PTTEP กำไร Q3 แตะ 1.9 หมื่นล้าน โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 170 บาท ลุ้นยิลด์เกิน 6%

#PTTEP #ทันหุ้น - PTTEP โชว์ฟอร์มแกร่ง โบรกเกอร์ บล.หยวนต้า อัปเกรดคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” เคาะราคาเหมาะสม 170 บาท ชี้ราคาหุ้นยัง Laggard ราคาน้ำมันโลกและ Valuation ต่ำ พ่วงปันผลสูงเด่นเกิน 6% ส่องผลงาน Q3/2569 กำไรสุทธิแตะ 1.9 หมื่นล้านบาท โตกระฉูด 51% YoY รับอานิสงส์สัญญา PSC แปลงพื้นที่ร่วมไทย-มาเลเซียหนุนราคาขายก๊าซพุ่ง มองแนวโน้ม Q4 โตต่อเนื่อง ดันกำไรทั้งปีแตะ 7.7 หมื่นล้านบาท พร้อมจับตาราคาน้ำมันดีดตัวแรงหลังผ่านศึกเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP โดยคาดการณ์ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ราว 1.8–1.9 หมื่นล้านบาท (ประมาณการที่ 19,183 ล้านบาท) แม้จะชะลอตัวลง 29% QoQ จากฐานที่สูงในไตรมาส 2/2569 แต่ถือเป็นระดับกำไรที่เติบโตโดดเด่นถึง 51% YoY โดยมีกำหนดการประกาศงบการเงินอย่างเป็นทางการในวันที่ 30 ตุลาคม 2569 นี้
สำหรับปัจจัยกดดัน QoQ มาจากปริมาณขายที่คาดว่าจะลดลงเหลือ 525 kboed (-8% QoQ) ตามแผนหยุดซ่อมบำรุงแหล่งผลิตในอ่าวไทย, การซ่อมบำรุงเรือในมาเลเซีย, ปริมาณเรียกรับก๊าซจาก PTT ลดลงตามการหยุดซ่อมโรงแยกก๊าซ และรอบส่งมอบน้ำมันในแอลจีเรียลดลง ประกอบกับต้นทุนการผลิตขยับขึ้นเป็น 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (US$30/boe) จากค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง และการรับรู้ผลขาดทุนจากการประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Hedging) ราว 2,500 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม กำไรยังเติบโตได้สูง YoY จากการลงนามสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) แปลง A-18-01 (สัดส่วน 50%) บนพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ทำให้โครงสร้างราคาขายก๊าซปรับอิงน้ำมันดิบ Brent (จากเดิมอิงน้ำมันเตา HSFO) มีผลย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี 2569 ดันราคาขายก๊าซเพิ่มขึ้นเป็น 6.5 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านบีทียู (US$6.5/mmbtu) รวมถึงมีรอบปรับสัญญาขายก๊าซในเมียนมา และค่าตัดจำหน่ายลดลงจากปริมาณสำรองปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้น
@ ลุ้น Q4 โตต่อ-ทั้งปีแตะ 7.7 หมื่นล.
ฝ่ายวิจัยระบุว่า หากกำไรสุทธิช่วง 9 เดือนแรก (9M26) เป็นไปตามคาด จะคิดเป็น 76% ของประมาณการทั้งปี ขณะที่แนวโน้มไตรมาส 4/2569 คาดว่าจะยังอยู่ในระดับสูงและเติบโต YoY จากปริมาณขายที่ฟื้นตัวหลังกิจกรรมปิดซ่อมบำรุงลดลง รวมถึงรอบส่งมอบน้ำมันในแอลจีเรียที่เพิ่มขึ้น จึงคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 76,710 ล้านบาท (ราว 7.7 หมื่นล้านบาท) เติบโต 27.3% YoY บนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย US90/bbl และคาดกำไรสุทธิปี 2570 ที่ 71,620 ล้านบาทบนสมมติฐานราคาน้ำมันดิบเฉลี่ย US75/bbl
@ จับตาน้ำมันพุ่งหลังเลือกตั้งสหรัฐ
ในส่วนของทิศทางราคาน้ำมันโลก ประเมินว่าระยะสั้นอาจมี Upside จำกัดก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ (US Midterm Election) เนื่องจากการระบายสต็อกน้ำมันจากคลังฉุกเฉินของ G7 และสหรัฐฯ อาจระบายสต็อกน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (SPR) เพิ่มเติม แต่คาดว่าหลังผ่านการเลือกตั้ง แรงกดดันเชิงนโยบายเพื่อลดราคาพลังงานจะลดลง ปัจจัยความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) จะกลับมามีน้ำหนักมากขึ้น ประกอบกับสต็อก SPR สหรัฐฯ ปัจจุบันอยู่ที่ 283 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 40 ปี ทำให้มีข้อจำกัดในการระบายสต็อกออกมาเพิ่ม
ขณะที่ปี 2570 แม้สถานการณ์สงครามอาจคลี่คลายลง แต่อุปทานที่กลับมาจะไม่ทำให้ราคาน้ำมันดิ่งลงสู่ระดับต่ำในทันที เพราะปริมาณสต็อกน้ำมันทั่วโลกยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ต้องใช้เวลาในการเติมสินค้าคงคลัง (Restocking) อีกทั้งในระยะสั้นยังมีปัจจัยต้องติดตามจากพายุในอ่าวเม็กซิโก ซึ่งเป็นฐานผลิตน้ำมันและก๊าซสัดส่วน 15% และ 5% ของสหรัฐฯ
@ อัปเกรดเป็น “ซื้อ” เคาะเป้า 170 บาท
ฝ่ายวิจัยมองว่าระดับความเสี่ยงเทียบผลตอบแทน (Risk vs Reward) มีความน่าสนใจ โดยนับตั้งแต่ต้น 2H26 ราคาหุ้น PTTEP ปรับขึ้นเพียง 10% ถือว่ายัง Laggard ราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นถึง 29% ปัจจุบันซื้อขายบน PBV เพียง 1.0 เท่า (-0.4 SD จากค่าเฉลี่ยระยะยาว) ขณะที่สถานะทางการเงินแข็งแกร่งด้วย ROE สูงถึง 14.8% หนี้สินต่อทุนต่ำ และให้อัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) ปี 2569–2570 เฉลี่ยสูงกว่า 6% (คาดปันผลปี 2569 ที่ 9.66 บาท คิดเป็นยิลด์ 6.6%) จึงปรับเพิ่มคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” (Upgrade) ให้ราคาเหมาะสมที่ 170.00 บาท เพื่อลุ้นการฟื้นตัวตามราคาน้ำมันดิบโลก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
