PTTGC ผนึก SCGC ตั้งบริษัทร่วมทุน ดันปิโตรเคมี TOP 10 โลก

#ทันหุ้น – PTTGC จับมือ SCGC รวมธุรกิจโอเลฟินส์และโพลิโอเลฟินส์ในไทย ตั้งบริษัทร่วมทุนจะมีกำลังผลิตโอเลฟินส์ 7.1 ล้านตันต่อปี มุ่งขึ้นแท่นผู้ผลิตโพลิโอเลฟินส์ TOP 10 ของโลก คาดสร้าง Synergy 150-200 ล้านดอลลาร์ต่อปี รับรู้เต็มที่ภายใน 3 ปี โดย PTTGC ถือหุ้น 56% คาดจัดตั้งแล้วเสร็จครึ่งหลังปี 2570
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC และบริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCGC ประกาศแผนผนึกกำลังธุรกิจโอเลฟินส์และโพลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย พร้อมผลักดันฐานการผลิตมาบตาพุดสู่ศูนย์กลางปิโตรเคมีของภูมิภาคอาเซียน
การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนจะมีกำลังการผลิตโอเลฟินส์รวมประมาณ 7.1 ล้านตันต่อปี และมีศักยภาพก้าวขึ้นเป็นหนึ่งใน 10 ผู้ผลิตโพลิโอเลฟินส์รายใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อพิจารณาจากกำลังการผลิต โดยคาดว่าจะสร้างประโยชน์จากการดำเนินธุรกิจร่วมกัน (Synergy) ประมาณ 150-200 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และทยอยรับรู้ประโยชน์ได้เต็มที่ภายในประมาณ 3 ปี
นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PTTGC กล่าวว่า "การผนึกกำลังครั้งนี้มุ่งต่อ ยอดมาบตาพุด ซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีของประเทศไทย สู่ศูนย์กลางการผลิตปิโตรเคมีของอาเซียน โดยเชื่อมโยงฐานการผลิตเข้ากับความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนาของทั้ง PTTGC และ SCGC เพื่อพัฒนา ผลิตภัณฑ์และโซลูชันที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมปลายน้ำ สนับสนุนผู้ประกอบการไทย รวมถึงผู้ประกอบการ SME ให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าและเพิ่มโอกาสในการแข่งขันทั้งในประเทศและตลาดส่งออก"
ด้านนายศักดิ์ชัย ปฏิภาณปรีชาวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ SCGC กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรานำจุดแข็งที่แตกต่างและเกื้อหนุนกันของทั้งสององค์กรมาผสาน เพื่อสร้างธุรกิจที่แข่งขันได้และเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ความยืดหยุ่นด้านวัตถุดิบและฐานการผลิต ไปจนถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม รวมทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูงที่ตอบโจทย์ผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมปลายน้ำ ซึ่งหากพิจารณาจากกำลังการผลิต การผนึกกำลังครั้งนี้จะช่วยยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางปิโตรเคมีของภูมิภาค พร้อมก้าวขึ้นสู่อันดับ 10 ของโลก ทำให้มีศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น แม้จะเผชิญกับความท้าทายและความผันผวนในสภาวะตลาดโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง”
**ผสานจุดแข็งสร้างความได้เปรียบ
สำหรับจุดแข็งของ PTTGC อยู่ที่ความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบหลากหลาย ทั้งแนฟทา LPG โพรเพน และอีเทน รวมถึงมีธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันช่วยเสริมความมั่นคงในการจัดหาวัตถุดิบและรองรับความผันผวนของตลาดพลังงานและปิโตรเคมีโลก
ขณะที่ SCGC มีความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่มสูง (HVA) เทคโนโลยี นวัตกรรม และการวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับลูกค้า การผสานจุดแข็งจึงเปิดโอกาสให้ทั้งสองบริษัทพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ขยายฐานลูกค้า และต่อยอดตลาดที่มีศักยภาพ เช่น ยานยนต์ พลังงานแสงอาทิตย์ วัสดุก่อสร้าง และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเฉพาะทาง
นอกจากนี้ ฐานการผลิตของทั้งสองบริษัทตั้งอยู่ใกล้กันในพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ทำให้มีโอกาสเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารวัตถุดิบและกระบวนการผลิต ตลอดจนใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน ทั้งระบบท่อส่งวัตถุดิบ สาธารณูปโภค และระบบสนับสนุนการผลิต ช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ และเสริมความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ ท่ามกลางภาวะอุตสาหกรรมปิโตรเคมีโลกที่ยังเผชิญกำลังการผลิตส่วนเกินและความผันผวนของตลาด
ทั้งสองบริษัทประเมินว่า Synergy จะเกิดจาก 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารวัตถุดิบและห่วงโซ่อุปทาน การเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตผลิตภัณฑ์และความเป็นผู้นำตลาด รวมถึงการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและการผลิต โดยมุ่งเพิ่มศักยภาพการทำกำไรและสร้างกระแสเงินสดเพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต
**เปิดสัดส่วนถือหุ้น คาดตั้งบริษัทร่วมทุนเสร็จครึ่งหลังปี 70
ด้านโครงสร้างธุรกรรม ทั้งสองบริษัทมีแผนจัดตั้งบริษัทร่วมทุน โดย PTTGC ถือหุ้น 56% และ SCGC ถือหุ้น 44% ผ่านการแลกเปลี่ยนหุ้นโดยไม่มีการชำระค่าตอบแทนเป็นเงินสด ครอบคลุมสินทรัพย์และธุรกิจโอเลฟินส์และโพลิโอเลฟินส์ในประเทศไทย รวมถึงหุ้นในบริษัทร่วมทุนที่เกี่ยวข้อง
ทั้งสองบริษัทคาดว่าจะเสนอขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นในเดือนธันวาคม 2569 ก่อนดำเนินการตามเงื่อนไขบังคับก่อน ซึ่งรวมถึงการขออนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องในช่วงครึ่งแรกของปี 2570 หากได้รับอนุมัติและปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน คาดว่าจะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนแล้วเสร็จในช่วงครึ่งหลังของปี 2570
การผนึกกำลังครั้งนี้มีเป้าหมายไม่เพียงเพิ่มขนาดธุรกิจ แต่ยังมุ่งสร้างความแข็งแกร่งด้านต้นทุน ผลิตภัณฑ์ และการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทยในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
