รีเซต

คลังยัน! นำชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษี ตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่เช็กภาษีย้อนหลัง

คลังยัน! นำชื่อพ่อแม่ลดหย่อนภาษี ตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่เช็กภาษีย้อนหลัง
TNN ช่อง16
9 มิถุนายน 2569 ( 14:47 )

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยกรณี การนำข้อมูลลดหย่อนของผู้เสียภาษีมาเป็นเกณฑ์คัดกรองนั้น ว่า จะไม่มีนโยบายในการตรวจสอบภาษีย้อนหลังแต่อย่างใด โดยได้สั่งการให้กรมสรรพากรให้นำข้อมูลมาตรวจสอบดูว่า 

ในบรรดาผู้ที่ยื่นแบบภาษีจำนวน 11 ล้านคน มีจำนวนกี่คนที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา จากนั้นจึงนำมาเทียบกับข้อมูลว่าบิดามารดาของบุคคลเหล่านั้นถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่หรือไม่


ส่วนกรณีผู้ที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีแต่ไม่ได้กลับไปดูแลบิดามารดาจริง ถือว่าไม่สมควรที่จะได้รับสิทธิลดหย่อนดังกล่าวตั้งแต่แรก หากบิดามารดาถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพราะถูกลูกนำชื่อไปใช้หักลดหย่อนภาษี บิดามารดาสามารถใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ได้


โดยในกรณีที่มีการอุทธรณ์ กระทรวงการคลังจะพิจารณาฝั่งบิดามารดาเป็นหลัก เนื่องจากถือว่าเป็นเจ้าของสิทธิที่ถูกนำชื่อไปลดหย่อนภาษี 

หากบิดามารดายืนยันว่าไม่ได้รับการเลี้ยงดูจากลูกจริงตามที่ลูกนำไปกล่าวอ้าง ผลที่ตามมาคือในปีภาษีหน้า ลูกก็จะไม่สามารถนำชื่อบิดามารดาไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้อีก

สำหรับเกณฑ์การคัดกรองผู้มีสิทธิ์ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่นี้ยังคงเดินหน้าต่อไป โดยกระทรวงการคลังจะประกาศผลในวันที่ 17 ก.ค.2569 และชี้แจงรายละเอียดอย่างชัดเจนว่าบุคคลดังกล่าวถูกตัดสิทธิ์ด้วยเกณฑ์ข้อใด และในแต่ละเกณฑ์นั้น มีผู้ที่ถูกคัดกรองออกไปเป็นจำนวนเท่าใด

ทั้งนี้ ผู้ที่ถูกตัดสิทธิ์จะได้รับทราบข้อมูลโดยตรงด้วยว่าตนเองหลุดจากสิทธิบัตรสวัสดิการด้วยเกณฑ์ข้อใด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและให้ผู้ที่ถูกตัดสิทธิสามารถดำเนินการยื่นอุทธรณ์ได้ตรงตามความเป็นจริง ตั้งแต่วันที่ 17-31 ก.ค.2569




กระบวนการทุกอย่างจำเป็นต้องรอให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนก่อนว่า หลังจากการคัดกรองแล้วมีผู้ที่หลุดออกจากสิทธิจำนวนเท่าใด 

และเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับกลุ่มรายชื่อใหม่ที่กระทรวงมหาดไทยสำรวจเพิ่มเติมซึ่งเบื้องต้นคาดว่ามีอยู่ราว 1 ล้านคน จากนั้นรัฐบาลจึงจะนำข้อมูลมาบริหารจัดการว่า สิ่งที่สามารถให้ความช่วยเหลือได้ภายใต้วงเงินงบประมาณที่มีอยู่นั้นสามารถทำสิ่งใดได้บ้าง

โดยรัฐบาลจะยังคงดูแลประชาชนทุกคน แต่รูปแบบการให้ความช่วยเหลือจะปรับเปลี่ยนไปอยู่บนภาพของความเหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคลมากขึ้นเรื่อยๆ โดยจะไม่ใช้รูปแบบการช่วยเหลือแบบเหมารวมอีกต่อไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง