หุ้นแบงก์กำไรแผ่ว แต่ปันผลยังปัง! CGSI ชูยีลด์ 5.5–5.8% เคาะ 2 หุ้นเด่น

#ทันหุ้น - CGSI เจาะหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ของไทย แม้กำไรสุทธิรวมไตรมาส 3/2569 ถูกกดดันจากรายได้ที่ลดลง แต่อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในปี 2569–2570 ที่ 5.5–5.8% ยังคงน่าสนใจ จึงคงน้ำหนักการลงทุน Neutral พร้อมเลือก KBANK และ SCB เป็นหุ้น Top Pick
8 แบงก์กำไร Q3 วูบ 10.8% แต่สินเชื่อยังโต
ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า ธนาคาร 8 แห่งที่ทำการศึกษามีกำไรสุทธิรวม 5.64 หมื่นล้านบาทในไตรมาส 3/2569 ลดลง 10.8% YoY แต่ทรงตัว QoQ ขณะที่กำไรก่อนตั้งสำรองรวม (PPOP) ลดลง 10.7% YoY และ 2.6% QoQ เนื่องจากกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ลดลง
อย่างไรก็ตาม สินเชื่อรวมยังเติบโตแข็งแกร่ง 4.9% YoY และ 0.7% QoQ รวมทั้งเพิ่มขึ้น 3.2% จากสิ้นปี 2568 นำโดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ ขณะที่สินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อ SME ลดลง
NPL ลด–NIM ฟื้น 6 จุดพื้นฐาน
กลุ่มธนาคารมีอัตราส่วน NPL ลดลงจาก 3.59% ในไตรมาส 2/2569 เป็น 3.55% ในไตรมาส 3/2569 ส่วนยอด NPL ลดลง 0.5% YoY และ 0.4% QoQ ส่งผลให้อัตราการตั้งสำรองหนี้สูญลดลงจาก 134 จุดพื้นฐาน เหลือ 126 จุดพื้นฐาน
ขณะที่ NIM โดยรวมเพิ่มขึ้น 6 จุดพื้นฐาน QoQ จาก 2.88% เป็น 2.94% เนื่องจากต้นทุนดอกเบี้ยของธนาคารขนาดเล็กลดลง และอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยรวมลดลง 13.9% YoY และ 10.2% QoQ จากรายได้เงินปันผลและกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่ลดลง ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 43.4% เป็น 43.7%
CREDIT–KKP กำไรดีกว่าคาด สวนทาง BBL
CREDIT เป็นธนาคารที่มีกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 สูงกว่าประมาณการมากที่สุดในกลุ่มถึง 22% จาก NIM ที่สูงกว่าคาด ตามด้วย KKP ซึ่งมีกำไรสูงกว่าประมาณการ 8.2% จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตแข็งแกร่ง
ส่วนธนาคารขนาดใหญ่แห่งอื่นมีกำไรสุทธิสอดคล้องกับประมาณการ ยกเว้น BBL ที่รายงานกำไรต่ำกว่าคาดประมาณ 8.8% เนื่องจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเติบโตชะลอตัว
ปันผล 5.5–5.8% ยังน่าสน ชู KBANK–SCB เด่น
CGSI มองว่าอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของกลุ่มธนาคารยังน่าสนใจที่ 5.5–5.8% ในปี 2569–2570 อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มธนาคารซื้อขายที่ P/BV 0.86 เท่าในปี 2570 ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประมาณการ ROE ที่ 8.7–8.9% ในปี 2569–2570 ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดในกลุ่มธนาคารอาเซียน
ฝ่ายวิจัยจึงคงน้ำหนักการลงทุน Neutral โดยเลือก KBANK และ SCB เป็นหุ้น Top Pick เนื่องจากทั้งสองธนาคารมีส่วนแบ่งตลาดนำหน้าคู่แข่งในธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth) ซึ่งคาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจดังกล่าวจะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS) ในช่วงปี 2570–2574
ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงขาลงของกลุ่มธนาคาร ได้แก่ NPL และราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ส่วนปัจจัยบวกมาจากการลดต้นทุนดำเนินงาน การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจ Wealth และการส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
