อาวดี้‘อี-ทรอน สปอร์ตแบ๊ก’ รถไฟฟ้า 5.299 ล้าน วิ่งได้ 463 กม.

อาวดี้‘อี-ทรอน สปอร์ตแบ๊ก’ รถไฟฟ้า 5.299 ล้าน วิ่งได้ 463 กม.
มติชน
17 ตุลาคม 2563 ( 14:20 )
43
อาวดี้‘อี-ทรอน สปอร์ตแบ๊ก’ รถไฟฟ้า 5.299 ล้าน วิ่งได้ 463 กม.

ก่อนหน้านี้อาวดี้ ไทยแลนด์ สวมบทเสือปืนไว ชิงเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกใช้ชื่อว่า อี-ทรอน สร้างเซอร์ไพรส์ให้วงการรถหรูอย่างมาก เพราะไม่คิดว่า อาวดี้ ไทยแลนด์ จะได้รับการคัดเลือกให้เป็นประเทศแรกๆ ที่เปิดตัวรถรุ่นนี้

 

ล่าสุดเซอร์ไพรส์หนักไปกว่านั้นก็คือ อาวดี้ชิงจังหวะอีกครั้ง เปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% โมเดลที่ 2 เดอะ นิว อี-ทรอน สปอร์ตแบ๊ก (The New e-tron Sportback) รถยนต์ ชูจุดเด่นและความสมบูรณ์แบบทางเทคโนโลยีไฟฟ้า 100%

 

 

 

 

นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย เล่าถึงที่มาให้ฟังว่า จากผลตอบรับจากการเปิดตัว อาวดี้ อี-ทรอน (Audi e-tron) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อต้นปี 2562 ทางอาวดี้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและองค์กรอย่าง บริษัท แสสิริ จำกัด (มหาชน) เกิดความประทับใจในการใช้งานจริง เป็นการใช้พลังงานที่ยั่งยืน อาวดี้ ประเทศไทย จึงใช้จังหวะนี้นำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% โมเดลที่ 2 เข้ามาให้คนไทยได้สัมผัสอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัว อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ๊ก 55 ควอทโทร เอส ไลน์ (Audi e-tron Sportback 55 quattro S line) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มีอัตราเร่งเหลือเชื่อ มาพร้อมสมรรถนะทรงพลัง อารมณ์สปอร์ต

 

อาวดี้ อี-ทรอน สปอร์ตแบ๊ก 55 ควอทโทร เอส ไลน์ รถเอสยูวีทรงสปอร์ตคูเป้ สมรรถนะสูง ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะแบบไฟฟ้า (electric quattro) มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่ง ให้กำลังสูงสุด 300 กิโลวัตต์ หรือ 408 แรงม้า ระยะทางวิ่งสูงสุด 463 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง

 

การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่งผสมผสานกับระบบขับเคลื่อน ควอทโทร ไฟฟ้า ทำให้ตอบสนองได้ฉับไว และแน่นอนว่าเมื่อเป็นรถยนต์ไฟฟ้าความเงียบภายในห้องโดยสารให้ความรู้สึกที่ดีกับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

 

สำหรับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า จะสามารถนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ (Recuperation) ได้ 2 รูปแบบ คือ ทั้งจากพลังงานจากการปล่อยให้รถวิ่งในลักษณะลอยตัว หรือโคสติ้ง (Coasting) และพลังงานจากการเบรก หรือเบรกกิ้ง (Braking)

 

 

 

 

รูปแบบที่ 1 พลังงานจากการปล่อยให้รถวิ่งในลักษณะลอยตัว มีวิธีการตั้งค่าการทำงานรูปแบบนี้ 2 วิธี คือ ตั้งค่าจากแป้น แพดเดิล ชิฟท์ (paddle shift) หลังแป้นพวงมาลัย สามารถเลือกปรับได้ 3 ระดับ ผู้ขับขี่สามารถเลือกตั้งระดับการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่โดยอัตโนมัติผ่านฟังก์ชั่น พรีดิกทีฟ เอฟฟิเชียนซี แอสสิสท์ (Predictive efficiency assist -PEA) ในระบบเอ็มเอ็มไอ (MMI) ได้อีกด้วย จากการประมวลผลและควบคุมการเคลื่อนที่เชิงฟิสิกส์ ส่งผลให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมความเร็วของรถได้จากการถอนเท้าออกจากคันเร่ง โดยไม่ต้องเหยียบเบรกได้

 

รูปแบบที่ 2 พลังงานจากการเบรก (Braking) เมื่อผู้ขับขี่เหยียบเบรกจะส่งผลให้เกิดพลังงานกลับเข้ามาในระบบการขับขี่ หากเหยียบเบรกที่ความเร็ว 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง จะสามารถนำพลังงานกลับเข้าไปได้สูงสุดถึง 300 นิวตันเมตร และ 220 กิโลวัตต์ หรือคิดเป็นมากกว่า 70% ของกำลังที่มอเตอร์ผลิตได้ และการนำพลังงานกลับมาใช้ใหม่ในรุ่น อี-ทรอน สปอร์ตแบ๊กนี้ สามารถเพิ่มระยะทางการขับขี่ได้มากถึง 30% ของระยะทางทั้งหมด

 

อาวดี้ได้นำประสบการณ์การพัฒนาระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะมากว่า 40 ปี มาพัฒนาระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะแบบไฟฟ้า (electric quattro) และยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์ แบรนด์แรกที่พัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตำแหน่งอีกด้วย

 

การออกแบบเพื่อความปลอดภัย จุดศูนย์ถ่วงของรถต่ำลง ทำให้เกาะถนนได้ดีขึ้น ขับขี่ได้คล่องแคล่ว แม่นยำ ขณะที่สมดุลหรือบาลานซ์ (Balance) ของตัวรถ มีการออกแบบการจัดวางส่วนประกอบต่างๆ ของรถมาอย่างลงตัว ทำให้กระจายน้ำหนักได้อย่างสมดุล โดยเพอร์เฟกต์ บาลานซ์ (Perfect balance) อยู่ที่ 50:50

 

กรณีที่มีการติดตั้งอุปกรณ์เสริมพิเศษ กล้องแสดงภาพด้านข้าง (Virtual exterior mirrors) นวัตกรรมด้านความสะดวกสบายและความปลอดภัย จะมีจอแสดงผล โอแอลอีดี(OLED) ความละเอียดสูงขนาด 7 นิ้ว พร้อมฟังก์ชั่นควบคุมแบบสัมผัส ติดตั้งบริเวณแผงประตูซ้าย-ขวา ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นภาพด้านข้างตัวรถชัดเจนยิ่งขึ้นแม้อยู่ในสภาวะการเดินทางที่ไม่เอื้ออำนวย

 

การออกแบบเน้นความล้ำสมัย สปอร์ต กระจังหน้าแบบคลาสสิกถูกอัพเกรดใหม่เป็นซิงเกิล เฟรม (Single frame) เส้นสาย รูปทรง สะท้อนเอกลักษณ์ทรงคูเป้แบบสปอร์ต พร้อมชุดแต่งภายนอกสไตล์สปอร์ต เอส ไลน์ (S line) ที่สปอยเลอร์หลังและขอบประตูอะลูมิเนียม

 

ภายในห้องโดยสารตกแต่งภายในและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกผสมผสานดีไซน์ เน้นความเรียบหรู เทคโนโลยีรูปแบบดิจิทัลใช้งานง่าย จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบเวอร์ชวล ค็อกพิท พลัส (Virtual cockpit plus) ขนาด 12.3 นิ้ว

 

จอควบคุมมัลติฟังก์ชั่นแบบสัมผัส พร้อมตอบสนองการสั่งงาน (haptic feedback) ขนาด 8.6 นิ้ว รองรับการสั่งการด้วยการเขียนด้วยนิ้ว เชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือด้วย อาวดี้ สมาร์ทโฟน อินเตอร์เฟซ (Audi smartphone interface) ระบบเครื่องเสียงระดับพรีเมียม แบงก์ แอนด์ โอลาฟเซน (Bang & Olufsen) พร้อมระบบเสียง 3 มิติ

 

หลังคาแก้วแบบพาโนรามิคเลื่อนเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า มาพร้อมแพคเกจ อินทีเรีย เอส ไลน์ เบาะนั่งหุ้มหนัง วัลโคนา (Valcona) คุณภาพสูง ให้ผิวสัมผัสละเอียด เบาะนั่งคู่หน้าแบบ เอส สปอร์ต (S Sports) ตกแต่งแบบ ไดมอนด์ คัต (diamond cut) พร้อมสัญลักษณ์ เอส ไลน์ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันท้ายตัดหุ้มหนังแบบสปอร์ต พร้อมสัญลักษณ์ เอส ไลน์ และ แพดเดิล ชิฟท์

 

มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ ขาว (Glacier white metallic), เงิน (Floret silver metallic), ดำ (Mythos black metallic), เทา (Daytona grey pearl effect), เบจ (Siam beige metallic) และฟ้า (Antigua blue metallic) ราคา 5,299,000 บาท ส่งมอบตั้งแต่เดือนธันวาคม 2020 เป็นต้นไป รับประกัน 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อนรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

 

นายพล

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง