รีเซต

ทองคำถูกกดดัน จับตา Dot Plot เฟด แนวรับสำคัญ 4,200-4,075 ดอลลาร์

ทองคำถูกกดดัน จับตา Dot Plot เฟด แนวรับสำคัญ 4,200-4,075 ดอลลาร์
TNN ช่อง16
16 กันยายน 2569 ( 10:36 )
7

บล.ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส ประเมินราคาทองคำระยะสั้นยังมีโอกาสปรับตัวลงต่อ หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น และตลาดให้น้ำหนักถึง 80% ว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในรอบนี้ โดยแนะนำให้จับตา Dot Plot เป็นตัวชี้ทิศทางสำคัญ

นายธนะเกียรติ ปฐมะพงษ์ ผู้จัดการฝ่ายวิจัยและฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด ให้สัมภาษณ์ในรายการ WEALTH LIVE เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ถึงทิศทางราคาทองคำท่ามกลางแรงกดดันจากนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

เงินเฟ้อยังขาขึ้น ราคาน้ำมันเป็นแรงหนุนหลัก

นายธนะเกียรติ ระบุว่า ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่นำมาใช้ประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อ ทั้งข้อมูลเงินเฟ้อฝั่งครัวเรือน ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ส่วนใหญ่ยังชี้ไปในทิศทางขาขึ้น มีเพียงอัตราค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงเท่านั้นที่ปรับลดลง โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากราคาน้ำมันที่ยังยืนอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผ่านไปยังต้นทุนการผลิตและภาคบริการ ทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังไม่คลี่คลาย

ตลาดให้น้ำหนัก 80% เฟดขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้

สำหรับการประชุมเฟด ตลาดคาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงถึง 80% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในรอบนี้ ซึ่งราคาทองคำได้รับรู้ข่าวดังกล่าวไปแล้วบางส่วน ทำให้ประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจจริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ผลการประชุม แต่อยู่ที่มุมมองดอกเบี้ยในระยะถัดไปมากกว่า

Dot Plot คือตัวแปรชี้ขาด หากดอกเบี้ยแตะ 4.75%

ประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ Dot Plot ซึ่งเป็นรายงานแสดงมุมมองทิศทางดอกเบี้ยของคณะกรรมการเฟด โดยครอบคลุมการคาดการณ์ไปถึงปี 2028-2029 หาก Dot Plot สะท้อนว่าเฟดจะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องในปีหน้าตามที่ตลาดคาด คือปีนี้ 2 ครั้งและปีหน้าอีก 2 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยขึ้นไปแตะระดับ 4.75% ก็จะเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากอัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) จะปรับสูงขึ้น ส่งผลให้เม็ดเงินไหลออกจากทองคำเข้าสู่สินทรัพย์ฝั่งดอลลาร์สหรัฐแทน

แนวรับ-แนวต้านที่ต้องจับตา

ในเชิงกรอบราคา นายธนะเกียรติ ให้แนวต้านสำคัญของทองคำไว้ที่ 4,340 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่แนวรับระยะสั้นอยู่ที่ 4,200 ดอลลาร์ หากหลุดระดับดังกล่าวจะมีแนวรับถัดไปที่ 4,075 ดอลลาร์ ซึ่งเมื่ออ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนที่ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ จะเทียบเท่าราคาทองคำไทยประมาณ 64,000 บาท และในกรณีเลวร้ายที่สุด แนวรับสำคัญจะอยู่ที่ 3,800 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นราคาทองคำไทยประมาณ 59,000 บาท

ระยะสั้นยังลงต่อ ระยะยาวรอสัญญาณเฟดกลับลำ

ในระยะสั้น นายธนะเกียรติ ประเมินว่าราคาทองคำยังมีโอกาสปรับตัวลงต่อตามทิศทางดอกเบี้ยของเฟด ส่วนในระยะยาว ทองคำจะกลับมาเป็นขาขึ้นได้อีกครั้งเมื่อเฟดหยุดขึ้นดอกเบี้ยและเริ่มปรับลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้จะสิ้นสุดลงในช่วงกลางถึงปลายปีหน้า

ทั้งนี้ สัญญาณที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัวจนเฟดต้องกลับลำ ประกอบด้วยตัวเลข GDP ที่เริ่มปรับลดลง อัตราการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น และดัชนี ISM ทั้งภาคการผลิตและภาคบริการที่ปรับลงต่ำกว่าระดับ 50 โดยในอดีตที่ผ่านมา ช่วงที่เฟดเริ่มลดดอกเบี้ยหรือเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ ราคาทองคำเคยปรับขึ้นได้ถึง 42% 23% และ 120% ตามลำดับ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง