เปิดท็อป 5 ยูนิคอร์น สตาร์ทอัพ ระดับโลก- 3 ยูนิคอร์น จากไทยทำธุรกิจอะไรบ้าง?

เปิดท็อป 5 ยูนิคอร์น สตาร์ทอัพ ระดับโลก- 3 ยูนิคอร์น จากไทยทำธุรกิจอะไรบ้าง?
TNN ช่อง16
9 พฤศจิกายน 2564 ( 16:24 )
117
เปิดท็อป 5 ยูนิคอร์น สตาร์ทอัพ ระดับโลก- 3 ยูนิคอร์น จากไทยทำธุรกิจอะไรบ้าง?

หลายคนที่เป็นคอซีรีส์เกาหลีน่าจะเคยได้ดูเรื่อง "Start-up" ที่โด่งดังและเป็นกระแสกันมาแล้วในช่วงปีที่ผ่านมา และน่าจะเคยได้ยินคำว่า  Unicorn (ยูนิคอร์น)  ซึ่งอาจจะสงสัยหรือแอบสังสัยกันบ้างล่ะว่า  "Unicorn” ที่ใช้กันในซีรีส์ หรือนักธุรกิจพูดกันนั้น มันคืออะไร  


Unicorn คืออะไร?

ในวงการธุรกิจสตาร์ทอัพ  Unicorn (ยูนิคอร์น) นั้นจะหมายถึง ธุรกิจ Startup (สตาร์ทอัพ)ที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 1 พันล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ หากในบ้านเราที่พอจะเคยได้ยินชื่อกันก็อย่างเช่น Uber  ธุรกิจแพลตฟอร์มเรียกรถ หรือ ByteDance เจ้าของแพลตฟอร์มที่เราน่าจะคุ้นเคยอย่าง TikTok  หรือ สตาร์ทอัพชื่อดังใน Sillicon Valley ประเทศสหรัฐอเมริกา  Uber เองก็เป็นหนึ่งในนั้น รวมถึง  Airbnb หรือ Snapchat เป็นต้น   

นอกจาก Unicorn ยังมีคำว่า ‘Centaur’ (เซนทอร์) ที่เป็นสัตว์ที่มีตัวเป็นคนพร้อมมีขาหลังเป็นม้า รวมเป็นมี 4 ขา ในวงการสตาร์ทอัพหมายถึงธุรกิจที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนอีกคำหนึ่งคือคำว่า ‘My Little Pony’ (มายลิตเติ้ลโพนี่) ในวงการสตาร์ทอัพหมายถึงธุรกิจมูลค่าบริษัทมากกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคำว่า Decacorn (เดเคคอร์น) มาจากคำว่า (Deca-) ที่แปลว่า 10 หมายถึง ธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าบริษัทมากกว่า 10 Billion USD หรือ 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐอีกด้วย 

โดยในภูมิภาคเอเชีย ก็มี สตาร์ทอัพ  ระดับ Unicorn ที่มีบทบาทในระดับทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นฝั่งจีนที่ได้ชื่อว่ามี Unicorn  เกิดใหม่ถึง 6 แห่งในปี 2020 ที่ผ่านมา แน่นอนว่ามี  ByteDance บริษัทแม่ของแอปยอดฮิตอย่าง TikTok ที่เราได้ยกตัวอย่างในข้างต้นแล้ว  โดยวันนี้ TNN Online จะพาไปอัปเดต ยูนิคอร์น สตาร์ทอัพ 5 อันดับที่ทรงอิทธิพลระดับโลก และ 3 ยูนิคอร์น สตาร์ทอัพของไทย ว่ามีบริษัทอะไรกันบ้าง และเขาทำธุรกิจอะไรกัน? 

ภาพโดย : กราฟิก TNN Online

 5 ยูนิคอร์น สตาร์ทอัพ ที่ทรงอิทธิพลระดับโลก 

1. ByteDance  บริษัทยูนิคอร์น สตาร์ทอัพสัญชาติจีน   มีมูลค่าการลงทุน 1.7 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ  โดยทำธุรกิจแพลตฟอร์มที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกอย่าง TikTok และ Douyin 

2.  Stripe  มูลค่าลงทุน   9.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ    เป็นผู้ให้บริการระบบจ่ายเงิน  สัญชาติไอร์แลนด์ 

3. SpaceX    มูลค่าลงทุน  7.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ  โดยทำธุรกิจขนส่งทางอากาศ สัญชาติสหรัฐอเมริกา  ซึ่งเชื่อว่าก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่เป็นที่รู้จักทั่วโลก เพราะผู้บริหารก็คือ อีลอน มัสก์ ที่นับว่าเป็นผู้ที่ทรงอิทธิพลในวงการธุรกิจ ไม่ว่าเขาจะขยับหรือทวิตข้อความใดๆลงบนโซเชียล ก็เป็นที่จับตาของบรรดานักลงทุน 

4. DiDi Chuxing  มูลค่าลงทุนอยู่ที่   6.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ  เจ้าของแพลตฟอร์ม แอปพลิเคชันเรียกแท็กซี่ สัญชาติจีน 

5. Instacart  บริษัยูนิคอร์น สตาร์ทอัพจากสหรัฐอเมริกา มีมูลค่าลงทุน   3.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ  ธุรกิจบริการช้อปปิ้งของชำออนไลน์ ที่เป็นที่นิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกา  


ส่วน 3 ยูนิคอร์น สตาร์ทอัพ จากไทยนั้น มีด้วยกัน 3 บริษัท  โดยล่าสุด สตาร์ทอัพที่เพิ่งก้าวขึ้นเป็นยูนิคอร์นตัวใหม่ของวงการก็คือ Bitkub  ที่นับเป็นยูนิคอร์นตัวที่ 3 ของวงการสตาร์ทอัพไทย ที่นำทัพโดย “จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา” ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบิทคับ  ล่าสุดได้ “กลุ่มเอสซีบี เอ็กซ์” (SCBX)  เข้ามาลงทุนใน “บิทคับ ออนไลน์” ด้วยการเข้าซื้อหุ้นสามัญในสัดส่วน 51% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 17,850 ล้านบาท ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด  (SCBS)  ซึ่งนับเป็นดีลที่ช่วยดันให้  Bitkub ก้าวขึ้นสู่สถานะ “ยูนิคอร์น” ของไทยอย่างเป็นทางการ


ถัดมาคือ Ascend Money ยูนิคอร์น สตาร์ทอัพ ตัวที่สองจากไทย เป็นผู้ให้บริการด้านการเงินดิจิทัลของ "เครือซีพี"  มีมูลค่าลงทุนอยู่ที่  1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ภายหลังระดมทุนรอบใหญ่กวาดเม็ดเงินไป 150 ล้านดอลลาร์ และก้าวสู่การเป็นบริษัทฟินเทคยูนิคอร์นของไทย แม้ว่าจะเป็นยูนิคอร์นตัวที่สองตามมาจาก  แฟลช เอ็กซ์เพรส   แต่มูลค่าลงทุนนั้นสูงแซงหน้ารุ่นพี่มาแล้ว 

ปัจจุบัน “ทรูมันนี่” ครองผู้นำในตลาดอีวอลเล็ต มียอดผูู้ใช้ในไทยมากกว่า 20 ล้านราย ขณะที่มียอดธุรกรรม (มูลค่า) รวม 6 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิ้นปี 2563 จำนวน 14,000 ล้านดอลลาร์ มียอดธุรกรรม รวม 6 ประเทศสิ้นปี 2563 มากกว่า 2,200 ล้านครั้ง ยอดผู้ใช้งานรวม 6 ประเทศ มากกว่า 50 ล้านราย มีจำนวนตัวแทนในทั้ง 6 ประเทศ รวมกว่า 88,000 รายเลยทีเดียว 


และ แฟลช เอ็กซ์เพรส  ยูนิคอร์น สตาร์ทอัพ ตัวแรกของไทย ถือเป็นรุ่นพี่ในวงการสตาร์ทอัพเลยก็ว่าได้  ที่นำโดย "คมสันต์ ลี"  สามารถระดมทุนรวมได้มากที่สุดในระยะเวลาเพียงแค่ 3 ปี ทำให้ธุรกิจมีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ และขึ้นเป็นขนส่งเอกชนอันดับ 1 ด้วยตัวเลขจัดส่งพัสดุต่อวันสูงสุดร่วม 2 ล้านชิ้น อีกด้วย


ในปีหน้า 2565 ก็เป็นอีกปีที่น่าจับตาว่า หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ผ่านพ้นไปจะมีธุรกิจสตาร์ทอัพหน้าใหม่ๆ หรืออาจจะเป็นที่รู้จักกันอยู่แล้ว เดินหน้าตามรอยรุ่นพี่ทั้งในระดับโลกและของไทยทั้ง 3 รายนี้  ขึ้นแท่นเป็น ยูนิคอร์น สตาร์ทอัพ รายต่อไปอีกบ้าง แต่ที่แน่ๆน่าจะจุดประกายในวงการสตาร์ทอัพไทย และปลุกสมรภูมิธุรกิจ สตาร์ทอัพ ให้มีความร้อนแรงได้มากขึ้นแน่นอน!!


ข้อมูล : scb.co.th ,cbinsights.com ,TNN Online รวบรวม

ภาพ : TNN Online ,flashexpress.co.th , ascendmoneygroup.com , bitkub.com ,afpforum.com,bytedance.com,stripe.com,didiglobal.com,instacart.com

ข่าวที่เกี่ยวข้อง