THAIเร่งเครื่องฝูงบิน–ปั้นMRO ดันรายได้ปี69แตะ2แสนล้านบ.

#THAI #ทันหุ้น - THAI ตั้งเป้าปี 2569 รายได้ทะลุ 2 แสนล้านบาท โต 5% รับมอบ A321neo 14 ลำ และ B787-9 อีก 4 ลำ ดันฝูงบินแตะ 102 ลำ เพิ่ม Capacity 5.5% วางกลยุทธ์ Balance Network Sales รักษายิลด์–บริหารความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ แข่งขัน น้ำมัน และดีมานด์จีนฟื้น พร้อมทุ่มงบ 1 หมื่นล้านบาท ปั้น MRO อู่ตะเภา ขึ้นแท่นฮับซ่อมอากาศยานภูมิภาค
นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI คาดการณ์ว่า ในปี 2569 บริษัทจะมีรายได้รวมราว 2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 5% YoY โดยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ (2H/69) บริษัทจะรับมอบเครื่องบินเพิ่มทั้งแบบเครื่องบินลำตัวแคบ (Narrow Body) และเครื่องบินลำตัวกว้าง (Wide Body) โดยจะทยอยรับมอบ Airbus A321neo 14 ลำเสริมเส้นทางในตลาดเอเชีย และอาเซียน ได้แก่ สิงคโปร์, จีน, อินเดีย และญี่ปุ่นตอนใต้ โดยจีน ปีนี้จะเปิดจุดบินเพิ่ม 4 เมือง ได้แก่ ฉงชิ่ง ฉางซา เซี่ยเหมิ่น เซินเจิ้น และเพิ่มความถี่ในเมืองเดิม, อินเดีย เพิ่มทั้งจุดบินและความถี่, CLMV เพิ่มความถี่การบินเช่นกัน
รวมถึง Boeing 787-9 ทั้งสิ้น 4 ลำ เข้ามาเชื่อมโยงเส้นทางยุโรป ส่งผลให้ภายในสิ้นปี 2569 บริษัทจะมีเครื่องบินประจำฝูงทั้งหมด 102 ลำ (ทำการบินได้ 99 ลำ) ใกล้เคียงกับช่วงก่อนการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สามารถเพิ่มกำลังการผลิต (Capacity) ได้ประมาณ 5.5% และคาดว่าจำนวนผู้โดยสารจะเติบโตประมาณ 7% หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ล้านคน ขณะที่ผลประกอบการปีนี้ ทั้ง EBITDA และรายได้รวมดีกว่าปี 2568 แน่นอน
ในปีนี้ การบินไทยจะยังคงเน้นยุทธศาสตร์การรักษาสมดุลของโครงข่ายการบิน (Balance Network Sales) ทั้งการขายตั๋วแบบเที่ยวบินตรง (Point-to-Point) และเที่ยวบินต่อเครื่อง (Connecting Traffic) ซึ่งจะช่วยรักษาอัตราผลตอบแทนและจำนวนผู้โดยสาร ขณะเดียวกันยังคงติดตาม 4 ปัจจัยกดดัน 4 พร้อมปรับกลยุทธ์เชิงยืดหยุ่นให้สอดคล้องกับสถานการณ์แต่ละช่วงเวลา ประกอบด้วย 1. ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ที่ทำให้บริษัทต้องหาแหล่งรายได้อื่นๆ เพิ่มเติม ซึ่งยุทธศาสตร์การบริหารโครงข่ายของการบินไทยจะช่วยลดความเสี่ยงในประเด็นนี้ได้
2. การแข่งขันในตลาดที่การบินไทยยังมีอัตราการเติบโตและความสามารถในการรองรับผู้โดยสารน้อยกว่าคู่แข่ง, 3. ตลาดท่องเที่ยวไทย ที่ ณ ปัจจุบันแนวโน้มการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนเริ่มฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ถือเป็นโอกาสของการบินไทย 4.ราคาน้ำมัน โดยบริษัทได้เตรียมความพร้อมในการบริหารจัดการให้อยู่ในกรอบที่รับได้ รวมถึงดูความสามารถทางการแข่งขันด้านต้นทุนของการบินไทยและคู่แข่งในตลาด
*ทุ่ม 1 หมื่นล.ดัน MRO อู่ตะเภา
ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างเตรียมแผนการลงทุนในโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา หรือ (Maintenance, Repair, and Overhaul) หรือ MRO อู่ตะเภา ภายใต้สัญญาเช่าที่ดินระยะยาว 50 ปี และสามารถต่ออายุสัญญาได้อีก 49 ปี (50+49 ปี) โดยบริษัทได้จัดตั้งบริษัท Thai MRO Services Company จำกัด หรือ TMS ซึ่ง THAI ถือหุ้น 100% โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของบอร์ดการบินไทย ปัจจุบัน TMS มีทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท และมีแผนจะเพิ่มทุนตามความเหมาะสมในอนานคต โดยบริษัทมีแผนที่จะยกระดับขึ้นเป็น ศูนย์กลางซ่อมบำรุงอากาศยานระดับภูมิภาค (Regional MRO Hub) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดการบินของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
“เบื้องต้นการลงทุน MRO อู่ตะเภา คาดวว่าจะใช้งบลงทุนราว 1 หมื่นล้านบาท หากบอร์ดการบินไทยเห็นชอบ ก็คาดว่าจะมีการเซ็น MOU เช่าพื้นที่กับทางคณะกรรมการ EEC โดยคาดว่าจะเริ่มกระบวนการจัดหาผู้ควบคุมงานออกแบบและเริ่มการก่อสร้างได้ภายใน 4-5 เดือนข้างหน้า”
*เคาะปันผล 0.21 บาท
สำหรับผลการดำเนินธุรกิจในปี 2568 ของการบินไทย บริษัทมีรายได้ (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) อยู่ที่ 190,277 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% เมื่อเทียบกับปี 2567 ขณะที่ EBIT (กำไรก่อนหักต้นทุนทางการเงิน) อยู่ที่ 40,849 ล้านบาท และบริษัทมีกำไรสุทธิในปี 2568 พลิกกลับมาทำกำไรที่ 30,910 ล้านบาท จากที่ปีก่อนหน้าขาดทุน 26,933 ล้านบาท ถือว่ามีสัดส่วนเพิ่มขึ้น 215%
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569เพื่อขออนุมัติจ่ายเงินปันผล อัตรา 0.21 บาทต่อหุ้น ได้กำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันจันทร์ที่ 27 เมษายน 2569 (จะขึ้นเครื่องหมาย XD) หรือวันที่ไม่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันศุกร์ที่ 24 เม.ย. 2569) และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2569
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
