รีเซต

พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน จะช่วยหนุนเศรษฐกิจอย่างไร ปชช.ได้ประโยชน์อะไรบ้าง?

พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน จะช่วยหนุนเศรษฐกิจอย่างไร ปชช.ได้ประโยชน์อะไรบ้าง?
TNN ช่อง16
10 กรกฎาคม 2569 ( 16:20 )
11

หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงิน 400,000 ล้านบาท ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐบาลสามารถเดินหน้าใช้มาตรการตามแผนได้ทันที

คำถามสำคัญคือ เม็ดเงิน 4 แสนล้านบาทจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้อย่างไร และประชาชนจะได้รับประโยชน์ในด้านใดบ้าง

เพิ่มความเชื่อมั่น ท่ามกลางความเสี่ยงด้านพลังงานโลก

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า ผลวินิจฉัยของศาลถือเป็นปัจจัยบวก เพราะทำให้รัฐบาลสามารถเดินหน้ามาตรการที่เตรียมไว้ได้ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาพลังงานและต้นทุนเศรษฐกิจของไทย

การมีงบประมาณรองรับล่วงหน้าจะช่วยให้ประเทศไทยมีความพร้อมรับมือความผันผวน และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและภาคธุรกิจ

เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ใช้อย่างไร

พ.ร.ก.ฉบับนี้แบ่งการใช้เงินออกเป็น 2 ภารกิจหลัก ได้แก่

1. รับมือผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงาน

เม็ดเงินส่วนแรกใช้บรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่ผันผวน เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพและลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะช่วยพยุงกำลังซื้อภายในประเทศ

2. เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

อีกส่วนหนึ่งมุ่งสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดในระยะยาว

หนึ่งในแนวทางที่อยู่ระหว่างการหารือ คือ การสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อลดค่าไฟฟ้าในครัวเรือน ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างต่อเนื่อง

เม็ดเงินรัฐช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร

สภาพัฒน์ประเมินว่า หากสามารถเบิกจ่ายงบประมาณได้ตามแผน จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านหลายช่องทาง ได้แก่

  • เพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
  • สร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชนในการลงทุน
  • ลดต้นทุนด้านพลังงานของประชาชนและผู้ประกอบการ
  • ช่วยรักษาการจ้างงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
  • ส่งเสริมการลงทุนด้านพลังงานสะอาดในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิผลของมาตรการจะขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการเบิกจ่ายและการเลือกโครงการที่ตรงตามเป้าหมาย

เน้นช่วยประชาชนมากกว่าลงทุนโครงการใหญ่

ในช่วงที่ผ่านมา มีข้อเสนอหลายโครงการ เช่น การสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) การเปลี่ยนรถราชการเป็น EV การใช้รถเก็บขยะหรือรถพยาบาลไฟฟ้า รวมถึงระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์

นายดนุชามองว่า แม้โครงการของภาครัฐจะมีความสำคัญ แต่การใช้งบควรมุ่งเป้าไปที่ การลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของประชาชนโดยตรง เพื่อให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง

ทำไมยังไม่ใช้เงินกู้สร้าง Smart Grid

อีกหนึ่งข้อเสนอคือการลงทุนพัฒนา โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ

อย่างไรก็ตาม สภาพัฒน์ระบุว่า โครงการดังกล่าวยังไม่สามารถใช้งบจาก พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ได้ เนื่องจากเป็นโครงการลงทุนระยะยาว ขณะที่ พ.ร.ก.กำหนดกรอบเวลาการใช้เงินให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2570 อีกทั้งยังต้องผ่านขั้นตอนอนุมัติของคณะรัฐมนตรีในฐานะโครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ

ความท้าทายอยู่ที่การเบิกจ่าย

แม้การกู้เงิน 400,000 ล้านบาทจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเศรษฐกิจไทย แต่โจทย์สำคัญหลังจากนี้ คือ การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณให้ทันกรอบเวลา และเลือกโครงการที่สร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้จริง

หากดำเนินการได้ตามแผน เม็ดเงินดังกล่าวจะไม่เพียงช่วยบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานในระยะสั้น แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับโครงสร้างพลังงานของประเทศ และเสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว.

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง