รีเซต

กล้องอวกาศ Swift ของ NASA ตกสู่โลกแล้ว ปิดฉากภารกิจยาวนาน 22 ปี

กล้องอวกาศ Swift ของ NASA ตกสู่โลกแล้ว ปิดฉากภารกิจยาวนาน 22 ปี
TNN ช่อง16
5 พฤศจิกายน 2569 ( 17:19 )
วันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ (Swift Space Telescope) ขององค์การนาซา (NASA) ตกกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกอย่างไม่สามารถควบคุมได้ เมื่อเวลา 19.39 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยเผาไหม้เหนือพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย หลังปฏิบัติภารกิจสำรวจอวกาศมายาวนานกว่า 22 ปี

ข้อมูลจากกองทัพอวกาศสหรัฐฯ (U.S. Space Force) ระบุว่า กล้องโทรทรรศน์น้ำหนักประมาณ 1,450 กิโลกรัม ส่วนใหญ่เผาไหม้ระหว่างเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ ขณะที่ NASA ประเมินโอกาสที่ชิ้นส่วนซึ่งอาจตกถึงพื้นโลกจะก่ออันตรายต่อประชาชนอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 2,100 

ภารกิจ 22 ปี สำรวจการระเบิดรุนแรงที่สุดในจักรวาล

กล้องโทรทรรศน์สวิฟต์ หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า หอดูดาวนีล เกห์เรลส์ สวิฟต์ (Neil Gehrels Swift Observatory) ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2004 เดิมออกแบบให้ทำงานเพียง 2 ปี แต่กลับปฏิบัติภารกิจได้ยาวนานถึง 22 ปี หรือมากกว่าแผนเดิมถึง 10 เท่า

ภารกิจหลัก คือการตรวจจับการระเบิดของรังสีแกมมา (Gamma-Ray Bursts) ซึ่งเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่ปลดปล่อยพลังงานรุนแรงที่สุดในจักรวาล โดยกล้องสามารถตรวจพบการระเบิดและปรับทิศทางไปยังเป้าหมายได้ภายในเวลาประมาณ 1 นาที เพื่อเก็บข้อมูลก่อนที่แสงจากการระเบิดจะจางหายไป

ตลอดภารกิจ กล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ ตรวจพบการระเบิดของรังสีแกมมากกว่า 2,000 ครั้ง และการระเบิดของดาวฤกษ์หรือซูเปอร์โนวา (Supernova) มากกว่า 1,400 ครั้ง รวมถึงศึกษาหลุมดำ ดาวเคราะห์น้อย และดาวหาง ถือเป็นหนึ่งในหอดูดาวที่มีบทบาทสำคัญต่อการศึกษาปรากฏการณ์อวกาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

NASA ส่งยานหุ่นยนต์ช่วยชีวิต แต่ภารกิจล้มเหลว

สาเหตุที่กล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ตกกลับสู่โลก เนื่องจากตัวยานไม่มีเครื่องยนต์สำหรับปรับระดับวงโคจร เมื่อเวลาผ่านไปแรงต้านจากชั้นบรรยากาศโลกจึงค่อย ๆ ทำให้วงโคจรลดต่ำลง จนเสี่ยงต่อการตกกลับเข้าสู่โลก

เดือนกันยายน 2025 NASA จึงมอบสัญญามูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,050 ล้านบาท ให้บริษัทแคทาลิสต์ สเปซ เทคโนโลยีส์ (Katalyst Space Technologies) พัฒนายานหุ่นยนต์ชื่อ ลิงก์ (LINK) ขนาดใกล้เคียงตู้เย็น ติดตั้งแขนกล 3 ข้าง เพื่อเข้าจับกล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์และดันขึ้นสู่วงโคจรที่สูงกว่าเดิม

หุ่นยนต์ LINK ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2026 แต่ประสบปัญหาระบบขับดันและอุปกรณ์ควบคุมการทรงตัว ทำให้ไม่สามารถเข้าเชื่อมต่อกับสวิฟต์ได้ ก่อนที่ยาน LINK จะตกกลับสู่โลกเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026

หลังภารกิจกู้ชีพล้มเหลว NASA ต้องยุติการเก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ของกล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2026 ก่อนที่กล้องโทรทรรศน์จะตกกลับสู่โลกในอีกประมาณสองสัปดาห์ต่อมา อย่างไรก็ตาม NASA มองว่าความพยายามครั้งนี้ยังมีคุณค่าต่อการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์สำหรับซ่อมบำรุงและยืดอายุการใช้งานดาวเทียมในอนาคต
ขยะอวกาศ ความท้าทายที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก

การตกกลับสู่โลกของกล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ ยังเกี่ยวข้องกับปัญหาขยะอวกาศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยงานวิจัยในปี 2025 ระบุว่า มีวัตถุอวกาศขนาดใหญ่ เช่น ดาวเทียมหมดอายุและชิ้นส่วนจรวด ตกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกเฉลี่ยอย่างน้อยวันละ 3 ชิ้น

จำนวนดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามการส่งดาวเทียมจำนวนมากขึ้นสู่วงโคจร ทำให้การควบคุมการตกกลับสู่โลก และการพัฒนาเทคโนโลยีซ่อมบำรุงดาวเทียม กลายเป็นความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมอวกาศ

แม้กล้องโทรทรรศน์อวกาศสวิฟต์ จะสิ้นสุดภารกิจลงแล้ว แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่รวบรวมตลอด 22 ปี ยังคงเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาการระเบิดของดาวฤกษ์ หลุมดำ และปรากฏการณ์พลังงานสูงในจักรวาลต่อไป
 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง