MAGURO ลุ้นงบโค้งท้าย แนะ ”ซื้อ” เป้า 24.7 บ.

#MAGURO #ทันหุ้น - MAGURO ขยายอาณาจักรร้านอาหาร 14 แบรนด์ ลุยเปิดสาขาใหม่เต็มสูบ พร้อมแตกไลน์ธุรกิจเสิร์ฟแบรนด์น้องใหม่ “Laii” อาหารไทย-อีสาน และ “Age.3” แซนด์วิชทอดญี่ปุ่น โบรกชี้ไตรมาส 3/2569 รายได้จ่อทะยาน 27–29% แตะ 662–672 ล้านบาท ลุ้นโค้งท้ายรายได้ทุบสถิติ เคาะเป้า 24.70 บาท
นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยถึง บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO ว่า MAGURO ประกอบธุรกิจร้านอาหารจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มระดับ Premium - Mass ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2569 มี 14 แบรนด์ ทั้งหมด 61 สาขาภายใต้เครื่องหมายการค้าแบรนด์หลัก ได้แก่ 1. มากุโระ (MAGURO) 19 สาขา 2. ซัมติงทูเก็ทเตอร์ (SSAMTHING TOGETHER) 6 สาขา 3. ฮิโตริชาบู & ฮิโตริสุกี้ยากี้ (HITORI SHABU & HITORI SUKIYAKI) 18 สาขา 4. TONKATSU AOKI 7 สาขา 5. COUCOU 1 สาขา 6. BINCHO 2 สาขา และ 7. KIWAMIYA 3 สาขา รวมถึงให้บริการจัดส่งอาหาร และรับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ สัดส่วนรายได้ในงวดไตรมาส 2/2569 มาจากแบรนด์มากุโระ 40% แบรนด์ฮิโตริ 28% แบรนด์ซัมติงทูเก็ทเตอร์ 7% และแบรนด์อื่นๆ
@ขยายสาขาใหม่
ปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่ 21 สาขาแบ่งเป็นแบรนด์มากุโระ 5 สาขา ฮิโตริ 5 สาขา และแบรนด์ใหม่ IPPE KOPPE 1 สาขา Sushi Ginza Onodera 1 สาขา งวดไตรมาส 2/2569 เปิด 4 สาขา และช่วงครึ่งปีหลัง 2569 เปิด 16 สาขา และตั้งเป้ารายได้เติบโต 30%
ช่วงครึ่งปีแรก 2569 บริษัทมีรายได้ 1,139 ล้านบาท +32% เติบโตจากการเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยช่วงครึ่งปีแรก เปิดสาขาใหม่จำนวน 5 สาขาส่งผลให้มีสาขารวม 58 สาขา (จาก 45 สาขา ณ สิ้นงวดไตรมาส 2/68) มี SSSG -3.1% เมื่อเทียบกับในช่วงเดียวกันของปีก่อน มี เปอร์เซ็นต์ GPM ระดับ 47.2% ลดลงจาก 48.4% ในช่วงครึ่งปีแรก 2568 จากต้นทุนวัตถุดิบบางรายการปรับตัวขึ้น รวมถึงการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อสนับสนุนยอดขาย มี เปอร์เซ็นต์ SG&A ระดับ 37.3% ใกล้เคียงระดับ 37.1% ในช่วงครึ่งปีแรก 2568 และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 74 ล้านบาท +14%
บริษัทไม่ใช่เป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารญี่ปุ่นอีกต่อไป หลังจากเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “หลาย (Laii)” เป็นอาหารไทย อีสาน เปิดบริการเมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา และแบรนด์ใหม่ล่าสุดที่ได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม คือแบรนด์ “Age.3 (อาเกะซัง)” แซนด์วิชทอดต้นตำรับจากกินซ่า ซึ่งถือเป็นการขยายพอร์ตโฟลิโอสู่ตลาดของว่างและขนม (Snack and Dessert)
เบื้องต้นคาดการณ์รายได้งวดไตรมาส 3/2569 ราว 662-672 ล้านบาท เติบโต 27-29% สาเหตุหลักจากการเปิดสาขาใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่คาด SSSG ลดลงราว 8-9% จากกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว ประกอบกับเหตุการณ์น้ำท่วมในช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ส่งผลให้บางสาขาของบริษัทต้องปิดชั่วคราวราว 6 สาขา รวมถึงประชาชนบางส่วนที่ไม่เดินทางออกจากบ้านในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วม โดยคาดอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัว QoQ อยู่ที่ระดับ 48% จากการลดการทำโปรโมชั่นเพื่อสนับสนุนการขาย
มีมุมมองเป็นกลาง-ลบในระยะสั้นเนื่องจาก SSSG ที่ติดลบระดับ 8-9% จากผลกระทบบางส่วนของเหตุการณ์น้ำท่วมซึ่งเป็นเหตุการณ์พิเศษ อย่างไรก็ตาม outlook ของรายได้ในงวดไตรมาส 4/2569 คาดเป็นระดับสูงสุดรายไตรมาสจากการเปิดสาขาใหม่ และการเติบโตของยอดขายรายสาขาที่เปิดในระหว่างปี
@ชูเป้า 24.70 บาท
โดยการเติบโตของรายได้ในปี 2569 ยังเป็นไปตามที่บริษัทตั้งเป้าไว้ที่ +30% โดยในช่วงครึ่งปีแรก 2569 รายได้เติบโต 32% แม้อุตสาหกรรมร้านอาหารมีการแข่งขันที่สูง แต่เนื่องจากบริษัทมีแผนกลยุทธ์ในการเติบโตอย่างชัดเจนทั้งในการขยายแบรนด์ใหม่ที่เป็นที่ต้องการของตลาด การขยายสาขาแบรนด์เดิมที่มีศักยภาพ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพในการรักษาให้มี %GPM อยู่ในระดับสูง ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อ-ขาย บน P/E ที่ระดับ 14x ต่ำกว่า Trailing P/E ของกลุ่ม AGRO(mai) ที่ระดับ 26x Consensus คาดกำไรปี 26-27 เฉลี่ย 161 ล้านบาท และ 190 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 8% และ 19% ตามลำดับ โดยมีราคาเหมาะสมเฉลี่ย 24.70 บาท upside 39% จึงแนะนำ “ซื้อ”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
