นาซาปิดฉากภารกิจกล้องอวกาศสวิฟต์ 20 ปี หลังยานเอกชนกู้ชีพพลาด

วันที่ 23 ตุลาคมที่ผ่านมา องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือ นาซา (NASA) ประกาศยุติภารกิจกล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ (Swift) หรือชื่อทางการคือ หอดูดาวนีล เกห์เรลส์ สวิฟต์ (Neil Gehrels Swift Observatory) อย่างเป็นทางการ หลังความพยายามในการปรับเพิ่มระดับวงโคจรเพื่อยืดอายุการทำงานประสบความล้มเหลว
โดยนาซาเปิดเผยว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศลำนี้ได้ยุติการเก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม และคาดว่าจะตกลงสู่ชั้นบรรยากาศโลกภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
ภารกิจกู้ชีพและความล้มเหลวของยานเอกชน
ภารกิจกู้ชีพกล้องสวิฟต์ได้รับการบริหารจัดการโดย บริษัท แคทาลิสต์ สเปซ เทคโนโลยีส์ (Katalyst Space Technologies) จากรัฐแอริโซนา (Arizona) ซึ่งได้รับสัญญาจ้างจากนาซาเมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 2025 มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,050 ล้านบาท
เป้าหมาย คือ การส่งยานอวกาศขนาดเท่าตู้เย็นชื่อ ยานลิงก์ (LINK) ขึ้นไปเชื่อมต่อด้วยแขนหุ่นยนต์ 3 แขนเพื่อผลักดันกล้องสวิฟต์ขึ้นสู่วงโคจรที่สูงขึ้น เนื่องจากกล้องสวิฟต์ไม่มีระบบขับดันในตัวเองสำหรับต่อสู้กับแรงฉุดของชั้นบรรยากาศโลก
ยานลิงก์ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 2026 แต่หลังจากปล่อยตัวได้ราว 3 สัปดาห์ ยานประสบปัญหาในระบบขับดันและระบบล้อปฏิกิริยาควบคุมทิศทาง จนทำให้ยานหมุนตัวด้วยความเร็วที่ไม่คาดคิด
แม้วิศวกรจะสามารถควบคุมยานให้เข้าใกล้กล้องสวิฟต์ได้ในระยะประมาณ 12 ถึง 15 กิโลเมตรเพื่อถ่ายภาพ แต่ก็ไม่สามารถเข้าจับหรือดันวงโคจรได้สำเร็จ ส่งผลให้ยานลิงก์ตกลงสู่ชั้นบรรยากาศโลกเมื่อวันที่ 25 กันยายน ค.ศ. 2026
ปิดฉาก 2 ทศวรรษแห่งการไขปริศนาจักรวาล
กล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ทะยานสู่วงโคจรตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2004 โดยมีภารกิจหลักคือการศึกษาการระเบิดรังสีแกมมา (Gamma-Ray Bursts: GRBs) ซึ่งเป็นการระเบิดที่รุนแรงที่สุดในจักรวาล เดิมทีนาซาออกแบบให้กล้องสวิฟต์ปฏิบัติภารกิจเพียง 2 ปี แต่หอดูดาวแห่งนี้กลับสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยาวนานกว่า 20 ปี
ตลอดอายุการทำงาน กล้องสวิฟต์ตรวจพบและสังเกตการณ์การระเบิดรังสีแกมมามากกว่า 2,000 ครั้ง สังเกตการณ์การระเบิดซูเปอร์โนวา (Supernova) กว่า 1,400 ครั้ง รวมถึงสำรวจดาวเคราะห์น้อย ดาวหาง หลุมดำ และจัดทำแผนที่สำรวจท้องฟ้าในย่านรังสีเอ็กซ์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปใช้อ้างอิงในผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ตีพิมพ์แล้วประมาณ 7,000 ฉบับ
มรดกทางวิทยาศาสตร์
ชอว์น ดอมากัล-โกลด์แมน (Shawn Domagal-Goldman) ผู้อำนวยการฝ่ายดาราศาสตร์กายภาพ ประจำสำนักงานใหญ่ความร่วมมือนาซา ณ กรุงวอชิงตัน ระบุว่า "แม้ภารกิจกู้ชีพสวิฟต์จะมีความเสี่ยงสูงตั้งแต่เริ่มต้น แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการทดสอบและพัฒนาเทคโนโลยีการบริการยานอวกาศในวงโคจรต่ำของโลก"
พร้อมเน้นย้ำว่าคลังข้อมูลการสังเกตการณ์หลายความยาวคลื่นอันทรงคุณค่าที่กล้องสวิฟต์รวบรวมไว้นั้น จะยังคงเป็นวัตถุดิบสำคัญให้นักวิทยาศาสตร์ใช้ต่อยอดการค้นพบใหม่ ๆ ต่อไปอีกหลายทศวรรษ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
