วัดใจ "ราคาทอง" พักฐาน หรือจบรอบ วัดพลังแรงซื้อสถาบัน เก็งกำไรรายย่อย

ท่ามกลางความผันผวนของราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่ราคาทองคำเคยพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ 5,589 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา นับจากนั้น ราคาทองคำได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ คิดเป็นการปรับฐานราว 28% จากจุดสูงสุด
ส่งผลให้นักลงทุนรายย่อย หรือ Trader ทองคำจำนวนไม่น้อยเกิดความกังวล และเริ่มตั้งคำถามว่า ตลาดกระทิง หรือ Bull Market ของทองคำที่เริ่มต้นตั้งแต่เดือสิงหาคม 2567 กำลังจะสิ้นสุดลงหรือไม่ แต่ในมุมมองของนักลงทุนสถาบันอย่าง Deutsche Bank กลับมองต่างออกไป โดยมองว่าแนวโน้มขาขึ้นของทองคำยังไม่สิ้นสุด และเหตุผลที่ใช้สนับสนุนมุมมองนี้ไม่ได้อาศัยเพียงการคาดการณ์ราคา แต่เป็นการวิเคราะห์เชิงสถิติและปัจจัยพื้นฐานในระยะยาว
สิ่งที่กำลังจะบอกทิศทางราคาทองคำคือ "ประวิติศาสตร์" เพราะตั้งแต่ปี 1975 เป็นต้นมา ราคาทองคำเข้าสู่ช่วงเวลาของการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง หรือ Explosive Phase ตามนิยามของ Deutsche Bank เพียงแค่ 4 ครั้งเท่านั้น ก่อนที่จะถึงรอบปัจจุบัน คำถามหลังจากนี้ที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญ ไม่ใช่แค่ราคาทองจะ "ขึ้นหรือลง" แต่การปรับฐานครั้งนี้เป็นการสิ้นสุดของตลาดกระทิงเรียบร้อยแล้ว หรือเป็นเพียงการพักฐานเท่านั้น
ซึ่ง Deutsche Bank ได้วิเคราะห์ด้วยเครื่องมือ Backward Supremum Augmented Dickey-Fuller หรือ BSADF ซึ่งเป็นเครื่องมือทางสถิติ เพื่อตรวจจับภาวะฟองสบู่หรือช่วงที่ราคาปรับขึ้นอย่างรุนแรง โดยค่าดัชนี BSADF เคยขึ้นไปสูงสุดที่ 3.3 ในช่วงต้นปี ปัจจุบันลดลงเหลือ 1.3 แม้จะลดลง แต่ยังคง สูงกว่าค่าระดับวิกฤติที่ 95% Critical Value ตามโมเดลของ Deutsche Bank นั่นหมายความว่าช่วงการพุ่งขึ้นของราคาทองคำยังไม่สิ้นสุด แค่กำลังพักฐานเท่านั้น ไม่ได้เปลี่ยนเทรนด์เป็นขาลง
ขณะที่ Deutsche Bank ประเมินมูลค่ายุติธรรม หรือ Fair Value ของทองคำสิ้นปีไว้ที่ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งสูงกว่าราคาเป้าหมายอย่างเป็นทางการของไตรมาส 4 ปี 2569 ที่ 4,600 ดอลลาร์ต่ออนซ์ หมายความว่าโมเดลเศรษฐกิจมหภาคที่ถูกนำมาประเมินนั้นสะท้อนว่าราคาทองควรซื้อขายกันที่ 4,700 ดอลลาร์ต่ออนซ์ ส่วน 4,600 ดอลลาร์ คือประมาณการแบบ Base Case
เมื่อเทียบกับราคาปัจจุบันที่ประมาณ 4,031 ดอลลาร์ Fair Value 4,700 ดอลลาร์ หมายถึง Upside ประมาณ 17% และราคาเป้าหมาย 4,600 ดอลลาร์ หมายถึง Upside ราว 14% ถือเป็นผลตอบแทนที่น่าสนใจสำหรับสินทรัพย์ที่เพิ่งผ่านการปรับฐานแรง แล้วถ้าทุกอย่างผิดทาง ปัจจัยทุกอย่างพร้อมใจกันกดดันราคาทอง ตลาดหมีของทองคำจะลงไปลึกขนาดไหน Deutsche Bank ยอมรับว่ายังมีแบบจำลองบางเครื่องมืที่ประเมินว่า หากดอกเบี้ยที่แท้จริงสูงขึ้นมาก ดอลลาร์แข็งค่ามาก ราคาทองคำอาจลดลงเหลือเพียง 2,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แต่ Deutsche Bank ไม่คิดว่าสถานการณ์ดังกล่าวมีความเป็นไปได้ในเวลานี้ เนื่องจากการวิเคราะห์เพิ่มเติมด้วย BSADF พบว่าระดับต่ำสุดของการปรับฐานครั้งนี้น่าจะอยู่ใกล้ 3,700 ดอลลาร์ ซึ่งก็ยังต่ำกว่าการวิเคราะห์ของ Deutsche Bank ที่มองว่าจุดต่ำสุดจริงของราคาทองน่าจะอยู่แถว 3,900 ดอลลาร์ต่ออนซ์ เนื่องจากการเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะ จีน ประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่หลายแห่งที่ยังคงทยอยสะสมทองคำเพื่อลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐในฐานะสินทรัพย์สำรองระหว่างประเทศ แม้อัตราการซื้อจะลดลงจากจุดสูงสุด แต่ก็ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงก่อนปี 2565 อย่างมาก
มุมมองของสถาบัน ปฏิเสธอย่างชัดเจนว่าการย่อตัวลงของราคาองคำ ไม่ใช่การจบรอบตลาดกระทิง เป็นเพียงการปรับฐานในปัจจุบันเป็นเพียงช่วงพักตัวของแนวโน้มขาขึ้นระยะยาว และปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนราคาทองคำยังคงแข็งแกร่งอยู่ นับเป็นจุดที่วัดใจนักลงทุนรายย่อย ที่อาจจะเห็นมุมมองที่ต่างไปจากสถาบัน ว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับทองคำ "ไปต่อ" หรือ "พอแค่นี้"
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
