รีเซต

KTB–RATCH หุ้นเด่น! LHSEC เจาะพื้นฐาน-เทคนิค ชี้จังหวะลงทุน

KTB–RATCH หุ้นเด่น! LHSEC เจาะพื้นฐาน-เทคนิค ชี้จังหวะลงทุน
ทันหุ้น
29 ตุลาคม 2569 ( 13:49 )
1

#ทันหุ้น - บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHSEC) เปิดกลยุทธ์ลงทุน แนะนำ “ซื้อ” 2 หุ้นเด่น ได้แก่ KTB และ RATCH โดยมอง KTB มีโอกาสฟื้นตัวในปี 2570 จากสินเชื่อภาครัฐและรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโต พร้อมอัตราผลตอบแทนเงินปันผลคาดการณ์ 5–6% ขณะที่ RATCH มีศักยภาพต่อยอดธุรกิจ Data Center และเดินหน้าขยายการลงทุนพลังงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ

**KTB ลุ้นกำไรฟื้นปี 2570 ปันผลเด่น 5–6%

บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้นธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ให้ราคาเป้าหมาย 48 บาท ประเมินแนวรับที่ 42.50 และ 43.50 บาท ส่วนแนวต้านที่ 45.50 และ 46.50 บาท

โดย KTB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 ที่ 12,582 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) แต่ลดลง 13.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยการฟื้นตัวรายไตรมาสได้รับแรงหนุนจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานและการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลง ช่วยชดเชยแรงกดดันจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่อ่อนตัว

ขณะเดียวกัน สินเชื่อยังเติบโตแข็งแกร่ง 5.1% นับจากต้นปี (YTD) โดยเฉพาะสินเชื่อภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิเพิ่มขึ้น 6.2% YoY จากธุรกิจ Wealth Management ส่วนคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ โดยมีอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ที่ 2.93% และอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage Ratio) ประมาณ 205%

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4/2569 คาดกำไรชะลอตัวจากไตรมาสก่อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายตามฤดูกาลที่เพิ่มขึ้น ก่อนมีโอกาสฟื้นตัวในปี 2570 จากการขยายตัวของสินเชื่อภาครัฐและธุรกิจขนาดใหญ่ รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตต่อเนื่อง และการตั้งสำรองที่มีแนวโน้มลดลง

นอกจากนี้ ฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่งยังสนับสนุนความสามารถในการจ่ายเงินปันผล โดยคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ที่ประมาณ 5–6%

**RATCH ชูศักยภาพ Data Center สูงสุด 1,400 MW

ด้านบริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 42 บาท ประเมินแนวรับที่ 36.50 และ 37.50 บาท ส่วนแนวต้านที่ 39.50 และ 40.50 บาท

ฝ่ายวิจัยมองว่า RATCH มีศักยภาพสูงในการพัฒนาธุรกิจ Data Center ด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้ารองรับตั้งแต่ 300 เมกะวัตต์ (MW) ไปจนถึงสูงสุด 1,400 MW ผ่านการใช้ประโยชน์จากพื้นที่โรงไฟฟ้า RG เดิม ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับ ทั้งโรงไฟฟ้า โครงข่ายไฟฟ้า สายส่ง ท่อก๊าซ และแหล่งน้ำ

ขณะเดียวกัน RATCH และพันธมิตรอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมเข้าร่วมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ในประเทศอินโดนีเซีย กำลังการผลิตประมาณ 1 กิกะวัตต์ (GW) ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนขยายเดิมของโรงไฟฟ้า Paiton ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาวของอินโดนีเซีย

นอกจากนี้ RATCH ยังวางงบลงทุนประมาณ 20,000 ล้านบาท ในช่วง 5 ปีข้างหน้า โดยเน้นธุรกิจพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมเตรียมเข้าร่วมการคัดเลือกโครงการภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่

สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ บริษัทมุ่งเน้นตลาดที่มีความเชี่ยวชาญ ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย และลาว เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว

กลยุทธ์ลงทุน: LHSEC ชู KTB เป็นหุ้นเด่นรับโอกาสกำไรฟื้นตัวและผลตอบแทนเงินปันผล ขณะที่ RATCH มีปัจจัยสนับสนุนจากการขยายธุรกิจ Data Center และการลงทุนพลังงานหมุนเวียน โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” ทั้ง 2 หลักทรัพย์

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง