษ และอาจกลายเป็นเอลนีโญที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 21

คำว่า “ซูเปอร์เอลนีโญ” แม้ไม่ใช่คำทางวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการ แต่ใช้เรียกเอลนีโญที่รุนแรงมาก โดยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงกว่าค่าปกติมากกว่า 2 องศาเซลเซียส ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ครั้งนับตั้งแต่ปี 2493 และมีเพียงครั้งเดียวที่อุณหภูมิพุ่งเกิน 2.5 องศาเซลเซียส

หากเกิดขึ้นจริง ผลกระทบจะรุนแรงกว่าปกติ โดยออสเตรเลีย แอฟริกาตอนใต้ อินเดีย และบางส่วนของอเมริกาใต้รวมถึงป่าแอมะซอน มีแนวโน้มเผชิญภัยแล้งและคลื่นความร้อนรุนแรง ขณะที่ภาคใต้ของสหรัฐฯ ตะวันออกกลาง และเอเชียตอนใต้ อาจเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วม

นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อฤดูพายุ โดยลดการก่อตัวของเฮอริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติก แต่เพิ่มโอกาสเกิดพายุหมุนเขตร้อนรุนแรงในมหาสมุทรแปซิฟิก ตัวอย่างในปี 2558 ซึ่งเกิดซูเปอร์เอลนีโญครั้งใหญ่ ได้สร้างภัยแล้งรุนแรงในเอธิโอเปีย ปัญหาขาดแคลนน้ำในเปอร์โตริโก และทำให้ฤดูเฮอริเคนในมหาสมุทรแปซิฟิกรุนแรงเป็นประวัติการณ์

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า ปีนี้จะเกิดซูเปอร์เอลนีโญแน่นอน เนื่องจากการคาดการณ์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิยังมีความไม่แน่นอนสูง และแต่ละเหตุการณ์มีความแตกต่างกัน

แต่ผู้เชี่ยวชาญเห็นตรงกันว่า ความเสี่ยงมีสูงพอที่จะต้องเฝ้าระวังอย่างจริงจัง และการเตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศสุดขั้วในช่วงหลายเดือนข้างหน้าถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในโลกที่กำลังร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง