PTTEP ไตรมาส 3/2569 กำไรสุทธิ 14,709 ล้านบาท โต 15.9%

#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SET #PTTEP ไตรมาส 3/2569 กำไรสุทธิ 14,709 ล้านบาท โต 15.9%
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 จำนวน 443 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 14,709 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% และ 15.9% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 2,757 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 91,618 ล้านบาท เติบโต 23.4% ในรูปดอลลาร์สหรัฐ และ 26.9% ในรูปเงินบาท สะท้อนรายได้ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
เมื่อพิจารณาผลประกอบการในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ PTTEP มีกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 จำนวน 443 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 50 ล้านดอลลาร์ หรือ 12.7% จากไตรมาส 3/2568 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 393 ล้านดอลลาร์ ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 2,757 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 523 ล้านดอลลาร์ หรือ 23.4% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 2,234 ล้านดอลลาร์
สำหรับผลประกอบการในรูปเงินบาท บริษัทมีกำไรสุทธิ 14,709 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,014 ล้านบาท หรือ 15.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 12,695 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 91,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19,409 ล้านบาท หรือ 26.9% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 72,209 ล้านบาท
ด้านค่าใช้จ่ายรวมไม่รวมภาษีเงินได้ ในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1,773 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 260 ล้านดอลลาร์ หรือ 17.2% จากปีก่อนที่อยู่ที่ 1,513 ล้านดอลลาร์ เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีค่าใช้จ่ายรวม 58,958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10,090 ล้านบาท หรือ 20.7% จากปีก่อนที่อยู่ที่ 48,868 ล้านบาท
สำหรับกำไรสุทธิต่อหุ้นในไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 0.12 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3.71 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 0.09 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3.19 บาท
ความคืบหน้าการดำเนินงานรอบ 9 เดือน ปี 2569 เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ด้วยการเพิ่มการผลิตและการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติ โดยรอบ 9 เดือน บริษัทสามารถสร้างประโยชน์ด้านภาษีและรายได้กลับคืนสู่ประเทศกว่า 70,100 ล้านบาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศ
นางสาวคณิตา ศาศวัตายุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา บริษัทดำเนินธุรกิจตามแผนกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ ควบคู่กับการสร้างการเติบโตในต่างประเทศ โดย ปตท.สผ. และ PC JDA ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ PETRONAS Carigali Sdn Bhd. ได้รับสิทธิในสัญญาแบ่งปันผลผลิตในโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18-01 จากองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย เพื่อดำเนินการสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียมอย่างต่อเนื่องไปอีกเป็นระยะเวลา 35 ปี
ปัจจุบันโครงการมีกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติ ประมาณ 300-400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ส่งเข้าประเทศไทยและประเทศมาเลเซียในสัดส่วนที่เท่ากัน ซึ่งจะช่วยรักษาความต่อเนื่องในการผลิตและจัดหาก๊าซธรรมชาติให้กับทั้งสองประเทศในระยะยาว โดยก๊าซฯ ที่ส่งเข้าประเทศไทยใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้กับพื้นที่ภาคใต้ของไทย
ด้านการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติในประเทศ บริษัทได้ตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision หรือ FID) เพื่อเดินหน้าการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติบุษบงในโครงการจี 3/65 ในอ่าวไทย โดยจะใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ปีในการพัฒนาแหล่ง และคาดว่าจะเริ่มการผลิตก๊าซฯ ได้ในปี 2571 ด้วยอัตราการผลิตประมาณ 30 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และจะเพิ่มขึ้นเป็น 40 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ภายในปี 2573 เพื่อรองรับการใช้พลังงานของประเทศที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต
ในด้านการสำรวจ ปตท.สผ. ได้ชนะการประมูลสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 25 ในแปลงสำรวจบนบก L1/66 และ L3/66 ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่ใกล้กับแหล่งสินภูฮ่อม โดยครอบคลุมพื้นที่กว่า 7,000 ตารางกิโลเมตร การได้รับสัมปทานครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสำรวจและพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมใหม่ในประเทศ เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
สำหรับความคืบหน้าในการดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ บริษัท พีทีทีอีพี มีนา จำกัด (PTTEP MENA) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ได้ร่วมกับบริษัท Eni Abu Dhabi B.V. (Eni) จัดตั้งบริษัทร่วมทุน Seela Energies B.V. ด้วยสัดส่วนการถือหุ้นฝ่ายละร้อยละ 50 โดย ปตท.สผ. และ Eni ถือสัดส่วนการลงทุนทางอ้อมในโครงการสัมปทานกาชา ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในสัดส่วนเท่ากันที่ร้อยละ 10 ผ่านการถือหุ้นใน Seela Energies B.V. ซึ่งการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนนี้ จะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือในการพัฒนาโครงการ และยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การพัฒนาขีดความสามารถ การแลกเปลี่ยนความรู้ความเชี่ยวชาญ รวมทั้งโอกาสในการลงทุนร่วมกันในอนาคต
สำหรับผลประกอบการในรอบระยะเวลา 9 เดือนของปี 2569 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 268,375 ล้านบาท (เทียบเท่า 8,251 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยอยู่ที่ 549,020 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยหลักจากโครงการในอ่าวไทยที่ขายก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นและโครงการที่ ปตท.สผ. ได้เข้าร่วมลงทุนในปีที่ผ่านมา ได้แก่ โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18-01 โครงการแอลจีเรีย ทูอัท และโครงการมาเลเซีย เอสเค408 ในขณะที่ราคาขายผลิตภัณฑ์ในช่วง 9 เดือนแรกเฉลี่ยอยู่ที่ 50.17 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามทิศทางการปรับตัวของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 53,742 ล้านบาท (เทียบเท่า 1,653 ล้านดอลลาร์ สรอ.) ในรอบระยะเวลา 9 เดือน ปี 2569
สร้างประโยชน์ด้านภาษีและรายได้กลับคืนสู่ประเทศกว่า 70,100 ล้านบาท
ในรอบ 9 เดือนของปี 2569 ปตท.สผ. ได้นำส่งรายได้ให้กับรัฐในรูปของภาษีเงินได้ ค่าภาคหลวง และส่วนแบ่งผลประโยชน์อื่น ๆ รวมถึงรัฐยังได้รับส่วนแบ่งจากผลผลิตปิโตรเลียม รวมเป็นจำนวนกว่า 70,100 ล้านบาท เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาชุมชน การศึกษา และการวิจัยและพัฒนา เป็นต้น
ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 PTTEP มีสินทรัพย์รวม 30,743 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,031,538 ล้านบาท มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 2,291 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 76,879 ล้านบาท ขณะที่มีหนี้สินรวม 13,755 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 461,517 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 4,273 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 143,379 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 16,988 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 570,021 ล้านบาท
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
