แกะ 14 มุมมองเชิงธุรกิจ "ท๊อป Bitkub" จากงาน Bitkub Meetup "The GenZeries: การเงินดี ไม่มีZเรียส"

จบไปแล้วกับงาน Bitkub Meetup "The GenZeries: การเงินดี ไม่มีZเรียส" ที่จัดขึ้น ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย สยามพารากอน เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ภายในงานได้มีวิทยากรชื่อดังมากมาย ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการสะสางทุกปัญหาชีวิตตั้งแต่การเงิน การลงทุน และการเริ่มต้นธุรกิจที่ชาว Gen Z ทุกคนกำลังต้องเผชิญ
หนึ่งในวิทยากร รวมถึงยังเป็นผู้จัดงานในครั้งนี่ คุณท๊อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา CEO ของ Bitkub ก็ได้ออกมาแชร์มุมมองความรู้เชิงธุรกิจที่น่าสนใจเช่น
แกะ 14 มุมมองเชิงธุรกิจ "ท๊อป Bitkub" จากงาน Bitkub Meetup "The GenZeries: การเงินดี ไม่มีZเรียส"
1. มนุษย์เป็นสัตว์ที่เก่งในเรื่องการใช้เครื่องมือมาตั้งแต่ยุคดึกดําบรรพ์แล้ว การฝึกใช้เครื่องมือใหม่ ๆ ที่ออกมาในปัจจุบัน จะทำให้มนุษย์เหล่านั้นเอาชีวิตรอดได้ และพัฒนาตัวเองไปข้างหน้าไปมากกว่าใคร ซึ่งปัจจุบัน AI คือเครื่องมือใหม่ล่าสุด ที่มีพลังมากพอให้มนุษย์สามารถสร้างธุรกิจหรือบริษัทได้ด้วยตัวคนเดียว
2. เทรนด์ในอนาคตที่คนไทยควรศึกษาและฝึกฝน เพื่อที่จะประสบความสำเร็จได้ คือ ความรู้เรื่องการเงิน การใช้งาน AI และความรู้เรื่องสุขภาพ
3. AI คือ Platform Shift ตัวปัจจุบัน ที่จะทำให้โครงสร้างของทั้งอุตสาหกรรม หรือหลายอุตสาหกรรม เปลี่ยนไป ในอดีตคือ คอมพิวเตอร์ -> อินเตอร์เน็ต -> สมาร์ตโฟน -> โซเชียลมีเดีย -> AI
4. ปีหน้า (2027) Context หรือบริบทของข้อมูลที่ AI ใช้ในการเข้าใจสิ่งต่าง ๆ จะเทียบเท่ากับมนุษย์ โดยอ้างอิงจากการอ่านหนังสือทั้งชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง ซึ่งเมื่อสามารถรับข้อมูลได้เท่ากัน หมายความว่า AI จะฉลาดกว่ามนุษย์ เพราะ AI จะไม่ลืมข้อมูลเหล่านั้น และอีก 5 ปี ข้างหน้า AI จะยิ่งฉลาดกว่าเดิม
5. สกิลด้านการเงิน 3 อย่างที่ช่วยให้มีธุรกิจที่ดี และประสบความสำเร็จ คือ การสร้างเงิน, การจัดการเงิน, และการลงทุนที่ทำให้เงินงอกเงิย
6. คนในปัจจุบันส่วนใหญ่จะติดอยู่กับ "การสร้างเงิน" ถ้าอยากรวยจะต้องข้ามไปยังการจัดการด้านการเงิน และการลงทุนให้เงินงอกเงิยให้ได้
7. ถ้าถูกรางวัล 100 ล้านบาท คนจนจะเลือกซื้อสิ่งของที่ใช้จ่ายออกไป ในขณะที่ชนชั้นกลางส่วนใหญ่จะเอาไปซื้อ "หนี้สิน" ที่แฝงตัวว่าเป็นทรัพย์สิน เช่น บ้าน รถ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้มันกลายเป็นเจ้านายของคนซื้อ
8. การจัดการเงินและการลงทุนที่ดี คือการเลือกซื้อทรัพย์สิน ที่เป็นทรัพย์สินจริง ๆ ประกอบไปด้วย 7 ลำดับ
- ซื้อเวลา - ซื้อสิ่งที่จะมาช่วยให้เราสามารถทำอะไรได้มากขึ้น ในจำนวณเวลาเท่าเดิน เช่น คนทำความสะอาด คนขับรถ เครื่องซักผ้า
- ซื้อสุขภาพ - เพราะ เงิน อำนาจ ชื่อเสียง หายไปก็สามารถหาใหม่ได้ แต่สุขภาพ ถ้าหายไปจะเอากลับมาไม่ได้อีก
- ซื้อเน็ตเวิร์ค - การมีเน็ตเวิร์ค หรืออยู่ในวงสังคมที่ดี จะช่วยต่อยอดเรื่องเงิน และความรู้ในระยะยาวให้กับเรา
- ซื้อ Resilience (รีซิเลียนซ์) - หรือการกระจายความเสี่ยง แม้โลกจะเกิดวิกฤติอะไรก็ตาม เช่น สงคราม ก็จะไม่กระทบวิถีการใช้ชีวิตปัจจุบันของตัวเรา เช่น การมีสัญชาติหลายประเทศ การมีเงินเก็บไว้หลายแห่ง เป็นต้น ยิ่งคนรวยมากเท่าไร ก็จะยิ่งมีหลายตัวตนมากขึ้นเท่านั้น
- ลงทุนใน ROI หรือ Return on Investment - หรือลงทุนในสิ่งที่จะให้ผลตอบแทนกลับมา เช่น เงิน เวลา โอกาส หรือทักษะ
- ลงทุนใน Passive Income - หรือสิ่งที่จะให้มีรายได้ให้กับเราได้อย่างต่อเนื่อง
- ลงทุนในของ Luxury หรือ Exclusive - หรือการซื้อของหรู ๆ แพง ๆ
9. ถ้าต้นทุนเป็น 0 และอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง จำเป็นต้องมีสิ่งที่ตัวเองเก่งมาก ๆ และโดดเด่นในเรื่องนั้น ๆ จนสร้างเป็นไอเดียหรือสินค้าได้ แล้วนำมันไป "ระดมทุน" ซึ่งเป็นการใช้เงินของคนอื่น และมี ROI ที่ไร้ขีดจำกัด
10. ความผิดพลาดของคนที่อยากจะ "ระดมทุน" ให้สำเร็จ คือการนำสิ่งที่ตัวเองอยากทำอยากได้ไปเสนอ แต่ไม่ศึกษาว่า ผู้ลงทุนเขาอยากได้ยินอะไร หรืออยากเห็นอะไร และนำมันไปเสนอในกลุมคนผิดกลุ่ม
11. หากต้องการระดมทุนสำเร็จ และประสบความสำเร็จในธุรกิจ ต้องเข้าใจก่อนว่า "อุตสาหกรรม" นั้นสำคัญกว่า "สินค้า" ถ้าอยู่ในอุตสาหกรรมที่ดีและนานพอ เราจะสามารถหาสินค้าที่ดีและสร้างมันขึ้นมาได้อย่างแน่นอน
12. การเป็นสตาร์ทอัพ คือการลองผิดลองถูก หรือการก๊อปจนกว่าจะเจอสินค้าที่ใช่
13. การศึกษาในปัจจุบันไม่มีประสิทธิภาพ เพราะคนทุนคน มีพลังในการเรียนรู้ไม่เท่ากัน คนบางคนสามารถเรียนรู้เรื่องบางเรื่องได้เร็วกว่า หรือเข้าใจและไม่เข้าใจสิ่งบางสิ่งต่างกัน แต่การศึกษาให้เวลาและองค์ความรู้ที่เท่ากัน หมายความว่า ถ้าเรารู้เร็วกว่า เราก็จะต้องทนเรียนสิ่งที่รู้แล้วต่อ รู้ถ้ารู้ช้ากว่าเวลาที่กำหนด ก็จะไม่มีทางเข้าใจสิ่งนั้นได้อีก
14. การศึกษาปลูกฝังให้เป็น "พนักงาน" มากกว่า "ผู้ประกอบการ" สร้างคนเก่งขึ้นมา แต่ไม่มีความกล้าง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
