ทรีนีตี้ชี้ SETตามเทคโลก จับจาเฟดปลายปี ชู CPN-TACC-TU

#SET #CPN #TACC #TU #ทรีนีตี้ #ทันหุ้น - บล.ทรีนีตี้ ส่องดัชนี SET เช้านี้เปิดทรงตัวถึงปรับตัวลง ให้แนวรับ 1,558 จุด แนวต้าน 1,580 จุด รับแรงกดดันหลักจากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีตาม Sentiment ตลาดโลก หลัง Alphabet ร่วงแรงกว่า 10% ช่วง After-hours และผลงาน Samsung ออกมาต่ำกว่าคาด ด้านมติสองธนาคารกลาง “FOMC-MPC” สั่งคงดอกเบี้ยตามนัด ทว่าเฟดยังส่งสัญญาณ Hawkish ลุ้นขึ้นดอกเบี้ยส่งท้ายปี ชูกลยุทธ์เน้นถือครองหุ้นเดิมเพื่อ “Wait & See” สถานการณ์ พร้อมเสิร์ฟ 3 หุ้นเด่นประจำวัน CPN, TACC และ TU ด้านกลุ่มปิโตรฯ ลุ้นดีล Strategic JV ระหว่าง SCC และ PTTGC ปลดล็อก Synergy มหาศาล 5.1–6.8 พันล้านบาทต่อปี
นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุว่า ภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแกว่งตัวในแดนลบระยะสั้น โดยมีแรงฉุดสำคัญจากบรรยากาศการลงทุนกลุ่มเทคโนโลยีในต่างประเทศ ทั้งตลาดหุ้นเกาหลีใต้ที่ปรับตัวลงแรงจากกำไรของ Samsung ที่ต่ำกว่าคาด และหุ้น Alphabet ที่ดิ่งลงกว่า 10% ในช่วงการซื้อขายนอกเวลาทำการ หลังยอดขายชะลอตัว กดดันดัชนี Nasdaq Futures เช้านี้ลดลงราว 1% ขณะที่แรงขายต่างชาติวานนี้พลิกกลับมาขายสุทธิ 2,223 ล้านบาท (ยอด MTD ขายสุทธิ 4,796 ล้านบาท) สวนทางสถาบันในประเทศที่ซื้อสุทธิ 1,378 ล้านบาท จึงแนะนำกลยุทธ์ถือหุ้นเดิมเพื่อรอดูความชัดเจนของสถานการณ์แวดล้อม
สำหรับประเด็นสองธนาคารกลาง (FOMC & MPC Recap):
- ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC): มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.75% – 4.00% ตามคาด ทว่ามีเสียงแตก 2 เสียง (Lisa Cook และ Beth Hammack) ที่เห็นควรให้ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ประเมินปฏิกิริยาตลาดค่อนข้างทรงตัวเพราะรับรู้ล่วงหน้าไปแล้ว โดยยังคงมุมมองว่า Fed มีโอกาสกลับมาปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมรอบสุดท้ายของปี (8–9 ธ.ค.) ซึ่งตลาด Price-in ไปแล้วราว 80%
- การประชุม กนง. (MPC): มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ตามคาด โดยประเมินเศรษฐกิจไทยยังได้รับอานิสงส์ต่อเนื่องจากวัฏจักร AI และเทคโนโลยี แต่การเติบโตยังต่ำกว่าศักยภาพและกระจุกตัว ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มเร่งขึ้นชั่วคราวจากฝั่งอุปทาน
หุ้นเด่นและประเด็นรายตัว (Today Selections & Highlights):
- CPN (แนวรับ 64.50 บ. / แนวต้าน 66.00 บ.): เตรียมรับรู้รายได้จากการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการคอนโดมิเนียมที่ภูเก็ตเข้ามาเต็มที่ในงวดไตรมาส 4/2569
- TACC (แนวรับ 6.30 บ. / แนวต้าน 6.80 บ.): ขยายการเติบโตของรายได้และยอดขายลื่นไหล สอดรับการเดินหน้าขยายสาขาเชิงรุกของ 7-Eleven
- TU (แนวรับ 12.60 บ. / แนวต้าน 13.20 บ.): ได้แรงหนุนต้นทุนวัตถุดิบทูน่าที่มีแนวโน้มปรับลดลงในไตรมาส 4/2569 ช่วยขยายความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น
- SCC (แนะนำ “ซื้อ” | เป้าหมาย 294.00 บ.): แม้ผลงาน 3Q26 ต่ำกว่าคาดและแนวโน้ม 4Q26 ยังทรงตัวต่ำ แต่การร่วมทุน Strategic JV กับ PTTGC จะเป็นปัจจัยหนุนเชิงโครงสร้างในระยะยาว โดยประเมิน Synergy ร่วมกันสูงถึง 5.1 – 6.8 พันล้านบาทต่อปี
ด้านธุรกรรมขายชอร์ต (Short Sales) วานนี้ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ DELTA (1,045.19 ลบ.), TOP (617.41 ลบ.), PTTGC (359.76 ลบ.), AOT (245.35 ลบ.) และ KBANK (182.50 ลบ.)
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
