"Meta" หั่นงบเมตาเวิร์ส เหตุขาดทุนฉ่ำ 70,000 ล้านดอลล์

Meta Platforms เริ่มเดินหน้าปลดพนักงานมากกว่า 1,000 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ในหน่วยงาน Reality Labs ที่มีพนักงานประมาณ 15,000 คน ซึ่ง บลูมเบิร์ก รายงานว่า ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับทิศทางการลงทุน จากผลิตภัณฑ์โลกเสมือน และเมตาเวิร์ส ไปสู่อุปกรณ์สวมใส่ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทน เช่น แว่นตา AI และฟีเจอร์บนสมาร์ตโฟน
โดย Reality Labs เป็นหน่วยงานที่ดูแลทั้งฮาร์ดแวร์ และโครงการเทคโนโลยีล้ำอนาคตของ Meta ทั้งแว่น VR, แว่นตา AI และผลิตภัณฑ์โลกเสมือนต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปี 2021 หน่วยงานนี้ขาดทุนสะสมไปแล้วกว่า 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีการทุ่มลงทุนไปจำนวนมหาศาล แต่ไม่เคยทำรายได้กลับเข้าบริษัทฯ ได้อย่างมีนัยสำคัญ
Andrew Bosworth ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Meta ระบุในประกาศภายใน ว่า บริษัทฯ จะลดการลงทุนในธุรกิจแว่น VR และจะปรับโฟกัสการพัฒนา เมตาเวิร์สไปที่อุปกรณ์มือถือแทน เพื่อสนับสนุนธุรกิจให้มีความยั่งยืนมากขึ้น
จะทำให้นับตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป ธุรกิจ VR จะดำเนินงานในโครงสร้างที่เล็กลง แบนลง แต่จะมีโรดแมปที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว
ขณะที่ โฆษกของ Meta ยืนยันแผนงานที่เคยเปิดเผย เมื่อเดือนธันวาคม ที่ว่าบริษัทฯ กำลังย้ายการลงทุนบางส่วนจากเมตาเวิร์ส ไปสู่กลุ่มอุปกรณ์สวมใส่ การปรับโครงสร้างครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามดังกล่าว โดยปีนี้ มีแผนจะนำเงินที่ประหยัดได้ ไปลงทุนเพื่อสนับสนุนการเติบโตของกลุ่มธุรกิจอุปกรณ์สวมใส่
ทั้งนี้ เมตาเวิร์ส ซึ่งเป็นโลกเสมือนที่ผู้คนสามารถทำงาน เล่นเกม และออกกำลังกายได้ ถือเป็นโครงการที่มีต้นทุนสูง โดย Meta ได้ทุ่มงบลงทุนไปจำนวนมากในการพัฒนาแว่น VR ระดับไฮเอนด์ และฟีเจอร์ดิจิทัล เช่น อวตาร เพื่อเตรียมรับมือกับการแข่งขันจากบริษัทเทคโนโลยีรายอื่น แต่การแข่งขันอย่างที่คาดการณ์ไว้นั้น ไม่เกิดขึ้น
และเมตาเวิร์ส ก็ไม่เติบโตตามวิสัยทัศน์ที่ Mark Zuckerberg ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคยคาดการณ์ไว้ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก Facebook เป็น Meta เมื่อปี 2021
เมื่อเดือนธันวาคม ผู้บริหารระดับสูงของ Meta เคยหารือถึงการลดงบประมาณในกลุ่มเมตาเวิร์สถึงร้อยละ 30 เพื่อปรับโครงสร้างงบและโยกเงินไปยังโครงการอื่นแทน เช่น แว่นตา AI ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัท EssilorLuxottica ในการพัฒนาแว่นตารุ่นพิเศษหลากหลายรุ่น ภายใต้แบรนด์อย่าง Ray-Ban และ Oakley
ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าว Zuckerberg เคยกล่าวว่า ได้รับการตอบรับดีกว่าที่คาด และเป็นหัวใจสำคัญของแผนขยายการใช้งานผู้ช่วย AI ของบริษัท
อย่างไรก็ตาม Meta ยืนยันว่า จะยังคงพัฒนาเมตาเวิร์สต่อไป แต่จะเน้นไปที่สมาร์ตโฟน แทนการสร้างประสบการณ์ VR แบบดื่มด่ำเต็มรูปแบบเหมือนในช่วงเริ่มต้น
โดย CTO ของ Meta กล่าวว่า ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์ เมตาเวิร์ส ซึ่งปัจจุบันใช้ชื่อว่า Horizon จะยังเดินหน้าทุ่มเท ในการนำประสบการณ์ที่ดีที่สุด และเครื่องมือ AI สำหรับครีเอเตอร์ ไปสู่แพลตฟอร์มมือถือ และด้วยฐานผู้ใช้ที่มีศักยภาพสูงกว่า อัตราการเติบโตที่รวดเร็ว บริษัทฯ จึงย้ายทีมและทรัพยากรไปโฟกัสที่มือถือเกือบทั้งหมด เพื่อเร่งให้เกิดการยอมรับจากผู้ใช้งาน
ส่วนแว่น VR จะยังลงทุนต่อ รวมถึงฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้อง แต่ก็จะลดความเข้มข้นลงไป นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกว่า Meta เตรียมปิดสตูดิโอและคอนเทนต์ VR ภายในบริษัทจำนวน 3 แห่ง โดยสตูดิโอที่ถูกปิด ได้แก่ Armature ผู้พัฒนาเวอร์ชัน VR ของ Resident Evil 4
นอกจากนี้คือ Sanzaru ผู้สร้างเกมอย่าง Asgard’s Wrath และ Marvel Powers United และอีกรายคือ Twisted Pixel ผู้พัฒนา Deadpool VR และ Defector เป็นต้น
ส่วน Supernatural สตูดิโอ VR ด้านฟิตเนส จะยังคงดูแลผลิตภัณฑ์เดิม แต่จะยุติการพัฒนาคอนเทนต์และฟีเจอร์ใหม่
สำหรับแว่นตา AI ของ Meta ที่ร่วมมือกับ EssilorLuxottica ดูเหมือนว่าจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Meta ประกาศชะลอการขยายตลาดแว่นตา Ray-Ban Display ในต่างประเทศ เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนสินค้า โดยจะให้ความสำคัญกับการส่งมอบสินค้าในตลาดสหรัฐอเมริกา เป็นหลัก
อย่างไรก็ดี บลูมเบิร์ก รายงานว่า พันธมิตรทั้ง 2 รายกำลังพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตแว่นตาดังกล่าว ซึ่งขับเคลื่อนด้วย AI เป็น 2 เท่าตัวหรือเป็น 20 ล้านชิ้นภายในสิ้นปีนี้
รายงานดังกล่าว ระบุว่า ความเป็นไปได้ในการเพิ่มกำลังการผลิต มาจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง และหากสภาพตลาดเอื้ออำนวย กำลังการผลิตอาจถูกขยายเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 30 ล้านชิ้นต่อปี ก็เป็นได้
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวระบุว่า ยังไม่มีการตัดสินใจในขั้นสุดท้ายในเรื่องนี้ ตามรายงานของ EssilorLuxottica ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์แว่นตา เรย์ แบน ระบุว่า กำลังเข้าใกล้เป้าหมายกำลังการผลิตปัจจุบันที่ 10 ล้านชิ้น ซึ่งตั้งไว้สำหรับปลายปี 2026 แล้ว และกล่าวไว้เมื่อปลายปีที่แล้วว่า จะเร่งเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจแว่นตา AI
ทั้งนี้ Meta และ EssilorLuxottica เริ่มจับมือเป็นพันธมิตรกันตั้งแต่ปี 2019 และได้เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะ ภายใต้แบรนด์ Ray-Ban ในปี 2021 พร้อมแนวคิดที่จะพลิกโฉมยุคสมาร์ตโฟน ด้วยการให้ผู้สวมใส่สามารถถ่ายภาพและวิดีโอผ่านกล้องขนาดเล็กที่ฝังอยู่ในเลนส์, สตรีมคอนเทนต์ไปยังแอปของ Meta และสื่อสารกับผู้ช่วย AI ได้โดยตรง
สำหรับ Meta Ray-Ban Display เป็นแว่นตา AI ที่เปิดตัวล่าสุดเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยผสานเทคโนโลยี AI และจอแสดงผลแบบ HUD ลงในเลนส์แว่นตา โดยแสดงข้อมูลดิจิทัลซ้อนทับกับโลกจริง และควบคุมด้วย Meta Neural Band สายรัดข้อมือที่ตรวจจับสัญญาณกล้ามเนื้อ ทำให้ผู้ใช้สั่งงานได้โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
