PCE ดีมานด์น้ำมันปาล์มแรง เร่งขยายจุดซื้อจัดการวัตถุดิบ

#PCE #ทันหุ้น - PCE ชี้สภาพอากาศแปรปรวนกระทบผลผลิตปาล์ม สวนความต้องการ B100 และน้ำมันเพื่อการบริโภคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เร่งขยายจุดรับซื้อสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบ เดินหน้าปรับปรุงโรงกลั่นรองรับตลาดน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์คุณภาพสูงต่อยอดสู่ไขมันชนิดพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมอาหารพรีเมี่ยม
นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE ประเมินแนวโน้มธุรกิจไตรมาส 4/2569 ราคาปาล์มน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงที่ 8-9 บาทต่อกิโลกรัม จากปริมาณปาล์มที่เริ่มลดลง ขณะที่ความต้องการใช้ทั้งกลุ่มพลังงาน (ไบโอดีเซล) และน้ำมันเพื่อการบริโภคยังมีต่อเนื่อง
“ความต้องการใช้ไบโอดีเซลในประเทศยังอยู่ในระดับสูง จากการใช้ B100 เป็นวัตถุดิบสำหรับผสมในน้ำมันดีเซล ทั้ง B7 และ B20 เพื่อรองรับความต้องการเชื้อเพลิง โดยในไตรมาส 4/2569 คาดว่าความต้องการ B100 จะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการเดินทางและการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดปลายน้ำของบริษัท”
ทั้งนี้ช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 ผลผลิตปาล์มน้ำมันสะสมอยู่ที่ประมาณ 13 ล้านตัน ลดลง 2 ล้านตันจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 15 ล้านตัน ผลผลิตที่ลดลงเป็นผลจากสภาพอากาศแห้งแล้งและปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลชัดเจนในช่วงปลายไตรมาส 4/2569 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1/2570 กดดันผลผลิตปาล์มสะสมทั้งปี 2570 ให้ปรับลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ความต้องการใช้ยังอยู่ในระดับสูง มีแนวโน้มทำให้ราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มดิบในประเทศทรงตัวระดับสูงต่อเนื่อง
“แม้ว่าพายุจะเข้าช่วงปลายฤดู แต่เนื่องจากปริมาณน้ำฝนไม่ต่อเนื่อง แม้ว่าปริมาณปาล์มในงวดไตรมาส 1/2570 จะสูงแต่คงไม่สูงมากเหมือนปีก่อนๆ จึงยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และวางแผนบริหารจัดการอย่างรัดกุม”
@ขยายจุดรับซื้อ
นายพรพิพัฒน์ กล่าวว่า บริษัทวางแผนบริหารความเสี่ยงด้านปริมาณผลผลิต บริษัทเดินหน้าขยายจุดรับซื้อผลปาล์มสดเพิ่มเติมจากจุดรับซื้อหลักบริเวณหน้าโรงงาน เพื่อเข้าถึงเกษตรกรในพื้นที่โดยตรงและรวบรวมวัตถุดิบป้อนโรงงานสกัดให้ได้มากที่สุด การเพิ่มปริมาณผลปาล์มเข้าสู่โรงงานจะช่วยให้เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) ลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วย และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
“บริษัทวางแนวทางสร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบผ่านหลายช่องทาง ทั้งการเสนอราคารับซื้อที่จูงใจเพื่อดึงดูดผลปาล์ม การใช้ระบบบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) และโครงการสร้างความภักดีของเกษตรกร ตลอดจนสร้างพันธมิตรกับลานเทและจุดรับซื้อในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมให้มีการนำผลปาล์มเข้าสู่โรงงานอย่างต่อเนื่อง”
ด้านการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ บริษัทปรับการจัดสรรวัตถุดิบให้ตลาดในประเทศเป็นหลัก พร้อมควบคุมและลดปริมาณส่งออกน้ำมันปาล์ม (CPO) ในช่วงที่ผลผลิตปาล์มสดมีจำกัด โดยเพิ่มการนำวัตถุดิบมาแปรรูปเป็น B100 เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และชดเชยรายได้จากการส่งออกที่ลดลง
ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าปรับปรุงโรงกลั่น เพื่อยกระดับคุณภาพน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์ด้วยเทคโนโลยี CPO Washing และ Double Refine ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตน้ำมันปาล์มกึ่งบริสุทธิ์คุณภาพสูง หรือ High-Quality RBDPO ให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหารระดับสากล โดยมีกำหนดเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 2/2570
“โครงการดังนี้ จะช่วยให้บริษัทขยับเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจาก RBDPO คุณภาพสูงสามารถนำไปต่อยอดเป็นไขมันชนิดพิเศษ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมอาหารระดับพรีเมียม ซึ่งมีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มและความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ปาล์มทั่วไป”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
