รีเซต

"ทรัมป์" งัดภาษีขู่คู่ค้าโลกถึงคิวเกาหลีใต้สะเทือนอุตฯ ยานยนต์

"ทรัมป์" งัดภาษีขู่คู่ค้าโลกถึงคิวเกาหลีใต้สะเทือนอุตฯ ยานยนต์
TNN ช่อง16
29 มกราคม 2569 ( 14:13 )

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ขู่จะปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้ เป็นร้อยละ 25 จากปัจจุบันกำหนดใช้ ที่ร้อยละ 15 ด้วยเหตุผลที่ว่า รัฐสภาเกาหลีใต้ ยังไม่ออกกฎหมายรองรับ ตามข้อตกลงการค้าที่ทั้งสองประเทศทำร่วมกันเมื่อปีที่แล้ว

โดยได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียของตนเอง ระบุว่า ฝ่ายนิติบัญญัติของเกาหลีใต้ ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงกับสหรัฐฯ แต่ข้อตกลงเหล่านั้น สหรัฐฯ ได้ดำเนินการอย่างรวดเร็วในการลดภาษีให้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ คาดหวังให้คู่ค้าทำเช่นเดียวกัน พร้อมระบุว่าอัตราภาษีใหม่จะครอบคลุม รถยนต์ ไม้แปรรูป ผลิตภัณฑ์ยา และภาษีตอบโต้ทั้งหมด

ซึ่งหากมีผลบังคับใช้จริง อาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อบริษัทเกาหลีใต้รายใหญ่ที่ส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ เช่น ฮุนได มอเตอร์ ซึ่งปี 2024 ส่งออกรถยนต์ไปอเมริกาสูงถึง 1 ล้าน 1 แสนคัน

ทำให้หลังจากข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ ก็ส่งผลกระทบต่อราคาหุ้นของฮุนได ในวันดังกล่าวทันที

อย่างไรก็ดี ถัดมาอีกเพียงวันเดียว ประธานาธิบดี ทรัมป์ ก็ได้ส่งสัญญาณว่ากรณีของเกาหลีใต้ อาจคลี่คลายได้อย่างรวดเร็ว โดยเขากล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จะหาทางออกบางอย่างกับเกาหลีใต้ได้

ส่วน Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวในรายการของ Fox Business Network ว่า สหรัฐฯ ได้ลดภาษีนำเข้าสินค้าจากเกาหลีใต้เหลือร้อยละ 15 แลกกับการที่โซล ให้คำมั่นว่าจะลงทุน 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ, อนุญาตให้รถยนต์จากสหรัฐฯ เข้าสู่เกาหลีใต้ได้มากขึ้น และยกเลิกอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีบางส่วน แต่เกาหลีใต้ยังไม่สามารถผ่านร่างกฏหมายเพื่อการลงทุนได้

เขาบอกอีกว่า ได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้แล้ว และมีกำหนดจะพบกับเจ้าหน้าที่การค้าของเกาหลีใต้ที่กรุงวอชิงตันในช่วงปลายสัปดาห์นี้ 

ทั้งนี้ ภาษีศุลกากร ถูกหยิบยกมาใช้เป็นเครื่องมืออยู่บ่อยครั้ง บลูมเบิร์ก รายงานว่า การประกาศของประธานาธิบดี ทรัมป์ ต่อเกาหลีใต้ ถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุด ในการยกระดับความตึงเครียดทางการค้ากับประเทศพันธมิตร จากไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขู่จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาเป็น 100% หากแคนาดาทำข้อตกลงทางการค้ากับ จีน และยังขู่เก็บภาษีเพิ่มเติมสำหรับสินค้าจากยุโรป จากความขัดแย้งกรณี กรีนแลนด์

รวมถึง การขู่จะเก็บภาษีนำเข้าร้อยละ 25 กับประเทศคู่ค้าของอิหร่าน เพื่อเพิ่มแรงกดดันรัฐบาลอิหร่าน จากเหตุการณ์ประท้วงต่อต้านรัฐบาลภายในประเทศ

สำหรับเกาหลีใต้ เป็นประเทศล่าสุดที่ถูกฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ เพ่งเล็ง ว่าเดินหน้าล่าช้า ในการปฏิบัติตามคำมั่นทางข้อตกลงการค้าร่วมกัน ก่อนหน้านี้ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เคยวิจารณ์สหภาพยุโรปในทำนองเดียวกัน รวมถึง อินโดนีเซีย ที่ถูกตำหนิเรื่องความล่าช้าในการดำเนินการตามพันธกรณี

ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ระบุว่า เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ญี่ปุ่นถูกมองว่ามีความคืบหน้าในการปฏิบัติตามข้อตกลงได้รวดเร็วกว่าเกาหลีใต้

อย่างไรก็ตาม บลูมเบิร์ก รายงานด้วยว่า คำขู่การขึ้นภาษีนำเข้าของประธานาธิบดีสหรัฐฯ หลายครั้งในอดีต มักจะถูกลดระดับหรือยกเลิกในภายหลัง ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูล ตั้งแต่ปลายปี 2024 จะมีเพียงร้อยละ 27 ของคำขู่ทั้งหมด เท่านั้น ที่ถูกนำไปปฏิบัติจริง แต่สัดส่วนการมีผลบังคับใช้ จะต่ำกว่านั้น อยู่ที่ประมาณร้อยละ 20 

แต่เหตุการณ์ดังกล่าว ก็สะท้อนให้เห็นว่าประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่วาระการดำรงตำแหน่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 ยังคงสร้างความไม่แน่นอนทางด้านการค้าต่อเนื่อง 

สำหรับตลาดสหรัฐฯ ถือเป็นตลาดส่งออกใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเกาหลีใต้ รองจากจีน คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 17 ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ากับเกาหลีใต้สูงถึง 66,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 ซึ่งเป็นการขาดดุลทวิภาคีสูงสุดเป็นอันดับ 8 

ส่วนปี 2025 การส่งออกของเกาหลีใต้ ทำสถิติสูงสุดที่ 709,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.8 จากปี 2024

แต่การส่งออกไปยังสหรัฐฯ ลดลงร้อยละ 3.8 เมื่อเทียบกับปีก่อน มีมูลค่าราว 122,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ยังคงเป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 รองจากจีน โดยรถยนต์เป็นสินค้าส่งออกหลัก คิดเป็นร้อยละ 25 ของการส่งออกไปยังสหรัฐฯ มูลค่า 30,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมา ลดลงร้อยละ 13.2 จากปีก่อน

การประกาศในครั้งนี้ เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลของสหรัฐฯ ต่อการสอบสวนของเกาหลีใต้ เกี่ยวกับบริษัท Coupang Inc. ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นการสอบสวนกรณีการรั่วไหลของข้อมูลจำนวนมาก รวมถึงกังวลต่อการดำเนินการของเกาหลีใต้ ในการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น กับบริษัทแพลตฟอร์มออนไลน์ 

แต่รัฐมนตรีต่างประเทศเกาหลีใต้ Cho Hyun ระบุว่า จากการประเมินเกี่ยวกับท่าทีของสหรัฐฯ เชื่อว่าไม่มีความเกี่ยวโยงโดยตรงกับกรณีของบริษัท คูปัง หรือร่างกฎหมายแพลตฟอร์มออนไลน์ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา 

ก่อนหน้านี้ Koo Yun-cheol รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เกาหลีใต้ กล่าวกับรอยเตอร์ บอกว่า เกาหลีใต้มีแผนจะเดินหน้ารับรองแพ็คเกจการลงทุน โดยเร็วที่สุด แต่แผนดังกล่าวอาจได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับคำวินิจฉัยของศาลสูงสหรัฐฯ เกี่ยวกับมาตรการภาษีของประธานาธิบดี ทรัมป์ ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในเร็ว ๆ นี้ 

และกล่าวอีกว่า กรอบเวลาอาจถูกยืดออกไป โดยไม่สามารถเริ่มต้นได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 นี้ ท่ามกลางแรงกดดันจากค่าเงินวอนที่อ่อนค่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง