Waymo ซุ่มจอดรถไร้คนขับเกือบพันคัน จ่อขยาย Robotaxi ทิ้งห่าง Tesla

บริษัท เวย์โม (Waymo) ผู้บุกเบิกเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติชั้นนำ กำลังเร่งเตรียมความพร้อมครั้งใหญ่เพื่อขยายบริการรถยนต์ไร้คนขับ (Robotaxi) หลังมีรายงานจากการวิเคราะห์ภาพถ่ายทางอากาศล่าสุดพบว่า มีรถยนต์ไร้คนขับรุ่นใหม่ล่าสุดภายใต้รหัส "โอไฮ" (Ojai) และรถรุ่นอื่น ๆ จอดสะสมเตรียมพร้อมให้บริการอยู่ที่โรงงานในเมืองเมซา รัฐแอริโซนา เกือบ 1,000 คัน การสะสมขุมกำลังของผู้นำตลาดรายนี้เพื่อรองรับการเติบโตแบบก้าวกระโดด
เว็บไซต์ electrek สื่อชั้นนำด้านเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าได้เปิดเผยข้อมูลการติดตามภาพถ่ายทางอากาศรายเดือนของโรงงานเวย์โม แมกนา (Waymo Magna) ในรัฐแอริโซนา เผยให้เห็นว่า ในเดือนสิงหาคมนี้มีรถยนต์ไร้คนขับรุ่น Ojai จอดอยู่ในพื้นที่โรงงานรวมทั้งสิ้น 953 คัน โดยในจำนวนนี้มีรถที่ผ่านการปรับแต่งและติดตั้งระบบเซนเซอร์เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานแล้วถึง 684 คัน หรือคิดเป็นร้อยละ 72 ขณะที่อีก 269 คันยังคงเป็นรถใหม่ที่อยู่ระหว่างรอการติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ
นอกเหนือจากรุ่น Ojai แล้ว นักสังเกตการณ์ยังตรวจพบรถยนต์ไฟฟ้า ฮุนได ไอโอนิก 5 (Hyundai IONIQ 5) ที่ติดตั้งระบบไร้คนขับเสร็จสมบูรณ์แล้วจำนวน 12 คัน จอดอยู่ในพื้นที่เป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ชี้ว่า Waymo กำลังเร่งกระจายความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานโดยไม่พึ่งพาผู้ผลิตรถยนต์เพียงรายเดียว
สำหรับรถยนต์ไร้คนขับรุ่น Ojai ถือเป็นอาวุธลับชิ้นสำคัญของ Waymo ในการสเกลธุรกิจ โดยตัวรถรุ่นพื้นฐานผลิตขึ้นในประเทศจีนโดยแบรนด์ ซีเกอร์ (Zeekr) ก่อนจะถูกส่งมายังรัฐแอริโซนา เพื่อให้ บริษัท แมกนา (Magna) ซึ่งเป็นซัพพลายเออร์ระดับโลก ดำเนินการติดตั้งระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติเจเนอเรชันที่ 6 (6th-generation Driver system) ของ Waymo ซึ่งระบบฮาร์ดแวร์ใหม่นี้ประกอบด้วยกล้อง 13 ตัว และอุปกรณ์จับระยะด้วยเลเซอร์ หรือไลดาร์ (Lidar) 4 ตัว ซึ่งช่วยลดจำนวนเซนเซอร์ลงถึงร้อยละ 42 เมื่อเทียบกับเจเนอเรชันก่อนหน้า โดยมีต้นทุนชุดเซนเซอร์เฉลี่ยไม่ถึง 20,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคัน
การลดต้นทุนชิ้นส่วนบนตัวถังรถที่มีราคาจับต้องได้มากขึ้นนี้ ช่วยให้ Waymo สามารถขยายจำนวนฝูงบินรถยนต์ไร้คนขับในราคาที่เหมาะสม เพื่อนำมาทดแทนฝูงบินรถยนต์ จากัวร์ ไอ-เพซ (Jaguar I-Pace) รุ่นเดิมที่มีต้นทุนการดำเนินงานสูงกว่า
ปัจจุบัน Waymo เปิดให้บริการรับส่งผู้โดยสารแบบคิดค่าบริการไปแล้วในเมืองสำคัญอย่าง ซานฟรานซิสโก, ลอสแอนเจลิส และฟีนิกซ์ โดยทำสถิติให้บริการผู้โดยสารไปแล้วกว่า 500,000 เที่ยวต่อสัปดาห์ และมีเป้าหมายระยะสั้นที่จะขยับยอดให้บริการทะลุ 1 ล้านเที่ยวต่อสัปดาห์ก่อนสิ้นปีนี้ การค้นพบรถยนต์ไร้คนขับเกือบ 700 คันที่อยู่ในสถานะพร้อมใช้งานทันทีในโรงงาน จึงเปรียบเสมือนกำลังเสริมขนาดใหญ่ที่จะช่วยส่งเสริมศักยภาพในการให้บริการได้อย่างมหาศาลหากถูกส่งลงสู่ท้องถนนจริง
เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งรายสำคัญอย่าง บริษัท เทสลา (Tesla) ของอีลอน มัสก์ จะเห็นได้ว่า Waymo ถือแต้มต่อในแง่ของเทคโนโลยีที่ใช้งานจริงได้อย่างชัดเจน ขณะที่ เทสลา ยังคงพยายามพิสูจน์บริการ Robotaxi แบบไร้คนควบคุมด้วยรถยนต์ Model Y เพียงไม่กี่สิบคันในเมืองออสติน และยังคงต้องอาศัยผู้ดูแลความปลอดภัยคอยควบคุมระยะไกล แต่ Waymo สามารถแก้โจทย์ความปลอดภัยในระดับ Level 4 ได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้วบนถนนสาธารณะ
การมีรถยนต์พร้อมใช้งานหลายร้อยคันในโรงงาน เมืองเมซา รัฐแอริโซนา จึงไม่ใช่แค่เรื่องของกำลังการผลิต แต่เป็นการเปิดสวิตช์ขยายส่วนแบ่งตลาดและการเติบโตด้านรายได้อย่างเป็นรูปธรรมที่คู่แข่งยังตามหลังอยู่หลายก้าว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
