รีเซต

"MSCI" เป็นใคร มาจากไหน ? ทำไมถึงกลายเป็นผู้คัดเกรดตลาดทุนทั่วโลก

"MSCI" เป็นใคร มาจากไหน ? ทำไมถึงกลายเป็นผู้คัดเกรดตลาดทุนทั่วโลก
TNN ช่อง16
24 มิถุนายน 2569 ( 18:16 )
15

หากมองโลกตลาดทุนผ่านสายตาของนักลงทุนสถาบัน คำถามที่มีควาสำคัญที่สุดคำถามหนึ่งคือ “เศรษฐกิจประเทศไหนโตเร็วที่สุด” ซึ่งคำถามนี้จะนำมาซึ่งคำตอบว่าประเทศไหนสามารถ “ลงทุนได้จริง” หรือ Investable Market

ชื่อของ MSCI หรือ Morgan Stanley Capital International มักจะเป็นชื่อที่นักลงทุนทั่วโลกได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ซึ่ง MSCI คือผู้ที่จัต Category ของตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก เพื่อใช้เป็นฐานในการสร้างดัชนีอ้างอิงสำหรับกองทุน และนักลงทุนสถาบัน

และด้วยระบบ Market Classification ของ MSCI ทำให้กลไกนี้กลายเป็นหนึ่งในกลไกที่ทรงอิทธิพลที่สุดต่อการเคลื่อนย้ายเงินทุนมหาศาลทั่วโลก และถึงแม้ว่าหน้าที่หลักของ MSCI จะไม่ใช่การวัดว่าเศรษฐกิจประเทศใด “ดีที่สุด” แต่เป็นการประเมินว่า “ตลาดใดเข้าถึงและลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ” สำหรับนักลงทุนต่างชาติมากที่สุด

โดย MSCI ไม่ได้แบ่งตลาดหลักทรัพย์ทั้วโลกแค่พื้นฐานว่าเป็นตลาดที่มมีความมั่งคั่ง หรือแค่กำลังพัฒนา แต่ Market Classification จะวิเคราะห์ และประเมิน "สถานะของประเทศ” ที่สามารถกำหนดทิศทางเงินลงทุนของโลก

ทำให้ในทุกการเคลื่อไหวของ MSCI นักลงทุนทั่วโลกจะจับตาการประกาศของ MSCI ไม่ต่างจากการประกาศผลเศรษฐกิจรายประเทศ เพราะการเปลี่ยนสถานะของตลาดหุ้นประเทศหนึ่ง สามารถกระตุ้นให้เกิดเม็ดเงินไหลเข้า–ออกระดับหลายพัน หรือหลายหมื่นล้านดอลลาร์ได้ในทันที

อย่างไรก็ตาม MSCI ได้แบ่งประเภทของตลาดหลักทรัพย์ ออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่

Developed Markets หรือ DM คือตลาดพัฒนาแล้ว ซึ่งประเทศที่ตลาดเน้นความมั่นคงมากกว่าการเติบโตแบบก้าวกระโดด มีระบบเศรษฐกิจแข็งแกร่ง โครงสร้างพื้นฐานสมบูรณ์ และมีรายได้ประชากรในระดับสูง

โดยส่วนใหญ่เป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีเสถียรภาพทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และกฎระเบียบ ด้วยขนาดตลาดทุนที่ใหญ่ สภาพคล่องสูง และมาตรฐานด้านธรรมาภิบาลที่ชัดเจน ทำให้นักลงทุนทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้ง่ายและบริหารความเสี่ยงได้ดี เช่น สหรัฐอเมริกา, ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร เป็นต้น

Emerging Markets หรือ EM คือตลาดเกิดใหม่ เป็นตลาดของประเทศที่สมดุลระหว่างการเติบโต และความผันผวน ตลาดเกิดใหม่คือประเทศที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยมีการเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจฐานเกษตรไปสู่ภาคอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และบริการมากขึ้น

จุดเด่นของตลาดกลุ่มนี้คือ ศักยภาพการเติบโตสูง รายได้ประชากรเพิ่มขึ้น และตลาดทุนที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนจำนวนมากมองเป็นแหล่งสร้างผลตอบแทนระยะยาว อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่รวดเร็วมักมาพร้อมกับความเสี่ยงจากนโยบายภาครัฐ การเมือง ค่าเงิน และความโปร่งใสของระบบตลาดทุน ซึ่งอาจทำให้เกิดความผันผวนได้มากกว่าตลาดพัฒนาแล้ว เช่น จีน, อินเดีย, บราซิล และไทย

Frontier Markets หรือ FM คือตลาดชายขอบ ตลาดขนาดเล็ก แต่เปิดโอกาสการเติบโตระยะยาว ประเทศที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจและตลาดทุน โดยทั่วไปจะมีขนาดเศรษฐกิจเล็กกว่า และโครงสร้างพื้นฐานยังอยู่ระหว่างการพัฒนา

ตลาดกลุ่มนี้ถือเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสสร้างการเติบโตในระยะยาวสูง หากประเทศสามารถพัฒนาเศรษฐกิจ เปิดเสรีตลาด และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานได้สำเร็จ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดประเภทนี้ก็มาพร้อมความเสี่ยงมากที่สุด ทั้งจากสภาพคล่องต่ำ ความไม่แน่นอนทางการเมือง กฎเกณฑ์ที่ยังไม่เอื้อต่อนักลงทุน และความผันผวนของค่าเงิน เช่น เวียดนาม, บังกลาเทศ, เคนยา และศรีลังกา

Standalone Markets คือตลาดที่มีข้อจำกัดจนต้องแยกออกจากระบบปกติ เป็นตลาดที่มีขนาดเล็กเกินไป สภาพคล่องที่ต่ำมาก กฎเกณฑ์ที่ยังไม่เอื้อต่อนักลงทุน รวมถึงการมีข้อจำกัดของการเคลื่อนย้ายเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ เช่น อาเจนติน่า และยูเครน เป็นต้น

ซึ่งสถานะเหล่านี้มีความสำคัญโดยตรงต่อการอยู่ในการคำนวนดัชนีโลก เช่น ดัชนีตลาดพัฒนาแล้วหรือดัชนีตลาดเกิดใหม่ ซึ่งกองทุนจำนวนมากใช้เป็น Benchmark ในการลงทุน

ตัวอย่างล่าสุดในปี 2026 คือกรณีของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่ง MSCI ยังคงจัดให้อยู่ในกลุ่ม Emerging Market แม้จะเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจชั้นนำของโลก เหตุผลหลักไม่ได้อยู่ที่ขนาดเศรษฐกิจ แต่เกิดจากข้อจำกัดด้าน Market Accessibility โดยเฉพาะตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและความยืดหยุ่นในการทำธุรกรรมของนักลงทุนต่างชาติ

อีกกรณีคืออินโดนีเซีย ซึ่งถูกขยายระยะเวลาทบทวนสถานะ หลังนักลงทุนสถาบันกังวลเรื่องความโปร่งใสของโครงสร้างผู้ถือหุ้นและข้อมูลตลาด หากการปรับปรุงไม่เพียงพอ มีความเป็นไปได้ที่จะถูกพิจารณาปรับสถานะลงได้ในอนาคต แม้ว่าล่าสุดจะยังคงถูกจัดให้อยู่ใน Emerging Market

การลงทุนระดับโลกไม่ได้แข่งขันกันเพียงแค่ใครเติบโตเร็วกว่ากัน แต่แข่งขันว่าใครอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนเข้ามาได้ง่ายกว่า และในโลกของเงินทุนสมัยใหม่ บางครั้งสถานะบนกระดาษของ MSCI ก็สามารถเปลี่ยนทิศทางของเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ได้จริง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง