รีเซต

"เอกนิติ" เตรียมลดเงินนำส่งธนาคารรัฐ เพิ่มสภาพคล่อง เร่งช่วย SME เหตุหนี้พุ่ง

"เอกนิติ" เตรียมลดเงินนำส่งธนาคารรัฐ เพิ่มสภาพคล่อง เร่งช่วย SME เหตุหนี้พุ่ง
TNN ช่อง16
10 สิงหาคม 2569 ( 13:22 )
5

"รัฐบาล" เร่งช่วยผู้ประกอบการ SME หลังภาระหนี้ยังน่ากังวล เตรียมลดเงินนำส่งของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เพื่อคืนสภาพคล่องให้แบงก์รัฐนำไปออกมาตรการช่วย SME โดยเฉพาะ


นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังติดตามสถานการณ์หนี้ของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME อย่างใกล้ชิด เนื่องจากภาระหนี้ของกลุ่มธุรกิจดังกล่าวยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และมอบหมายให้เข้ามาดูแลปัญหา SME เป็นกรณีพิเศษ


สำหรับมาตรการที่ดำเนินการร่วมกับธนาคารพาณิชย์ในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะโครงการ “SME Credit Boost”เริ่มเห็นเม็ดเงินสินเชื่อเข้าสู่ระบบมากขึ้น ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันยังเดินหน้าควบคู่กับโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” เพื่อช่วยลูกหนี้ที่มีปัญหาให้สามารถจัดการภาระหนี้และกลับมาดำเนินธุรกิจต่อได้


จ่อลดเงินนำส่งแบงก์รัฐ เติมสภาพคล่องช่วย SME


เพื่อขยายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมมากขึ้น กระทรวงการคลังเตรียมผลักดันให้ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ หรือแบงก์รัฐ เข้ามาช่วยเหลือ SME ควบคู่กับธนาคารพาณิชย์ โดยอยู่ระหว่างพิจารณาปรับลดเงินนำส่งเข้ากองทุนพัฒนาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ซึ่งเป็นกลไกที่มีลักษณะใกล้เคียงกับการลดเงินนำส่ง FIDF ของธนาคารพาณิชย์


นายเอกนิติระบุว่า หากสามารถลดเงินนำส่งได้ จะทำให้แบงก์รัฐมีสภาพคล่องกลับมาเพิ่มเติม และเงินส่วนนี้จะถูกนำไปออกแบบมาตรการช่วยเหลือ SME โดยเฉพาะ ทั้งการต่อยอดโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” และการจัดทำ “SME Credit Boost” ในเวอร์ชันของแบงก์รัฐ


ทั้งนี้ ยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวจะไม่กระทบต่อความมั่นคงของสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เนื่องจากเป็นการบริหารสภาพคล่องเพื่อนำกลับมาใช้สนับสนุนภาคธุรกิจที่ต้องการเงินทุน


ดึง บสย. ค้ำประกัน เพิ่มความมั่นใจปล่อยกู้


อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือการดึง บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้ามาสนับสนุนโครงการ SME Credit Boost เพื่อช่วยค้ำประกันสินเชื่อและเพิ่มความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินในการปล่อยกู้แก่ผู้ประกอบการ


นายเอกนิติกล่าวว่า ขณะนี้วงเงินสำหรับรองรับมาตรการช่วยเหลือ SME ยังมีเพียงพอ แต่จำเป็นต้องพิจารณาจังหวะเวลาที่เหมาะสมในการนำเม็ดเงินออกมาใช้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด


เบื้องต้นกระทรวงการคลังจะมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินว่า การลดเงินนำส่งของแบงก์รัฐจะทำให้มีสภาพคล่องกลับมาเป็นจำนวนเท่าใด ก่อนนำตัวเลขดังกล่าวมาออกแบบมาตรการช่วยเหลือ SME ให้ตรงกับปัญหาและสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกอบการ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง