TISCO น้ำท่วมหลักร้อย ยอดจัดสินเชื่อรถอีวีพุ่ง

#TISCO #ทันหุ้น - TISCO แจงลูกค้ารถยนต์ที่ได้รับผลกระทบภัยน้ำท่วมมีแค่หลักร้อยคัน และลูกค้าได้ทยอยเข้ามาเจรจาขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ไม่พบความเสี่ยง ชูปริมาณเงินสำรองส่วนเกินที่ตั้งเผื่อไว้มีจำนวนมาก ไม่จำเป็นต้องตั้งสำรองเพิ่ม รับยอดจัดสินเชื่อรถอีวีมาแรง มั่นใจคงเป้าเติบโตสินเชื่อ 0–5% คุม NPL ไม่เกิน 2.5%
นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เปิดเผยว่า เหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงปลายเดือนกันยายนมีลูกค้ากลุ่มรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงระดับหลักร้อยคันยังไม่ถึงหลักพันคัน แตกต่างจากอุทกภัยใหญ่ที่หาดใหญ่ในอดีตที่มีผลกระทบระดับหลักพันคัน
ทั้งนี้ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบเริ่มทยอยเข้ามาเจรจาขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามความสามารถในการชำระหนี้และรายได้ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่พบสัญญาณความเสี่ยงที่น่าเป็นห่วง โดยโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อของธนาคารประกอบด้วย สินเชื่อรถยนต์ประมาณ 2 ใน 3 ของสินเชื่อรวม
ในส่วนสินเชื่อรถจักรยานยนต์มียอดแจ้งขอความช่วยเหลือเข้ามาไม่ถึง 10 คัน นอกจากนี้พอร์ตสินเชื่อทั้งบ้านและรถยนต์ ส่วนใหญ่มีสัดส่วนหลักประกันและประกันภัยครอบคลุมสูงถึง 70–80% อยู่แล้วจึงไม่เป็นห่วง ซึ่งยานพาหนะมีข้อดีตรงที่สามารถเคลื่อนย้ายหนีน้ำได้สะดวก
@เงินสำรองเพียงพอ
ทั้งนี้ธนาคารมีปริมาณเงินสำรองส่วนเกินที่ตั้งเผื่อไว้มีจำนวนเพียงพอค่อนข้างมาก โดยในภาพรวมคุณภาพพอร์ตสินเชื่อตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ยังสามารถบริหารจัดการได้ดีตามเป้าหมาย และมีการตั้งสำรองเผื่อไว้พอสมควรแล้ว แม้เกิดอุทกภัยแต่ผลกระทบในไตรมาส 4/2569 น้อยกว่าที่คาดไว้ ดังนั้นในปัจจุบันจึงยังไม่ต้องตั้งสำรองเพิ่ม
ขณะเดียวกันธนาคารได้ทำการจำลองสถานการณ์ความเสี่ยงล่วงหน้า กรณีเกิดผลกระทบหนักและยาวนานแบบหาดใหญ่ เพื่อประเมินการตั้งสำรองเพิ่มเติมสำหรับไตรมาส 4/2569 และไตรมาส 1/2570 โดยติดตามตัวแปรความเสี่ยงกว่า 10 ปัจจัย ซึ่งมีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบ หากผ่านพ้นช่วง 6 เดือนไปแล้ว เหตุการณ์ไม่ได้รุนแรงอย่างที่คาดการณ์ไว้ ธนาคารสามารถนำเงินสำรองคืนมาได้
ซึ่งไทยเจอวิกฤติภัยพิบัติมาหลายรูปแบบ ทำให้ธนาคารต้องแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) ครอบคลุมภัยทุกรูปแบบรวมถึงเหตุแผ่นดินไหว น้ำท่วม ไว้เรียบร้อยแล้ว
@คุม NPL ไม่เกิน 2.5%
ปัจจุบันธนาคารยังไม่มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแผนธุรกิจหลัก ซึ่งยังคงเป้าหมายการเติบโตของสินเชื่อรวมในปี 2569 ไว้ที่ 0–5% ขณะที่ธนาคารยังตั้งกรอบการควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไว้ไม่เกิน 2.5% ซึ่งระดับ NPL จริงในปัจจุบันยังคงต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยมีสินเชื่อภาคธุรกิจที่เป็นสายงานสำคัญที่เข้ามาช่วยหนุนการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรายใหญ่ และสินเชื่อรถยนต์เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งปัจจุบันมียอดจัดสินเชื่อรถยนต์ใหม่ที่เป็นรถ EV เกินกว่า 50% ขณะที่ยอดสินเชื่อคงค้างสินเชื่อรถ EV ขยายตัวรวดเร็วมากจนคิดเป็น 1 ใน 3 ของพอร์ตรถยนต์รวมทั้งหมด ซึ่งคุณภาพหนี้ของลูกค้ารถ EV อยู่ในเกณฑ์ดีมาก เนื่องจากต้นทุนการบำรุงรักษาและค่าพลังงานลดลง ช่วยเพิ่มความสามารถในการชำระหนี้ ส่งผลให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 2 ในตลาดสินเชื่อรถ EV และติดอันดับ 5 ของสินเชื่อยานยนต์รวมทุกประเภท
ซึ่งธนาคารได้ร่วมมือกับค่ายผู้ผลิต EV ประมาณ 11–12 ค่าย ในการให้บริการทางการเงินแบบครบวงจร ทั้งสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อเพื่อสต๊อกรถยนต์สำหรับดีลเลอร์ ด้านโครงสร้างราคานโยบายภาษีสรรพสามิตของรัฐบาล ช่วยสนับสนุนให้เกิด Supply Chain ในประเทศ โดยราคารถ EV ในไทยเริ่มแตะระดับฐานแล้ว และส่วนต่างราคาระหว่างไทยกับจีนลดลงจาก 30–50% เหลือประมาณ 20%
@มองโอกาสการเติบโตใหม่
นอกจากนี้ยังมีโอกาสการเติบโตในธุรกิจ Wealth Management จากความผันผวนของตลาดทำให้บริการให้คำปรึกษา แนะนำจังหวะการลงทุน เช่น ในช่วงที่ Bond Yield พุ่งสูงถึง 6% ได้แนะนำลูกค้าเข้าลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวเพื่อสร้างกำไรจากการลงทุนเมื่อดอกเบี้ยปรับตัวลง
รวมถึงธุรกิจ Bancassurance ที่มีโอกาสเติบโตสูงในระยะยาว เนื่องจากสัดส่วนการทำประกันชีวิตและประกันภัยของคนไทยยังต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านและประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งธนาคารมีสาขารวมประมาณ 850 แห่ง แบ่งเป็น สาขาธนาคารพาณิชย์ 50 แห่ง ทำหน้าที่ระดมเงินฝาก ดูแลวางแผนภาษีและมรดก และเป็นสาขาสมหวัง เงินสั่งได้ 800 แห่ง ทำหน้าที่ปล่อยสินเชื่อ กระจายตัวครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
