รีเซต

จากประเทศสุดยากจน สู่เศรษฐกิจชั้นนำของโลก เกาหลีใต้ทำได้อย่างไร?

จากประเทศสุดยากจน สู่เศรษฐกิจชั้นนำของโลก เกาหลีใต้ทำได้อย่างไร?
TNN ช่อง16
9 มิถุนายน 2569 ( 19:37 )
1

◾️◾️◾️

🔴 จากเอกราชหลังอาณานิคมญี่ปุ่น สู่สงครามเกาหลี

ในปี 1945 เกาหลีได้รับเอกราชหลังจากการอยู่ภายใต้การปกครองแบบอาณานิคมของญี่ปุ่นนานถึง 35 ปี แต่ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ทางการเมืองในช่วงสงครามเย็น โดยสหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกาได้แบ่งแยกคาบสมุทรเกาหลีออกเป็นสองฝั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นำไปสู่การแบ่งแยกเป็นเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ โดยเกาหลีเหนือภายใต้การปกครองแบบคอมมิวนิสต์เปิดฉากรุกรานเกาหลีใต้ในเดือนมิถุนายน 1950 เพื่อรวมประเทศภายใต้ระบอบเดียวกัน 

จากนั้นคณะมนตรีความมั่นคงแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNSC) ได้อนุญาตให้มีการจัดตั้งและส่งกองทัพไปยังเกาหลี เพื่อขับไล่การรุกรานของเกาหลีเหนือ

การสู้รบได้ยุติลง เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 1953 ความตกลงการสงบศึกเกาหลีได้ถูกลงนาม ข้อตกลงครั้งนี้ได้สร้างเขตปลอดทหารเกาหลี (DMZ) เพื่อเป็นการแบ่งแยกเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ และอนุญาตให้มีการส่งตัวเชลยศึกกลับคืน แต่สนธิสัญญาสันติภาพไม่มีการลงนาม และทั้งสองประเทศยังคงมีความขัดแย้งกันอยู่ เพียงแต่ถูกแช่แข็งเอาไว้ 

ผลจากสงครามเกาหลี ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3 ล้านคน บ้านเมืองของเกาหลีใต้พังทลายลงทั้งหมด ความอดอยากจึงเริ่มต้นขึ้น และสิ่งที่ยากที่สุดคือการสร้างเมืองและเศรษฐกิจกลับขึ้นมาใหม่อีกครั้ง 

◾️◾️◾️

🔴 จากความอดอยาก สู่ความสำเร็จของ “ข้าวทงอิล” 

หลังสงครามเกาหลีจบลง เกาหลีใต้ประสบปัญหาการขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรงและต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากสหรัฐอเมริกาและอาหารปันส่วนจากประเทศต่าง ๆ เช่น ไทยและฟิลิปปินส์อย่างมาก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพึ่งพาตนเองด้านอาหารในทศวรรษ  1970 โดยประเทศไทยเป็นชาติแรกในเอเชียที่ส่งข้าวจำนวน 40,000 ตันไปให้เกาหลีใต้ จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพระหว่างไทยและเกาหลีใต้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ริเริ่ม "การปฏิวัติเขียว" (Green Revolution) โดยส่งเสริมการปลูกข้าวลูกผสมพันธุ์ดีที่ให้ผลผลิตสูงและทนทานต่อโรคอย่างรวดเร็ว ซึ่งรู้จักกันในชื่อ “ข้าวทงอิล”

ความสำเร็จของข้าวทงอิลนำไปสู่ "การประกาศความสำเร็จในการพึ่งพาตนเองด้านข้าว" ในปี 1977 ซึ่งความมั่นคงทางอาหารเป็นกลยุทธ์สำคัญของประธานาธิบดีพัคจองฮี ในการแก้ไขปัญหาความอดอยากของประชาชน

เรื่องการสร้างหลักประกันด้านโอกาสที่เท่าเทียม ถือเป็นสิ่งกระตุ้นให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างกระตือรือร้น ดังนั้น รัฐธรรมนูญฉบับก่อตั้งประเทศจึงได้ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า "ที่ดินทำกินจะต้องถูกจัดสรรและกระจายให้แก่เกษตรกร" ซึ่งเป็นการยกเลิกระบบการทำนาเช่า และเป็นการสร้างสนามแข่งขันทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมสำหรับทุกคน ซึ่งในช่วงเวลานี้ ประชากรเกาหลีใต้มากกว่า 70% ประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรม

และยังมีเรื่องของการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินส่วนบุคคล ประชาชนจะเข้าร่วมกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างแข็งขัน ก็ต่อเมื่อพวกเขาสามารถอ้างสิทธิ์ในความเป็นเจ้าของต่อรายได้ที่เกิดจากหยาดเหงื่อแรงงานของตนเองได้ การคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับแรก จึงมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้น "ความมุ่งมั่นทางเศรษฐกิจ" ของประชาชน

◾️◾️◾️

🔴 การศึกษาสร้างทุกอย่าง

ตามมาตรา 16 ของรัฐธรรมนูญฉบับก่อตั้งประเทศ ระบุไว้ว่า ประชาชนทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมกัน การเปิดโอกาสให้แรงงานได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ จะช่วยสร้างวงจรที่เอื้อต่อกันระหว่าง การศึกษา ค่าจ้างที่สูงขึ้น และการสะสมความมั่งคั่ง ซึ่งจะนำไปสู่โครงสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน 

เกาหลีใต้เลือกลงทุนด้านการศึกษาเพื่อขจัดความไม่รู้หนังสือ การสร้างประชากรที่สามารถอ่านออกเขียนได้ ถือเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนในการวางรากฐานสำหรับระบอบประชาธิปไตยและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ผลจากการผลักดันการศึกษาภาคบังคับในระดับประถมศึกษา ควบคู่ไปกับ "แผนห้าปีเพื่อการรู้หนังสือถ้วนหน้า" (Five-Year Plan for Universal Literacy) และโครงการระดับชาติอื่น ๆ ส่งผลให้อัตราการไม่รู้หนังสือของประชากรลดลงอย่างก้าวกระโดดจาก 78% เหลือเพียง 4% ภายในเวลาเกือบหนึ่งทศวรรษ นอกจากนี้ คุณภาพของการศึกษาก็ได้พัฒนาสูงขึ้นจากการขยายโครงการฝึกอบรมเพื่อผลิตครูผู้สอนอีกด้วย 

ข้อมูลจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกแสดงให้เห็นว่า ค่า GDP ต่อหัว (GDP per capita) มีความสัมพันธ์ในเชิงบวกกับจำนวนปีเฉลี่ยที่ประชากรได้รับการศึกษา รัฐบาลเกาหลีใต้จึงได้ขยายการลงทุนในด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง แม้จะอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากจากสงครามและความยากจนก็ตาม เพื่อเป็นเครื่องมือในการบ่มเพาะกลุ่มบุคลากรที่มีทักษะและความสามารถ

เกาหลีใต้เลือกลงทุนในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา ควบคู่ไปกับลำดับขั้นของการพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ โดยเริ่มตั้งแต่อุตสาหกรรมเบา อุตสาหกรรมหนักและเคมีภัณฑ์ จนกระทั่งก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมไฮเทค (High-tech) ซึ่งจากการลงทุนที่คุ้มค่านี้ทำให้จำนวนปีที่ได้รับการศึกษาเฉลี่ยของประชากร และค่า GDP ต่อหัวของเกาหลีใต้จึงเติบโตและเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน ชาวเกาหลีใต้แทบไม่มีใครไม่รู้หนังสือแล้ว อัตราการรู้หนังสือสูงถึง 99% รัฐบาลให้เรียนฟรีจนจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเรียบร้อยแล้ว

  • ทศวรรษ 1950 (หลังสงครามเกาหลี): เริ่มต้นกำหนดให้ ระดับประถมศึกษา เป็นการศึกษาภาคบังคับและเรียนฟรีเป็นระดับแรก เพื่อเร่งแก้ปัญหาการไม่รู้หนังสือของประชากร
  • ปี 2004: ขยายการเรียนฟรีและศึกษาภาคบังคับครอบคลุมไปจนจบ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (Middle School) ทั่วประเทศ
  • ปี 2021 (จุดเปลี่ยนสำคัญ): รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ประกาศบังคับใช้กฎหมายให้ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเรียนฟรี 100% ครบทุกชั้นปี ทั้งโรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนเอกชนส่วนใหญ่

โดยรัฐบาลพร้อมสนับสนุนค่าเล่าเรียน ค่าเข้าศึกษาแรกเข้า ค่าหนังสือเรียน ค่าสนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียน มีเพียงแค่ค่าชุดนักเรียนและค่าโรงเรียนกวดวิชาที่ผู้ปกครองต้องจ่ายเองเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเรียนสามารถเลือกเองได้ว่าจะเรียนกวดวิชาหรือไม่

◾️◾️◾️

🔴 การส่งออกคือประตูสู่ความมั่งคั่ง

รัฐบาลเกาหลีใต้ได้จัดตั้ง “คณะกรรมการวางแผนเศรษฐกิจ”(Economic Planning Board - EPB) ขึ้นในปี 1961 เพื่อทำหน้าที่ดูแลและบริหารนโยบายเศรษฐกิจในภาพรวม และหลังจากนั้นเป็นต้นมาก็ได้เริ่มจัดทำและขับเคลื่อน "แผนพัฒนาเศรษฐกิจ 5 ปี" 

การเติบโตทางเศรษฐกิจเริ่มมีแรงส่งและรวดเร็วขึ้นอย่างจริงจัง ภายหลังการดำเนินปฏิรูปโครงสร้างขนานใหญ่และนโยบายส่งเสริมการส่งออกที่เริ่มขึ้นในปี 1964 การพัฒนาอุตสาหกรรมที่เน้นการส่งออก (Export-oriented industrial development) ได้ช่วยให้เกาหลีใต้หลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาที่ยาวนาน ซึ่งก่อนหน้านี้ดูเหมือนจะเป็นทางตันที่ไม่มีทางออก

  • แผนฉบับที่ 1 (1962-1966): มุ่งเน้นการสร้างรากฐานสำหรับเศรษฐกิจที่พึ่งพาตนเองได้ โดยเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงาน คมนาคม และอุตสาหกรรมเบาเพื่อทดแทนการนำเข้า
  • แผนฉบับที่ 2 (1967-1971): มุ่งเน้นการปรับปรุงโครงสร้างอุตสาหกรรมและเร่งรัดการส่งออก ตลอดจนการพัฒนาอุตสาหกรรมผลิตสินค้าทุนขั้นพื้นฐาน

◾️◾️◾️

🔴 เศรษฐกิจแบบเกาะกลุ่มนำไปสู่การขยายตัวของความเป็นเมือง 

รัฐบาลได้จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมและสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออำนวยความสะดวก ไม่ใช่เพียงแค่การขนส่งชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่ใช้ในการผลิตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการแลกเปลี่ยนไอเดียและการขยายการให้บริการของภาครัฐ โดยในระยะแรก รัฐบาลได้มุ่งเน้นการสร้างโครงสร้างพื้นฐานบริเวณแนวแกนโซล-ปูซาน (Seoul-Busan axis) ซึ่งเป็นศูนย์กลางหลัก ส่งผลให้เกิดการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว และดึงดูดแรงงานย้ายถิ่นฐานจากภาคชนบทเข้าสู่พื้นที่เมือง

โครงสร้างพื้นฐานหลัก ได้แก่ ทางด่วน ถนนมอเตอร์เวย์ ท่าเรือขนส่งสินค้า โรงไฟฟ้า และนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งเมื่อทุกอย่างพัฒนาจนเสร็จ ก็ทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนถูกขนานนามว่า "ปาฏิหาริย์แห่งลุ่มแม่น้ำฮัน" (Miracle on the Han River)

◾️◾️◾️

🔴 การก้าวสู่เวทีโลกและการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจ

เมื่อก้าวเข้าสู่ทศวรรษ 1980 และ 1990 เกาหลีใต้เริ่มเปลี่ยนผ่านนโยบายจากการควบคุมของภาครัฐไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาดและการเปิดเสรีทางการค้า มีการลดภาษีนำเข้าและผ่อนปรนกฎระเบียบเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ตลอดจนการสนับสนุนให้บริษัทเอกชนของเกาหลี (กลุ่มแชโบล) พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากลเพื่อก้าวสู่เวทีโลกอย่างเต็มตัว 

เกาหลีใต้ถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ว่าเป็นประเทศแรกและประเทศเดียวในโลก ที่สามารถเปลี่ยนสถานะตัวเองจาก "ประเทศที่ยากจนและต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากนานาชาติ" (Aid Recipient) มาเป็น "ประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการพัฒนาแก่ประเทศอื่น" (Donor Country) อย่างเป็นทางการ โดยเกาหลีใต้เข้าเป็นสมาชิก OECD ในปี 1996 ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นสมาชิกของคณะกรรมการช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา (DAC) ในปี 2010

◾️◾️◾️

🔴 การก้าวขึ้นเป็นผู้นำโลกในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

หลังจากผ่านพ้นความท้าทายและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมในยุคก่อนหน้า เกาหลีใต้ได้มุ่งยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในเวทีโลกอย่างเต็มตัว

การตัดสินใจลงทุนในอุตสาหกรรมไฮเทคถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ เกาหลีใต้เริ่มพัฒนาชิปความจำ (Memory Chips) อย่างจริงจังในทศวรรษ 1980 ท่ามกลางความกังขาของหลายฝ่าย

แต่ด้วยความมุ่งมั่นและการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างมหาศาลของภาคเอกชน ผนวกกับการสนับสนุนเชิงนโยบายจากภาครัฐ ทำให้เกาหลีใต้สามารถพัฒนาชิป 64K DRAM ได้สำเร็จ และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ผู้นำอันดับ 1 ของโลกในตลาดชิปความจำ (DRAM-Dynamic Random-Access Memory) ได้ในเวลาต่อมา ซึ่งหน่วยความจำหลักที่คอมพิวเตอร์ใช้ในการประมวลผลแบบเรียลไทม์นี้ก็กลายเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศจนถึงปัจจุบัน โดยผู้เล่นรายใหญ่มีเพียงแค่ 3 รายที่ครองตลาดโลกเกือบ 90% คือ Samsung, SK Hynix และ Micron

นอกจากเซมิคอนดักเตอร์แล้ว เกาหลีใต้ได้ทุ่มงบประมาณวางโครงสร้างพื้นฐานด้านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั่วประเทศในปลายทศวรรษ 1990 และต้นทศวรรษ 2000 ซึ่งการวางรากฐานที่รวดเร็วนี้ทำให้เกาหลีใต้กลายเป็น "ประเทศที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหนาแน่นและรวดเร็วที่สุดในโลก" และจุดประกายให้เกิดการเติบโตของอุตสาหกรรมไอที เกมออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ รวมถึงเป็นฐานรากสำคัญในการส่งออกคอนเทนต์วัฒนธรรมผ่านช่องทางดิจิทัลด้วย

◾️◾️◾️

🔴 รัฐบาลสนับสนุน Startup อย่างจริงจัง 

ปัจจุบันเกาหลีใต้จัดตั้งกระทรวงเอสเอ็มอีและสตาร์ตอัปขึ้นมาเมื่อปี 2017 (Ministry of SMEs and Startups) เพราะธุรกิจเกือบทั้งประเทศเกาหลีใต้คือ SMEs โดยข้อมูลจากทางกระทรวงเผยว่า ปี 2025 มีมากถึง 27 บริษัทสามารถเป็นยูนิคอร์นได้ (สตาร์ตอัปที่มีมูลค่าบริษัทเกินกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐขึ้นไป หรือมากกว่า 32,000 ล้านบาท) ซึ่งธุรกิจส่วนใหญ่อยู่ในด้านปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ สกินแคร์ และเครื่องสำอาง

ทางกระทรวงยังสนับสนุนให้จัดตั้งอาคาร Startup Venture Campus ที่ย่านฮงแด กรุงโซล เป็นศูนย์กลางช่วยเหลือและสนับสนุนบริษัทสตาร์ทอัป และบริษัทร่วมทุนของเกาหลีใต้ในการลงทุน สร้างเครือข่าย ให้บริการแบบครบวงจร เพื่อขยายธุรกิจสู่ระดับโลก 

ทางกระทรวงยังบอกด้วยว่า กลุ่มธุรกิจที่กระทรวงโฟกัสและสนใจเป็นพิเศษที่จะให้การสนับสนุน มี 12 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่

1.Robotics & Deep Tech ซึ่ง AI และเทคโนโลยีอวกาศก็ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้ 

2.FinTech

3.K-Beauty & Cosmetics

4.Biotechnology & Healthcare

5.E-commerce & Marketplace

6.Online Gaming

7.Mobile Business Platform

8.Food Delivery & Food Tech

9.Travel Tech & Tourism

10.Mobility & Sharing Economy

11.Fashion & Apparel

12.Entertainment & Content

เส้นทางประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของเกาหลีใต้จากประเทศที่บอบช้ำจากสงครามและติดหล่มความยากจน สู่การเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำด้านนวัตกรรมและวัฒนธรรมของโลกในปัจจุบัน เป็นข้อพิสูจน์ถึง "ความมุ่งมั่น ความสามารถในการปรับตัว และจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้" ของประชาชนชาวเกาหลีใต้ได้อย่างแท้จริง

มรดกแห่งการเรียนรู้และการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งนี้ จะยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้เกาหลีใต้พร้อมเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ ๆ ในอนาคต และร่วมแบ่งปันประสบการณ์การพัฒนาเพื่อเติบโตไปพร้อมกับประชาคมโลกอย่างยั่งยืน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง