หุ้น "Apple" ร่วง 6% หลังขึ้นราคาสินค้า วิกฤตเมมโมรี่ ดันต้นทุนพุ่ง

วิกฤตราคาชิปหน่วยความจำ หรือ Memory ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อ Apple อย่างชัดเจน เมื่อบริษัทประกาศปรับขึ้นราคาสินค้าในกลุ่ม MacBook และ iPad เพื่อชดเชยต้นทุนหน่วยความจำและสตอเรจที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม Apple ยังไม่ได้ปรับขึ้นราคา iPhone ในรอบนี้
หลังประกาศดังกล่าว นักลงทุนตอบสนองเชิงลบ โดยราคาหุ้น Apple ปิดตลาดลดลงมากกว่า 6% เนื่องจากตลาดกังวลว่าราคาสินค้าที่สูงขึ้นอาจกระทบความต้องการซื้อของผู้บริโภค โดยรายการสินค้าที่ปรับราคา ประกอบไปด้วย
MacBook Neo รุ่นเริ่มต้น จาก 599 ดอลลาร์ → 699 ดอลลาร์
MacBook Air จาก 1,099 ดอลลาร์ → 1,299 ดอลลาร์
MacBook Pro 14 นิ้ว จาก 1,699 ดอลลาร์ → 1,999 ดอลลาร์
MacBook Pro 16 นิ้ว จาก 2,699 ดอลลาร์ → 2,999 ดอลลาร์
iPad Air 11 นิ้ว จาก 599 ดอลลาร์ → 749 ดอลลาร์
iPad Air 13 นิ้ว จาก 799 ดอลลาร์ → 949 ดอลลาร์
iPad Pro 11 นิ้ว จาก 999 ดอลลาร์ → 1,199 ดอลลาร์
iPad Pro 13 นิ้ว จาก 1,299 ดอลลาร์ → 1,499 ดอลลาร์
โดยระหว่างการประชุมผลประกอบการเดือนพฤษภาคม ทิม คุก ระบุว่าบริษัทกำลังเผชิญแรงกดดันด้านกำไรจากต้นทุนหน่วยความจำและสตอเรจที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และให้สัมภาษณ์ว่าเป็นการปรับราคาหลีกเลี่ยงไม่ได้
Apple ไม่ใช่บริษัทเดียวที่ได้รับผลกระทบ ผู้ผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีหลายราย รวมถึง Microsoft และผู้ผลิตพีซีรายอื่น ๆ ต่างทยอยปรับราคาสินค้าเช่นกัน เนื่องจากต้นทุนชิปพุ่งขึ้นจากความต้องการของอุตสาหกรรม AI และดาต้าเซ็นเตอร์
นักวิเคราะห์มองว่า หากต้นทุนยังสูงต่อเนื่อง อาจทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อสินค้าไอที และภาวะขาดแคลนเมมโมรีอาจยืดเยื้อไปอีกหลายปี
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
