โลกร้อนเร่งวิกฤตพลาสติกโลก ไมโครพลาสติกแพร่ไปทั่ว คุกคามทุกชีวิต

บทวิเคราะห์จาก World Economic Forum ชี้ว่า “วิกฤตพลาสติก” ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาขยะอีกต่อไป แต่กำลังถูกทำให้รุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลให้พลาสติกแพร่กระจาย ย่อยสลาย และสร้างผลกระทบ
เดิมทีปัญหาพลาสติกมักถูกมองว่าเป็นเรื่องการจัดการขยะ แต่หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใหม่ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของพลาสติกในสิ่งแวดล้อม ทำให้มันเคลื่อนที่ได้ไกล คงอยู่ได้นาน และเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศมากขึ้น พลาสติกและโลกร้อนมีรากเหง้าร่วมกันจากระบบพลังงานฟอสซิล เพราะพลาสติกส่วนใหญ่ผลิตจากน้ำมันและก๊าซ และปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดวงจรชีวิต ตั้งแต่การผลิตจนถึงการกำจัด จึงเกิด “วงจรเสริมแรง” ที่พลาสติกทำให้โลกร้อน และโลกร้อนก็ทำให้พลาสติกกลายเป็นมลพิษที่ควบคุมยากยิ่งขึ้น
เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น แสงแดดแรงขึ้น และสภาพอากาศแปรปรวน พลาสติกจะแตกตัวเร็วขึ้นเป็นไมโครและนาโนพลาสติก ขณะเดียวกันเหตุการณ์สุดขั้ว เช่น น้ำท่วม พายุ ไฟป่า และระดับน้ำทะเลสูง สามารถพัดพาพลาสติกจากบกสู่แม่น้ำ มหาสมุทร และแม้แต่ชั้นบรรยากาศ ทำให้อนุภาคพลาสติกเดินทางข้ามทวีปได้
การละลายของน้ำแข็งทะเลยังอาจปลดปล่อยไมโครพลาสติกที่ถูกกักเก็บไว้ออกสู่มหาสมุทร ขณะที่อุณหภูมิสูงขึ้นทำให้สารเคมีจากพลาสติก เช่น พลาสติไซเซอร์และสารหน่วงไฟ ถูกปล่อยออกมาได้มากขึ้น และเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารง่ายขึ้น
ผลกระทบเริ่มพบในทุกระบบนิเวศ บนบก ไมโครพลาสติกในดินอาจลดผลผลิตทางการเกษตรและรบกวนจุลินทรีย์ในดิน ในน้ำจืด สิ่งมีชีวิตฐานห่วงโซ่อาหารอย่างแพลงก์ตอนมีอัตรารอดลดลง ส่วนในทะเล อุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้สัตว์น้ำกินพลาสติกมากขึ้นและได้รับพิษรุนแรงขึ้น
นักวิจัยจึงชี้ว่าการแก้ปัญหาพลาสติกและโลกร้อนไม่สามารถแยกจากกันได้ จำเป็นต้องลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ปรับการออกแบบสินค้าเพื่อใช้ซ้ำ และพัฒนาระบบรีไซเคิลให้มีประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนพลาสติกในระดับโลก
โลกร้อนกำลังทำให้พลาสติกกลายเป็นมลพิษที่แพร่กระจายได้ไกล ย่อยสลายเร็ว และเป็นพิษมากขึ้นทั่วโลก การแก้ปัญหาจึงต้องบูรณาการนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศและการจัดการพลาสติกควบคู่กัน เพื่อลดผลกระทบระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพมนุษย์