รีเซต

“ฝรั่งเศส” ถกประเด็น “นักเขียนใช้ AI” หลังมีกลุ่มคนกล่าวอ้าง พบ AI ในงานที่ได้รางวัล

“ฝรั่งเศส” ถกประเด็น “นักเขียนใช้ AI” หลังมีกลุ่มคนกล่าวอ้าง พบ AI ในงานที่ได้รางวัล
TNN ช่อง16
24 กันยายน 2569 ( 16:14 )
19

วงการหนังสือในฝรั่งเศส กำลังเกิดประเด็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนัก หลังมีกลุ่มบุคคลที่ออกมาอ้างว่า เทลีซง โอเรเลียง (Thélyson Orélien) นักเขียนชาวแคนาดาเชื้อสายเฮติ วัย 38 ปี ที่เพิ่งได้รับรางวัลปรี ดู โรม็อง ฟนัค (Prix du Roman Fnac) ซึ่งเป็นรางวัลแรกของฤดูกาลประกาศรางวัลวรรณกรรมในฝรั่งเศส จากผลงานเรื่อง “C'était ça ou mourir” ซึ่งแปลว่า “ทางเลือกมีแค่ทำแบบนั้นหรือต้องตาย”  และยังมีชื่อเข้าชิงรางวัลวรรณกรรมภาษาฝรั่งเศสประจำปีที่ทรงเกียรติที่สุดอย่างรางวัล กงกูร์ (Goncourt) และ เรอโนโด (Renaudot) ที่กำลังจะมีการประกาศผลในเร็ว ๆ นี้ ได้ ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการเขียนนิยายของเขา 

ผู้กล่าวหา

สำนักข่าวต่างประเทศ บีบีซี (BBC) รายงานว่าข้อมูลนี้ มาจากกลุ่มบุคคลที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ที่ใช้ชื่อกลุ่มว่า “Balance ton Claude” ซึ่งแปลว่า “แฉ Claude ของคุณ” โดยสื่อถึง Claude ที่เป็นปัญญาประดิษฐ์ผู้ช่วย จากบริษัท แอนโทรปิก (Anthropic) ซึ่งพวกเขาได้ออกมาอ้างว่า หนังสือเรื่อง “C'était ça ou mourir” ของโอเรเลียง ถูกเขียนขึ้นโดยใช้ AI เกือบทั้งหมด 

โดยเผยแพร่คำกล่าวหานี้ผ่านแพลตฟอร์มเอ็กซ์ (X) ว่าได้มีการทดสอบข้อความหลายส่วน จากนิยายต้นฉบับ ผ่านโปรแกรมที่ชื่อว่าแพนแกรม (Pangram) ซึ่งพวกเขาอ้างว่าเป็นโปรแกรมที่แม่นยำที่สุดอย่างไม่มีข้อสงสัย และมีโอกาสผิดพลาดน้อยมากจนแทบไม่มีนัยสำคัญ และสุดท้ายแล้วการตรวจสอบนี้ ได้ผลลัพธ์เหมือนกันหมด คือระบุว่างานเขียนเป็นฝีมือของ AI ทั้งสิ้น

นักเขียนเจ้าของรางวัล

ทั้งนี้ทางฝั่งของ โอเรเลียง เจ้าของผลงานดังกล่าว ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาทันที โดยเขากล่าวว่าเขารักการสร้างสรรค์และงานเขียนวรรณกรรมมาโดยตลอด และไม่เห็นเหตุผลใดเลย ว่าทำไมถึงจำเป็นจะต้องใช้เครื่องจักรมาช่วยเขียน 

โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ ลีเบราซยง (Libération) พร้อมระบุว่าเขากำลังรวบรวมหลักฐาน ร่วมกับสำนักพิมพ์เพื่อพิสูจน์ว่าเขาเป็นผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ด้วยตนเองอย่างแท้จริง และยังกล่าวเสริมอีกว่า รากเหง้าของเขามาจากเฮติและแคริบเบียน ดังนั้นภาษาการใช้ภาพพจน์ การใช้คำซ้ำ และจังหวะจะโคนในงานเขียน ล้วนเป็นถ้อยคำที่มีชีวิตและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาเองทั้งสิ้น

ระบบตรวจสอบ AI

ประเด็นถกเถียงนี้ ชวนให้นึกถึงกรณีอื้อฉาวจากเรื่องสั้น The Serpent in the Grove ของ จามีร์ นาซีร์ (Jamir Nazir) นักเขียนชาวตรินิแดด (Trinidad) ซึ่งถูกริบรางวัล Commonwealth Short Story ไปในช่วงแรกในเดือนกรกฎาคม เนื่องจากมีข้อกล่าวหาว่างานเขียนเขาถูกสร้างขึ้นโดยใช้ Generative AI แต่ต่อมา ก็มีการมอบรางวัลคืนให้แก่เขา หลังจากผู้จัดงานระบุว่าพวกเขาพอใจกับข้อพิสูจน์ที่ยืนยันแล้ว

และในทางกลับกัน ก็มีฝ่ายที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ แพนแกรม (Pangram) และเครื่องมือตรวจจับ AI อื่น ๆ โดยมองว่าเครื่องมือเหล่านี้ขาดความน่าเชื่อถือ เนื่องจากโปรแกรมแต่ละตัวมักให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันเมื่อวิเคราะห์ข้อความชุดเดียวกัน เครื่องมือเหล่านี้ไม่ได้ระบุตัวตนของผู้เขียนหรือสิ่งที่เขียนข้อความนั้นขึ้นมาจริง ๆ แต่จะใช้วิธีค้นหารูปแบบภาษาที่มักพบในงานเขียนที่สร้างโดย AI ซึ่งรูปแบบเหล่านั้นก็อาจปรากฏในงานเขียนของมนุษย์ได้เช่นกัน

โดยสำนักข่าวสำนักข่าวต่างประเทศ บีบีซี (BBC) อ้างอิงถึงกรณีศึกษาที่พบว่า เครื่องมือตรวจจับ AI อาจระบุผิดพลาด ว่างานเขียนของมนุษย์เป็นงานที่สร้างโดย AI และในขณะเดียวกัน ก็อาจตรวจไม่พบข้อความที่สร้างโดย AI โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากข้อความนั้นผ่านการแก้ไขหรือเรียบเรียงใหม่แล้ว

นอกจากนี้บางคนยังชี้ว่า โปรแกรมเหล่านี้ ถูกพัฒนาขึ้นโดยอิงกับมาตรฐานภาษาหลักอย่างภาษาอังกฤษหรือภาษาฝรั่งเศส จึงไม่สามารถวิเคราะห์ข้อความที่ใช้สำเนียงหรือภาษาถิ่นเฉพาะพื้นที่ เช่น ในแถบแคริบเบียน ได้อย่างแม่นยำ

อย่างไรก็ตาม ผู้พัฒนาเครื่องมือแพนแกรม (Pangram) ระบุว่าจากการทดสอบพบว่า โปรแกรมตัดสินผิดพลาด เพียงแค่ 1 ครั้งต่อการตรวจสอบ 24,400 ครั้งเท่านั้น และเครื่องมือตรวจจับรุ่นใหม่ๆ ไม่ได้ใช้วิธีเปรียบเทียบข้อความกับข้อความเพื่อหาการคัดลอกผลงาน (plagiarism) อีกต่อไป แต่จะใช้วิธีวิเคราะห์ความน่าจะเป็นและสถิติเพื่อดูว่ามีรูปแบบทางภาษาที่บ่งชี้ถึงการใช้ AI หรือไม่

ในยุคที่การใช้ AI กลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นเรื่อย ๆ ประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงในวงกว้าง ถึงสัดส่วนระหว่างความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์กับ AI ว่าในระดับใดจึงจะถือว่าเป็นที่ยอมรับได้ อาจเป็นเรื่องที่มนุษย์ต้องตกลงกัน เพื่อให้เรายังสามารถนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้ได้ในขอบเขตที่เหมาะสม แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ให้มันมาทดแทนความคิดสร้างสรรค์ที่มาจากมนุษย์

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง