รีเซต

TFM ไตรมาส 3/2569 กำไร 104 ล้านบาท ลด 53.5% ต้นทุนวัตถุดิบกดดันมาร์จิ้น

TFM ไตรมาส 3/2569 กำไร 104 ล้านบาท ลด 53.5% ต้นทุนวัตถุดิบกดดันมาร์จิ้น
ทันหุ้น
30 ตุลาคม 2569 ( 13:02 )
2

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SET #TFM ไตรมาส 3/2569 กำไร 104 ล้านบาท ลด 53.5% ต้นทุนวัตถุดิบกดดันมาร์จิ้น

บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFM รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 จำนวน 104 ล้านบาท ลดลง 53.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 35.4% จากไตรมาสก่อน แม้ยอดขายฟื้นตัว 8.4% QoQ มาอยู่ที่ 1,577 ล้านบาท จากความต้องการตามฤดูกาล แต่ความสามารถในการทำกำไรยังถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะปลาป่นและกากถั่วเหลือง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 15.3% จาก 21.8% ในไตรมาส 3/2568

TFM เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 มีรายได้จากการขาย 1,577 ล้านบาท ลดลง 6.9% YoY แต่เพิ่มขึ้น 8.4% QoQ ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 241 ล้านบาท ลดลง 34.9% YoY และลดลง 6.4% QoQ ส่วนกำไรก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้อยู่ที่ 108 ล้านบาท ลดลง 54.9% YoY และ 34.5% QoQ

ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 135 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% YoY จากกิจกรรมทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งบริษัทย่อยในเอกวาดอร์ ซึ่งกระบวนการจัดตั้งใช้เวลานานกว่าที่วางแผนไว้และแล้วเสร็จในเดือนกันยายน ทำให้มีการรับรู้ค่าใช้จ่ายสะสมบางส่วนในไตรมาสนี้ โดยบริษัทคาดว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญในระยะถัดไป

นอกจากนี้ ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นเป็น 22 ล้านบาท จาก 8 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุจากการปรับใช้นโยบายสินเชื่อใหม่ที่จำแนกความเสี่ยงของลูกค้าละเอียดขึ้นและประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตอย่างระมัดระวังมากขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลงเหลือ 5 ล้านบาท จาก 23 ล้านบาท ตามสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมจาก BOI ส่งผลให้อัตราภาษีที่แท้จริงลดลงเหลือ 5.2% จาก 9.9%

แยกตามธุรกิจ อาหารกุ้งและอาหารปลายังเผชิญแรงกดดัน

ธุรกิจอาหารกุ้งมียอดขายไตรมาส 3/2569 จำนวน 1,042 ล้านบาท ลดลง 8.1% YoY แต่เพิ่มขึ้น 11.8% QoQ โดยปริมาณขายเพิ่มขึ้น 15.0% QoQ จากอุปสงค์ตามฤดูกาล ขณะที่ยอดขายอาหารกุ้งในประเทศไทยได้รับผลกระทบจากภาวะตลาดที่อ่อนตัวและลูกค้ารายสำคัญชะลอการลงกุ้ง ส่วนปริมาณขายในอินโดนีเซียฟื้นตัวเพิ่มขึ้น 3.1% YoY อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอาหารกุ้งลดลงเหลือ 18.1% จาก 22.6% ในปีก่อน จากต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะปลาป่นที่ยังอยู่ในระดับสูง

ส่วนธุรกิจอาหารปลามียอดขาย 422 ล้านบาท ลดลง 8.2% YoY และเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.6% QoQ โดยปริมาณขายลดลง 20.7% YoY จากการแข่งขันสูงในตลาดอาหารปลากะพง การชะลอตัวของตลาดและราคาปลาที่อยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะปลานิล รวมถึงการเลี้ยงปลาสลิดที่ชะลอตัวจากผลกระทบของโรคระบาด ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 11.2% จาก 22.1%

ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์บกมียอดขาย 85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.0% YoY และ 4.4% QoQ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น แม้ปริมาณขายลดลง 12.0% YoY จากผลของการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่ปากีสถานในปี 2568 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 12.8% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 12.4% ในปีก่อน

กำไร 9 เดือนลด 24.9% ปรับเป้ายอดขายปีนี้ใกล้เคียงปีก่อน

สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2569 TFM มียอดขาย 4,357 ล้านบาท ลดลง 1.0% YoY และมีกำไรขั้นต้น 763 ล้านบาท ลดลง 21.8% ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 412 ล้านบาท ลดลง 24.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.5% เทียบกับ 22.2% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

บริษัทระบุว่า ยอดขายอาหารปลาที่ลดลงจากการแข่งขันสูงเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันยอดขายรวม ขณะที่ธุรกิจอาหารกุ้งยังมีทิศทางที่ดี โดยยอดขาย 9 เดือนเพิ่มขึ้น 0.5% YoY ได้แรงหนุนจากความต้องการในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น แม้ยอดขายในอินโดนีเซียลดลง

จากภาวะต้นทุนวัตถุดิบที่อยู่ในระดับสูงและการแข่งขันในตลาด บริษัทจึงปรับเป้าหมายผลการดำเนินงานปี 2569 โดยคาดว่ายอดขายจะใกล้เคียงกับปีก่อน จากเดิมตั้งเป้าเติบโต 5–7% และปรับเป้าอัตรากำไรขั้นต้นลงมาอยู่ที่ 15–17% จากเดิม 17–19% ส่วนอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายยังคงเป้าหมาย 8–10% และงบลงทุน 680 ล้านบาท โดยยังคงนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

เดินหน้าขยายธุรกิจต่างประเทศและลงทุน R&D

ด้านการขยายธุรกิจ บริษัทจัดตั้งบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ เอกวาดอร์ S.A.S. หรือ TFME เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 เพื่อรองรับการเข้าสู่ตลาดอาหารสัตว์น้ำในเอกวาดอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดผู้ผลิตและส่งออกกุ้งชั้นนำของโลก โดยภายหลังการเพิ่มทุนตามแผนแล้วเสร็จ บริษัทจะถือหุ้นในสัดส่วน 76.67%

นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนวิจัยและพัฒนา (R&D) เพิ่มเติมจาก BOI สำหรับโครงการพัฒนาอาหารปลาและอาหารกุ้ง โดยยกเลิกวงเงินสูงสุดในการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับโครงการที่เข้าเกณฑ์ และขยายระยะเวลาการยกเว้นภาษีออกไปอีก 1 ปี ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนและสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในระยะยาว

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม บริษัทระบุว่าราคาวัตถุดิบหลัก โดยเฉพาะปลาป่น กากถั่วเหลือง และไก่ป่น ยังคงอยู่ในระดับสูง รวมถึงสภาพอากาศและภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำท่วม ซึ่งอาจกระทบกิจกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและความต้องการอาหารสัตว์น้ำในระยะต่อไป

สรุปตัวเลขผลประกอบการ TFM

รายการQ3/68Q2/69Q3/69YoYQoQ
ยอดขาย (ลบ.)1,6941,4551,577-6.9%+8.4%
กำไรขั้นต้น (ลบ.)370257241-34.9%-6.4%
กำไรสุทธิ (ลบ.)223161104-53.5%-35.4%
GPM21.8%17.7%15.3%-6.5 จุด-2.4 จุด

ประเด็นสำคัญ: ยอดขายฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แต่กำไรยังลดลง เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่สูงขึ้น ขณะที่บริษัทปรับลดเป้า GPM ทั้งปีเหลือ 15–17% และคาดยอดขายใกล้เคียงปีก่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง