รีเซต

ยางพาราพุ่งสูงสุดรอบ 10 ปี รัฐคุมเข้มยางนอกระบบ ดันราคา

ยางพาราพุ่งสูงสุดรอบ 10 ปี รัฐคุมเข้มยางนอกระบบ ดันราคา
ทันหุ้น
30 ตุลาคม 2569 ( 13:35 )

#ทันหุ้น รัฐบาลเผยราคายางพาราปี 2569 ทำสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี รับอานิสงส์ซัพพลายตลาดโลกตึงตัว หนุนไตรมาส 4 ยังทรงตัวระดับสูง มีโอกาสขยับขึ้นต่อ เดินหน้าคุมเข้มยางนอกระบบผ่าน Smart CESS ใช้ GPS ตรวจสอบเส้นทางขนส่ง หวังรักษาเสถียรภาพราคาและเพิ่มรายได้เกษตรกร

ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ประเมินทิศทางราคายางพาราในไตรมาส 4 ปีนี้ ยังมีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูง และมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นบางช่วง เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานด้านอุปทานยางในตลาดโลกยังอยู่ในภาวะตึงตัว ประกอบกับมาตรการบริหารจัดการเชิงรุกของรัฐบาล

ทั้งนี้ ข้อมูลจากฝ่ายเศรษฐกิจ กยท. ระบุว่า ราคายางพาราในปีนี้ปรับตัวสูงสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ปี2558 โดยข้อมูล ณ วันที่ 27 ตุลาคม 2569 พบว่า ยางแผ่นรมควันชั้น 3 มีราคาสูงสุดที่ 97.90 บาทต่อกิโลกรัม ยางแผ่นดิบ 93.50 บาทต่อกิโลกรัม น้ำยางสด 89.95 บาทต่อกิโลกรัม และยางก้อนถ้วย100% อยู่ที่ 82.17 บาทต่อกิโลกรัม

คุมเข้มยางนอกระบบ-ใช้ GPS สกัดลักลอบ

ด้านรัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบผ่าน กยท. ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการปริมาณผลผลิต การรักษาสมดุลตลาด การป้องกันยางนอกระบบ ไปจนถึงการยกระดับคุณภาพยางไทย เพื่อเพิ่มโอกาสให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสม และลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดโลก

ขณะเดียวกัน รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามยางนอกระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้ยางที่ลักลอบเข้ามาเพิ่มปริมาณอุปทานในประเทศและกดดันราคารับซื้อผลผลิตของเกษตรกรไทย โดยเตรียมนำระบบSmart CESS มาใช้ในปีงบประมาณ 2570 พร้อมประยุกต์ใช้เทคโนโลยี GPS ติดตามการเคลื่อนย้ายยางพารา และตรวจสอบข้อมูลการชำระค่าธรรมเนียมการส่งยางออกนอกราชอาณาจักร (CESS)

นอกจากนี้ ยังบูรณาการการทำงานร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการพระพิรุณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบเส้นทางขนส่ง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่ออุดช่องโหว่การลักลอบขนย้ายยางพาราและหลีกเลี่ยงการชำระค่าธรรมเนียมเข้ากองทุนพัฒนายางพารา

ยกระดับคุณภาพเพิ่มขีดแข่งขัน

อย่างไรก็ตาม แม้ราคายางพาราจะปรับตัวสูงขึ้น แต่รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการดูแลให้เกษตรกรได้รับราคาที่เป็นธรรมและมีรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินมาตรการควบคู่ทั้งการบริหารปริมาณผลผลิตการพัฒนาระบบตลาด และการรักษามาตรฐานคุณภาพยางไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรองรับความต้องการของตลาดโลกในระยะยาว

ขณะที่ กยท. ยังส่งเสริมให้เกษตรกรใช้สารจับตัวยางที่ได้มาตรฐาน หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีผิดประเภทและสิ่งปลอมปนที่อาจกระทบต่อคุณภาพผลผลิตและความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ พร้อมติดตามปริมาณผลผลิตที่เข้าสู่ตลาดและความต้องการใช้ยางอย่างใกล้ชิด รวมถึงประเมินสถานการณ์ตลาดโลกต่อเนื่อง

ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย “เกษตรนวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรไทย” มุ่งพัฒนาภาคยางพาราให้มีประสิทธิภาพทั้งด้านการผลิต คุณภาพ และกลไกตลาด เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถใช้ประโยชน์จากโอกาสทางการตลาด และมีรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง