รีเซต

จากเสือเศรษฐกิจ สู่คนป่วยแห่งเอเชีย สื่อต่างชาติ Financial Times มองไทยก่อนเลือกตั้งอย่างไร ?

จากเสือเศรษฐกิจ สู่คนป่วยแห่งเอเชีย สื่อต่างชาติ Financial Times มองไทยก่อนเลือกตั้งอย่างไร ?
TNN ช่อง16
4 กุมภาพันธ์ 2569 ( 15:24 )
4

ไทยหายจน เลิกจน พักหนี้ ลบประวัติเครดิตบูโร 


นี่ล้วนแต่เป็นข้อความบนป้ายหาเสียงในการเลือกตั้ง 2569 ที่หลายพรรคการเมืองมีคำมั่นสัญญาว่าจะฟื้นเศรษฐกิจไทย พร้อมนโยบายช่วยเหลือทางการเงิน แต่ล่าสุด บทความจาก Financial Times สำนักข่าวด้านเศรษฐกิจของอังกฤษ ได้พูดถึงเศรษฐกิจไทย ว่าเป็นเหมือนคนป่วยของเอเชีย และไทยอยู่ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ท่ามกลางกระแสการเลือกตั้งนี้ 


ทำไมสื่อต่างชาติถึงมองว่าเศรษฐกิจไทยอยู่ในขั้นคนป่วย ? และเราอยู่ในภาวะแบบนั้นจริงหรือไม่ ? 



สำนักข่าวด้านเศรษฐกิจนั้น พูดถึงประเทศไทย ที่เคยเป็นเสือเศรษฐกิจ ที่มีการเติบโตสูงถึง 13% ในปี 1988 และเคยมีเศรษฐกิจใหญ่ถึงอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถูกมองว่าถดถอยลงอย่างชัดเจนในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยไทยกำลังเผชิญกับอัตราการเติบโตเพียงแค่ 2 % ในช่วง 5 ปีนี้ โดยปัจจัยที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักอย่างการบริโภค การผลิต และการท่องเที่ยวต่างก็อยู่ในช่วงขาลง ทั้งประชากรยังสูงวัย และลงรวดเร็ว ไปถึงปัญหานี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น 


โดยปีนี้ เศรษฐกิจไทยก็ดูจะย่ำแย่ลงไปอีก ซึ่งแม้ว่ารัฐบาลจะคาดการณ์ว่าเราจะโต 2% แต่ IMF กลับคาดการณ์ว่าไทยจะโตเพียง 1.6% ซึ่งช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างมาเลเซีย และเวียดนาม ที่โตมากกว่า 5% ทำให้ไทยสูญเสียบทบาทผู้นำในภูมิภาคนี้ไป 


สำนักข่าวยังได้อ้างอิงถึงถ้อยคำของ บุรินทร์ อดุลวัฒนะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกสิกรไทยที่กล่าวว่า “จากที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นประเทศที่ไร้พิษภัย ไทยกลายเป็นคนป่วยแห่งเอเชียภายใน 10 ปี” 


หนึ่งในเหตุผลที่สื่อ FT มองว่าเป็นส่งผลต่อเรื่องเศรษฐกิจ คือปัญหาทางการเมืองในไทย จาก

วัฏจักรการรัฐประหารทางทหารซ้ำๆ และความความขัดแย้งระหว่างกลุ่มอำนาจเก่า ที่พยายามขัดขวางพรรคปฏิรูป ทำให้การกำหนดนโยบายสะดุด ทั้งยังถูกขัดขวางการปฏิรูปด้วยรัฐธรรมนูญ และโครงสร้างอำนาจที่หยั่งลึก นำไปสู่ความคับข้องใจของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนรุ่นใหม่ 

บทความยังพูดถึงการที่ไทยยังเปลี่ยนตัวผู้นำบ่อยครั้ง 3 คนใน 3 ปี ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน และส่งผลไปถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงด้วยโดย กิตติ พรศิวะกิจ นายกสมาคมการตลาดท่องเที่ยวไทย ก็ได้กล่าวว่า ด้านการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ซึ่งหากมีรัฐบาลที่น่าเชื่อถือ และมีเสถียรภาพกว่านี้ ก็จะสามารถดึงให้สถานการณ์การท่องเที่ยวกลับไปสู่ในช่วงเวลาที่ดีได้ 


อีกปัญหาที่ถือว่าไทยกระทบรุนแรง  คือ การเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบ เร็วกว่าประเทศเพื่อนบ้าน โครงสร้างประชากรที่แก่เร็ว การเกิดต่ำ ทำให้แรงงานลดลง และเพิ่มภาระทางการคลังของรัฐ ทั้งรูปแบบประชากรลดตัวของไทย ยังต่างจากประเทศร่ำรวยอย่าง ญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ เพราะไทยขาดทรัพยากรทางการคลังในการจัดการการเปลี่ยนแปลงอย่างราบรื่น ผู้สูงอายุจํานวนมากมีเงินออมที่จํากัด และพึ่งพาระบบสนับสนุนครอบครัวที่ไม่เป็นทางการซึ่งกําลังอ่อนแอลง


นอกจากนี้ยังมีช่องว่างด้านการศึกษา และนวัตกรรม ที่ไทยยังมีจำกัดเมื่อเทียบกับคู่แข่งในภูมิภาค สตาร์ทอัพ และเทคโนโลยีด้อยพัฒนา เมื่อเทียบกับเวียดนามที่ลงทนุอย่างจริงจังในด้านนี้ ไปถึงปัญหาหนี้ครัวเรือน อัตราส่วนหนี้ภาคครัวเรือนต่อ GDP อยู่ใกล้ 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย เมื่อเทียบกับรายได้ครอบครัว และความเหลื่อมล้ำที่กว้างขึ้นเรื่อยๆ ของเมือง และชนบท 


บทความนี้มีการเปรียบเทียบทั้งเศรษฐกิจ การลงทุนของไทย กับประเทศเพื่อนบ้านโดยตลอด โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งผู้เชี่ยวชาญต่างมองว่า ไทยไม่สามารถปรับตัวให้เร็วพอ และกลายเป็นจุดอ่อนของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ โดยผู้เชี่ยวชาญในการธนาคารยังมองว่า สถานการณ์ของไทยนั้น ถือว่ายังไม่ได้ถือว่าวิกฤตขนาดอยู่ในห้อง ICU แต่หากรัฐบาลไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเหล่านี้ สถานการณ์จะแย่กว่านี้มาก 


ดังนั้นเห็นได้ว่า ทั้งเรื่องการท่องเที่ยว หนี้ครัวเรือน ประชากรลด ความเหลื่อมล้ำ และเสถียรภาพทางการเมือง ต่างก็ถือเป็นประเด็นที่ถูกมองว่า เป็นความท้าทายที่รอรัฐบาลใหม่ ที่จะเกิดหลังการเลือกตั้งนี้มาดำเนินการ 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง