รีเซต

“ดร.เสรี” เตือนไทยรับมือ “เอลนีโญ”มายังเสี่ยงแล้ง-น้ำท่วมหนัก

“ดร.เสรี” เตือนไทยรับมือ  “เอลนีโญ”มายังเสี่ยงแล้ง-น้ำท่วมหนัก
TNN ช่อง16
7 มิถุนายน 2569 ( 14:05 )

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานฯ ที่มูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เผยการรับมือเอลนีโญ ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศ ทั้งภัยแล้งน้ำท่วมว่า คือเรามีข้อมูลวิทยาศาสตร์ในอดีตว่าเมื่อเราเข้าสู่ ปรากฏการณ์เอลนีโญ ไม่ได้หมายความว่าเราจะมีแต่ภัยแล้งอย่างเดียวมีโอกาสเกิดน้ำท่วม ตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 6-10 % เราจะไปเฝ้าระวังแต่ภัยแล้ง เดี๋ยวน้ำท่วมาเราก็จะมีปัญหา แต่ว่าส่วนใหญ่ในประวัติการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเอลนีโญ หรือซูเปอร์เอลนีโญ จะไม่ค่อยมีเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ๆ เช่นน้ำท่วมปี 2554 น้ำท่วมหาดใหญ่ แต่จะเป็นน้ำท่วมตกลงมา แบบ 3 วัน 5 วัน แล้วรอการระบาย เพราะฉะนั้นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นแน่นอน เราก็ต้องรับได้ทั้งน้ำท่วมและแล้ง

ในเรื่องของความแล้งที่มากับเอลนีโญ พื้นที่ไหนในประเทศไทยที่น่าเป็นห่วงและกลุ่มไหน เช่น เกษตรกรรม อุตสาหกรรม หรือน้ำอุปโภคบริโภค ที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด?

เมื่อซูเปอร์เอลนีโญมา ซึ่งตอนนี้มีหลักฐานยืนยันล่าสุดมีโอกาสเกิดขึ้นมากสุด 60%  เขาจะส่งผลกระทบกับเราในเรื่องภัยคุกคาม อากาศแปรปรวน ความร้อนจะสูงมาก วิถีชุมชนเมืองอุณหภูมิจะสูงมาก  เมืองที่มีลักษณะแบบนี้ทุกเมืองก็ต้องร้อนจัด อุณหภูมิก็อาจจะทำลายสถิติ 41 องศาเซลเซียส ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาแล้วเราจะทำยังไงถ้าร้อนแบบนี้   หลักการถ้าต้องการใช้ห้องแอร์ก็ต้องใช้พลังงานหมุนเวียน  ขณะที่ความเครียดททางด้านน้ำ เมื่อน้ำต้นทุนไม่มี โดยฉะเพราะลุ่มเจ้าพระยา เนื่องจากคนในลุ่มเจ้าพระยาต้องการบริโภคน้ำมากที่สุด ปัญหาด้านน้ำเค็มลุมล้ำก็จะตามมา ก็ต้องเตรียมรับสถานการณ์ ต้องติดตามระบบข่าวสาร เพราะประปาเราขจัดความเค็มไม่ได้ ส่วนสุดท้ายคือเรื่องเกษรตกรรม  เราไม่สามารถบอกได้เลยว่าตรงไหนคือจุดเสี่ยง แต่บอกได้เลยว่าทั่วประเทศ เพราะน้ำต้นทุนทั่วประเทศเรามีเพียง 30 % ก็ต้องกลับไปดูว่าต้นทุนน้ำที่มาน้อยกว่า 30 % มีตรงไหนบ้างตรงนั้นก็จะเสี่ยงสูงสุด  เช่น ปรานบุรี ตอนนี้น้ำไม่ค่อยมี เกษตรกรก็ต้องระมัดระวังในการใช้พื้นที่เกษตรทั้งหมด เพราะช่วงฝนปลายปีนี้มีแนวโน้มไม่ค่อยดี


ในอดีตเราเคยเจอปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญนีไหม รุนแรงไหม?

เราเคยเจอเหจุการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ 3 ครั้ง  ในอดีตที่ผ่านมา ครั้งแรกปี 1982 และ 1983 ช่วงที่ 2คือ 1997-1998  แต่ที่จำได้ล่าสุดคือในปี 2015-2016  เพราะว่าปีนั้นเขาทำสถิติร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ แน่นอนว่าทั้ง 3 ช่วงนี้ เป็นซูเปอร์เอลนีโญ แต่เรามาเจอล่าสุดปี 2566-2567 ที่เป็นเอลนีโญรุนแรง  แต่ความเสียหายมากกว่าซูเปอร์เอลนีโญ 2568-2569 เพราะว่ายิ่งเวลาผ่านไปโลกร้อนขึ้น ปัจจุบันแม้จะเกิดเอลนีโญ หรือ เอลนีโญรุนแรง แต่ความเสียหายจะมากกว่าในอดีตเพราะว่า โลกที่ร้อนขึ้นทุกวันทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นกว่าปกติ เราต้องติดตามสถานการณ์ความเสียหายมาแน่น กรมอุตุนิยมวิทยา หรือแม่อุตุฯโลกก็มาเตือนบ่อยครั้งมาก  โลกทั้งใบจะใช้เดือนกรกฏาคมเป็นตัวชี้วัด อุณหภูมิจะสูงสุดในเดือนกรฏาคม   แต่ของเราจะเป็นเดือนเมษายนเลยเตือนประเทศทั่วโลกให้เตรียมรับมือ

อย่างแบบจำลองสภาพอากาศบางพื้นที่มีความเสี่ยงว่าฝนอาจจะตกหนักถึง 250 มิลลิเมตรต่อวัน ?

เราเห็นจากที่เราเปลี่ยนจากร้อนแล้งไปต้นฝน จะเห็นชัดเลยว่าระบบระบายน้ำรับไม่ได้เลย เราจะรู้เมื่อตอนฝนตก หลักการคือตอนแล้ง เราควรจะลอกท่อ  ทำระบบรางให้ดี  ที่นี่ 60 หรือ 90 มิลลิเมตร ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นว่าทั่วทุกพื้นที่เลย แต่ถ้า 250 มิลลิเมตร เราต้องจินตนาการว่าจะเป็น 3 เท่าตัว จะทำให้หลายพื้นที่เป็นอำมพาตแน่นอนต้องเตรียมแผนรับมือ

ณ ตอนนี้เรามีแผนรับมือร้อน แล้ง และท่วม หรือยัง?

ตอนนี้รัฐบาลได้ออก 9 มาตการออกมาในเชิงภาพรวม แต่ละแห่งต้องบริหารจัดการอย่างไร ในรายละเอียดต้องลึกไปกว่านั้น ยกตัวอย่างในพื้นที่ชุมชนในเมืองต้องระวังเรื่อง ฮีทสโตรก จะต้องระวังอย่างไร ในเรื่องน้ำประปาเค็มต่อนเนื่อง 2 สัปดาห์จะทำอย่างไร ได้เตรียมไว้ไหม ต้องมาว่าแผนกัน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง