ดีจริงเหรอ ? ทำไมเราถึงต้องเปลี่ยนมาใช้ iOS 15 ด้วย

ดีจริงเหรอ ? ทำไมเราถึงต้องเปลี่ยนมาใช้ iOS 15 ด้วย
TNN ช่อง16
9 มิถุนายน 2564 ( 02:07 )
47
ดีจริงเหรอ ? ทำไมเราถึงต้องเปลี่ยนมาใช้ iOS 15 ด้วย
  • เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา Apple ได้ประกาศจัดงาน Worldwide Developers Conference 2021 หรือ WWDC21 ขึ้น แน่นอนว่าภายในงานเต็มไปการประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ๆ ของผลิตภัณฑ์ Apple มากมาย โดยหนึ่งในนั้น iOS 15 ดูจะเป็นตัวเอก หรือฟินาเล่ในงานนั้นเลยก็ว่าได้ โดยบทความนี้จะบอกถึงเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรเปลี่ยนมาใช้ระบบ iOS 15 ทำไมมันถึงดีจนทุกสื่อต้องหยิบเอามาทำเป็นสื่อมากขนาดนั้นด้วย



  • ทำไมเราถึงต้องเปลี่ยนมาใช้ iOS 15 

  • FaceTime หัวใจหลักของ iOS 15 
    มีอะไรดีบ้าง : 
    • ซัพพอร์ต Spatial Audio ทำให้เวลา FaceTime กับใครไม่แตกต่างไปจากการคุยอยู่ในห้องเดียวกัน 
      ตัดเสียงรบกวนจากไมค์ 
      เพิ่ม Grid View ทำให้เห็นคนตอน FaceTime ได้มากขึ้น 
      รองรับ Portrait ฟีเจอร์หน้าชัดหลังเบลอ สร้างลิงก์เปิดห้องประชุมเองโดยตรงได้ทันที 
      เพิ่มฟีเจอร์ Share Play ฟังเพลง ดูคลิปพร้อม ๆ ไปกับการ FaceTime ได้ แถมยังให้ API ที่ทำให้นักพัฒนาพัฒนาแอปให้เชื่อมกับฟีเจอร์ Share Play ได้อีกด้วย


    • ความเห็นเกี่ยวกับการอัปเดต : ฟีเจอร์ดังกล่าวตอบโจทย์ยุคที่ใครต่อใครต้องอยู่กันห่างไกล ต้องทำงานที่บ้าน การติดต่อพูดคุยระยะไกลจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น จะดีแค่ไหนถ้าเทคโนโลยีช่วยให้เรารู้สึกว่าอยู่ใกล้กับผู้คนแม้จะอยู่ห่างกัน Spatial Audio จึงดูเป็นอะไรที่พิเศษมาก ๆ รวมถึงทั้งฟีเจอร์สร้างลิงก์เปิดห้องประชุม และ Share Play ก็สื่อให้เห็นอย่างชัดเจน ว่า Apple อยากให้เราติดต่อกันทางไกลกับผองเพื่อน หรือกลุ่มได้หลากหลาย และทำได้มากกว่าเห็นหน้าและพูดคุยกันเพียงอย่างเดียว



  • Focus ปรับแต่งทุกสิ่ง ในสิ่งที่คุณสนใจจริง ๆ
    มีอะไรดีบ้าง : 
    • จัดกลุ่มการแจ้งเตือน Notification ได้
    • สามารถปิดการแจ้งเตือน และบอกทุกคนว่าเราไม่ว่างในในห้องสนทนา ด้วยการเปิด Do not disturb
    • สามารถสร้างและจัดกลุ่มแอป อีเวนท์ที่เราสนใจ เพื่อควบคุมการแจ้งเตือนได้ในแบบที่เราต้องการ เช่น แอปกลุ่มนี้แจ้งเตือนแค่กลางวัน แอปกลุ่มนี้สำหรับกลางคืน เป็นต้น

    • ความเห็นเกี่ยวกับการอัปเดต : จะดีแค่ไหนเมื่อตอนเช้ามีเพียงนาฬิกาปลุกเท่านั้น ที่แจ้งปลุกเรา จะดีแค่ไหนที่ช่วงทำงาน จะมีเพียงเสียง Email หรือแชทของลูกค้าหรือทีมเท่านั้นที่แจ้งเตือนเรา ส่วนตอนดึกก็ไม่มีเสียงอะไรเลย ใช่ครับ Apple กำลังช่วยให้เรามีอำนาจเหนือแอปมากขึ้น สามารถจัดการบางสิ่งบางอย่างให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิต โดยเฉพาะแอปซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งที่ไม่แตกต่างจากเสื้อผ้าของตัวเรา คงไม่ดีนักที่เราจัดทรงเสื้อผ้าของเองไม่ได้ตามที่เราต้องการ

  • Live Text เปลี่ยนข้อความจากภาพให้กลายเป็นข้อความ จัดการงานเอกสารได้อย่างยอดเยี่ยมสูงสุด
    มีอะไรดีบ้าง : 
    • iPhone สามารถถ่ายภาพข้อความ หรือเอารูปที่มีข้อความ มาแปลงเป็นตัวอักษรเพื่อนำไปใช้งานต่อได้ทันที

    • ความเห็นเกี่ยวกับการอัปเดต : เมื่อต้องทำงานเอกสาร เขียนบทความ หรือทำงานต่าง ๆ มันเหนื่อยมาก ๆ ที่เราต้องพิมม์ข้อความจากในเอกสารหรือในหนังสือ หรือในบางครั้งเราเจอข้อความดี ๆ ตามป้ายข้างทาง มันดีมาก ๆ ที่เราสามารถใช้มือถือของเราแปลงข้อความในภาพ ให้กลายเป้นข้อความดิจิทัลที่สามารถหยิบไปใช้ทำอื่น ๆ ต่อได้ หรือถ่ายสมุดที่จดงานเพื่อนำมาแปลงไฟล์เก็บไว้ในมือถือหรือเครื่องคอมของเราได้โดยง่าย


  • Photo Memories เก็บความทรงจำให้งดงามยิ่งกว่าเดิม
    มีอะไรดีบ้าง :
    • สร้างวิดีโอจากภาพ ใส่เพลงได้
      นำเพลงจาก Appe Music มาใส่ในรูปภาพหรือวิดีโอ 
      ปรับแต่งภาพด้วย Memory Mixes
      Apple Music มีแนะนำเพลงให้เข้ากับ Mood ภาพ

    • ความเห็นเกี่ยวกับการอัปเดต :  ความทรงจำเป็นสิ่งสำคัญ พวกเราใช้ภาพเก็บความทรงจำมาช้านาน การทำให้ภาพเหล่านั้นมีคุณค่าในความทรงจำมากขึ้น อาจเป็นสิ่งหนึ่งที่ Apple กำลังบอกกับเราว่า พวกเขาใส่ใจกับความทรงจำเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

  • Weather & Maps เมื่อเราสามารถย่อโลกมาอยู่ในมือถือ การเดินทางจะไม่วันหลงอีกต่อไป
    มีอะไรดีบ้าง:
    • Weather ปรับ UI ครั้งใหญ่ เมื่อภาพพื้นหลังบนจอ ช่วยบอกเราถึงตำแหน่งดวงอาทิตย์ ปริมาณฝน ปริมาณหิมะได้แม่นยำ แถมยังงดงามด้วยภาพเคลื่อนไหวอันแสนจะยอดเยี่ยม
      Maps เพิ่มรายละเอียดแผนที่ให้เป็น 3D ในหลาย ๆ ประเทศ เสริมเติมแต่งรายละเอียดของสถานที่สำคัญ ๆ เช่น สีถนน สีตึก สีสะพาน
      Driving Mode แบบ 3D เพิ่มพลังการขับขี่ในเมืองให้ดีขึ้นมาพร้อมรายละเอียดที่มากกว่าเดิม เช่น จุดกลับรถ เลนรถสาธารณะ
      AR สแกน และบอกเส้นทางได้แล้ว

    • ความเห็นเกี่ยวกับการอัปเดต : แผนที่ดิจิทัลในโลกนี้มีเพียง 2 เจ้า ที่พวกเราต่างเลือกใช้งาน นั่นคือ Google และ Apple แม้ฟีเจอร์ที่เพิ่มเข้ามาจะดูเจ๋ง แต่คงอีกนานถ้าจะเอาชนะยักษ์ด้านข้อมูลอย่าง Google ได้



  • อัปเดตอื่น ๆ ส่งเสริมการสื่อสารให้ยอดเยี่ยม การค้นหา
    มีอะไรดีบ้าง : 
    • Message : ดูภาพหลายภาพได้ง่ายขึ้น
      Share with you : เช็คได้ว่ามีใครส่งลิงค์มาให้เราบ้าง ใช้ได้ทั้ง Apple Music, Photo, News, Safari, Apple TV, และ Podcast 
      Virtual Look up : เซฟรูปอะไรไว้ รู้ได้ว่าเป็นภาพอะไร
      Spotlight : ค้นหาข้อมูลได้มากกว่าเดิม
      Wallet : เสริมแอป Wallet ให้ปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงยังสามารถสแกนบัตรจต่าง ๆ เก็บไว้ได้
    • Siri : ใช้งานแบบออฟไลน์ได้ อาจตอบโจทย์ในพื้นที่ที่ไม่มีสัญญาณ แต่ถ้าพูดถึงการใช้งานทั่วไป กับโลกที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตคือส่วนหนึ่งของชีวิต ก็ดูไม่สำคัญนัก
      แอปสุขภาพ : สามารถแชร์ข้อมูลสุขภาพกับคนในครอบครัว ผู้ดูแล หรือทีมผู้ดูแลได้ พร้อมวิเคราะห์แนวโน้มที่ช่วยให้ผู้ใช้มองเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับค่าสุขภาพส่วนตัวต่าง ๆ เหมาะกับคนที่มีญาติที่ป่วย หรือตัวของเราเองที่ต้องคอยควมคุมและดูแลสุขภาพเสมอ ๆ 

  • ใครใช้ iOS 15 ได้บ้าง ? 
  • iPhone 12
  • iPhone 12 mini
  • iPhone 12 Pro
  • iPhone 12 Pro Max
  • iPhone SE (รุ่นที่ 2)
  • iPhone 11
  • iPhone 11 Pro
  • iPhone 11 Pro Max
  • iPhone XS
  • iPhone XS Max
  • iPhone XR
  • iPhone X
  • iPhone 8
  • iPhone 8 Plus
  • iPhone 7
  • iPhone 7 Plus
  • iPhone SE (รุ่นที่ 1)
  • iPhone 6s
  • iPhone 6s Plus
  • iPod touch (รุ่นที่ 7)

  • กำหนดอัปเดต 
    • เวอร์ชันทดสอบ : กรกฎาคม 2021
    • เวอร์ชันสมบูรณ์ : กันยายน – ตุลาคม 2021
    • นักพัฒนา : ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง