ออสเตรเลียลุยเวที COP31 ล็อบบี้ประเทศน้ำมัน หนุนยุติเชื้อเพลิงฟอสซิล

“คริส โบเวน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและพลังงานของออสเตรเลีย ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาการประชุมสมัชชาภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 31 (Cop31) เปิดเผยแผนเดินหน้าล็อบบี้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ เช่น ซาอุดีอาระเบีย เพื่อผลักดันการยุติการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล หลังหลายประเทศถูกมองว่าเป็นอุปสรรคต่อความคืบหน้าในการเจรจาด้านสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ
“โบเวน” ซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “ประธานการเจรจา” ของ Cop31 ภายใต้ข้อตกลงที่ตุรกีได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพหลัก ระบุในการให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า ความสำคัญของการประชุมครั้งนี้คือการพูดคุยกับประเทศที่ออสเตรเลีย “ไม่ได้เห็นพ้องกันมาโดยตลอด” โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นรัฐผู้มั่งคั่งจากน้ำมันและถูกวิจารณ์ว่าขัดขวางความพยายามเร่งลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในเวที Cop หลายครั้งที่ผ่านมา
โบเวนกล่าวว่า การประชุม Cop จะไม่สามารถเดินหน้าได้ หากมีเพียงประเทศที่เห็นพ้องกันอยู่แล้วเข้าร่วม พร้อมย้ำว่าจำเป็นต้อง “เชื่อมสะพาน” กับประเทศที่มีจุดยืนแตกต่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากในช่วงหลายการประชุมที่ผ่านมา โดยหัวใจสำคัญคือ “การมีส่วนร่วม”
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นหลัง “จอห์น เคอร์รี” อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เรียกร้องให้ออสเตรเลียมีบทบาทเชิงรุกในการกดดันประเทศผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ของโลก เช่น จีน รัสเซีย สหรัฐฯ และอินเดีย ให้ร่วมกันจัดทำโรดแมปเพื่อยุติยุคเชื้อเพลิงฟอสซิล อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลสหรัฐฯ ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ถอนตัวจากข้อตกลงนานาชาติด้านสภาพภูมิอากาศและลดบทบาทในเวทีสหประชาชาติ ทำให้ออสเตรเลียมีอิทธิพลต่อสหรัฐฯ ผ่านการเจรจา Cop ค่อนข้างจำกัด
โบเวนระบุว่า การที่ออสเตรเลียเป็นประเทศผู้ส่งออกเชื้อเพลิงฟอสซิลรายใหญ่ของโลก ทำให้มี “ความน่าเชื่อถือ” ในการพูดคุยกับประเทศผู้ผลิตน้ำมันให้เร่งดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ การประชุม Cop30 ที่บราซิลสิ้นสุดลงโดยไม่มีการระบุถึงเชื้อเพลิงฟอสซิลโดยตรงในข้อตกลงสุดท้าย หลังถูกคัดค้านจากซาอุดีอาระเบียและประเทศพันธมิตร อย่างไรก็ตาม มากกว่า 80 ประเทศ รวมถึงออสเตรเลีย ได้ร่วมลงนามใน “ปฏิญญาเบเลง” ซึ่งให้คำมั่นทำงานร่วมกันเพื่อยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างเป็นธรรม เป็นระเบียบ และเท่าเทียม
โบเวนตั้งเป้าให้ Cop31 สร้างความคืบหน้าที่มีความหมายมากกว่าการประชุม Cop28 ที่ดูไบในปี พ.ศ. 2566 ซึ่งนานาชาติได้ตกลงร่วมกันเป็นครั้งแรกให้เริ่มกระบวนการยุติการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล
ภายใต้ข้อตกลงระหว่างออสเตรเลียกับตุรกี จะมีการจัดประชุมก่อนการประชุมใหญ่ในภูมิภาคแปซิฟิก เพื่อดึงความสนใจของโลกต่อสถานการณ์ของประเทศเกาะขนาดเล็กที่กำลังเผชิญภัยคุกคามจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ โดยโบเวนได้ขอให้เวทีหมู่เกาะแปซิฟิก (Pacific Islands Forum) เป็นผู้เลือกเจ้าภาพ และใช้เวทีดังกล่าวเพื่อรณรงค์ให้ประเทศต่าง ๆ สนับสนุนกองทุนเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านสภาพภูมิอากาศของภูมิภาค
นอกจากนี้ โบเวนยังกล่าวถึงภารกิจในประเทศว่า ออสเตรเลียมีความคืบหน้าในการลดมลพิษในระดับหนึ่ง และมีแนวโน้มบรรลุเป้าหมายปี พ.ศ. 2573 แต่ยังต้องเร่งมาตรการอย่างมากเพื่อให้บรรลุเป้าหมายใหม่ในปี พ.ศ. 2578 ซึ่งตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 62–70 เมื่อเทียบกับระดับปี พ.ศ. 2548
การทบทวนกลไก “Safeguard Mechanism” ที่ใช้ควบคุมการปล่อยมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และมาตรฐานประสิทธิภาพยานยนต์แห่งชาติ ซึ่งมุ่งส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ถูกมองว่าเป็นโอกาสสำคัญในการเร่งลดการปล่อยมลพิษในระยะต่อไป โดยปัจจุบัน กลไกดังกล่าวครอบคลุมสถานประกอบการ 219 แห่ง ที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 100,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
